โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

AMATA ทุ่มงบ 1 หมื่นล้าน ขยายนิคมฯ ตั้งเป้าขายที่ดิน 2.8 พันไร่ รับโอกาสไทยดึงเงินลงทุนต่างชาติ

Thairath Money

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 10.54 น.
ภาพไฮไลต์

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่เพิ่มความผันผวนให้กับเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งอาจลุกลามจนกระทบเสถียรภาพด้านพลังงานและการค้าโลก อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของภาคธุรกิจ วิกฤติที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มีเพียงความเสี่ยงเท่านั้น แต่ยังซ่อนโอกาสใหม่ไว้ด้วย

วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA มองว่า ท่ามกลางความเสี่ยงดังกล่าว อาจเปิดโอกาสใหม่ให้กับประเทศไทยในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะนักลงทุนจากพื้นที่ความขัดแย้งที่มองหาแหล่งลงทุนที่ปลอดภัย

ขณะที่บริษัทยังเดินหน้าแผนธุรกิจตามเป้าเดิม พร้อมเตรียมงบลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาทในปี 2569 เพื่อพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมในไทย เวียดนาม และลาว รองรับกระแสการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนที่กำลังเกิดขึ้นในภูมิภาค

สงครามตะวันเพิ่มความเสี่ยงโลก แต่วิกฤติอาจเป็นโอกาส

วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA ประเมินว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางนั้น ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งหากสถานการณ์บานปลายจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลักอย่างประเทศไทย

"ประเทศไทยนั้นไม่น่าที่จะได้รับผลกระทบในเรื่องของการสู้รบกัน เพราะเราอยู่ห่าง แต่เศรษฐกิจไทยเรานำเข้าน้ำมันกว่าร้อยละ 90 หากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนก็จะสูงตาม ในขณะที่การลงทุนเราไม่เยอะ เศรษฐกิจไทยก็อาจจะแย่ได้”

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตความไม่สงบในตะวันออกกลาง ยังคงมีโอกาสทางธุรกิจซ่อนอยู่ เนื่องจากกลุ่มนักลงทุนหรือเศรษฐีในพื้นที่ความขัดแย้งอาจกำลังมองหาแหล่งพักพิงและการลงทุนใหม่ที่ปลอดภัย

ซึ่งหากประเทศไทยมีนโยบายเชิงรุกที่ดึงดูดเม็ดเงินเหล่านี้ และประกาศให้สิทธิประโยชน์แบบเฉพาะกิจ ก็จะสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการดึงดูดนักลงทุนกลุ่มใหม่เข้าสู่ประเทศได้อย่างมหาศาล

ทั้งนี้ AMATA ยังคงยืนยันเดินหน้าเป้าหมายการขายที่ดินตามแผนเดิม โดยประเมินว่าตัวเลขดังกล่าวยังมีความเป็นไปได้และยังไม่มีการชะลอการตัดสินใจลงทุนจากสถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวแต่อย่างใด

สำหรับภาพรวมของการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมนั้น เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) สะท้อนให้เห็นถึงการย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่จากผลกระทบด้านภูมิรัฐศาสตร์

โดยภูมิภาคอาเซียนกำลังได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่ ปัจจุบันลูกค้าใหม่ของอมตะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมากว่าร้อยละ 70 เป็นกลุ่มนักลงทุนที่มาจากประเทศจีนหรือเป็นโรงงานที่ตั้งอยู่ในจีนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงจากปัญหาสงครามการค้าและการมุ่งเน้นการส่งออก

แนะรัฐเร่งยกระดับสิทธิประโยชน์การลงทุน

วิกรม ได้ให้มุมมองเพิ่มเติมว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันมีรูปแบบการทำงานเชิงรุก มีความยืดหยุ่นและมีแนวคิดคล้ายนักธุรกิจ ซึ่งรู้จักการจัดวางบุคลากรที่เป็นมืออาชีพเข้ามาบริหารงานในแต่ละสายงานถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการขับเคลื่อนประเทศ

ประเทศไทยเองมีจุดแข็งที่โดดเด่นทั้งในด้านทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลาง โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงภูมิภาค ปราศจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงเช่นพายุไต้ฝุ่นหรือแผ่นดินไหว และมีเสน่ห์ทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ รวมถึงรอยยิ้มที่ดึงดูดชาวต่างชาติให้เข้ามาอยู่อาศัย

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ประเทศไทยยังต้องพัฒนาคือนโยบายที่ดึงดูดนักลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อเทียบกับเวียดนาม สิงคโปร์ หรือดูไบ หากรัฐบาลสามารถปรับปรุงนโยบายส่งเสริมการลงทุนให้มีความจูงใจและสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก ก็จะสามารถดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลเข้าประเทศได้อย่างแน่นอน

เปิดแผนธุรกิจ AMATA ปี 2569

สำหรับทิศทางธุรกิจในปี 2569 อมตะได้เตรียมงบลงทุนไว้กว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรองรับการลงทุนที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยตั้งเป้าหมายยอดขายที่ดินรวมที่ 2,800 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ 3 ประเทศในภูมิภาคอาเซียน

ได้แก่ ประเทศไทยจำนวน 1,650 ไร่ ซึ่งจะเน้นการดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ประเทศเวียดนามจำนวน 550 ไร่ เพื่อรองรับกระแสการย้ายฐานการผลิตจากจีนและการขยายตัวของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวจำนวน 600 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นประตูเชื่อมต่อด้านโลจิสติกส์ทางบกของภูมิภาค

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการปรับบทบาทสู่การเป็นผู้พัฒนา "Industrial City" หรือเมืองอุตสาหกรรมครบวงจร ภายใต้ปรัชญา "All Win" ที่ไม่ได้มองเพียงการขายหรือให้เช่าพื้นที่โรงงาน แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทั้งระบบน้ำประปา ไฟฟ้า การศึกษา พลังงานสะอาด ที่อยู่อาศัย โรงแรม และมีศูนย์บริการราชการเบ็ดเสร็จ (Government All-Service Center) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่โรงงานแบบครบวงจร

ปัจจุบันโครงการของอมตะเป็นที่ตั้งของโรงงานและธุรกิจเชิงพาณิชย์มากกว่า 1,600 แห่ง มีแรงงานรวมกว่า 350,000 คน จากนักลงทุน 30 สัญชาติ รวมถึงบริษัทชั้นนำระดับโลกในกลุ่ม Fortune Global 500

อย่างไรก็ดี กลยุทธ์สำคัญของอมตะคือการไม่นำไข่ไปใส่ในตะกร้าใบเดียว แต่เป็นการกระจายความเสี่ยงและขยายฐานรายได้สู่ประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่ไปกับการมุ่งสู่โครงการระดับเมกะโปรเจกต์และกลุ่มอุตสาหกรรม New S-Curve ด้วย

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : AMATA ทุ่มงบ 1 หมื่นล้าน ขยายนิคมฯ ตั้งเป้าขายที่ดิน 2.8 พันไร่ รับโอกาสไทยดึงเงินลงทุนต่างชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...