โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกษตรชวนคนไทยอุดหนุน 'ผลไม้ตะวันออก' คุณภาพดี เชื่อถือได้

SpringNews

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออก 4 ชนิด ในปี 2569 รอบที่ 2 ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง มีปริมาณรวมประมาณ 1,402,197 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 7.99% โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ได้กำหนดมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2569 เพื่อรองรับผลผลิตที่จะออกสู่ตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงและกำหนดประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านปริมาณผลผลิต การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) คุณภาพและมาตรฐานสินค้า และ การแข่งขันทางการค้า เพื่อให้การบริหารจัดการผลไม้สำคัญทั้งในภาคตะวันออก ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง รวมถึงผลไม้ภาคเหนืออย่างลิ้นจี่ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
และสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด

อัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร

ทั้งนี้ พบว่า ทุเรียนมีแนวโน้มผลผลิตเพิ่มขึ้น จากการขยายพื้นที่ปลูกในช่วงที่ราคาดีในหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้อุปทานเพิ่มขึ้นรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกัน อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากมาตรการสุขอนามัยพืช (SPS) การแข่งขันจากประเทศคู่แข่ง ความผันผวนของอุปสงค์ในตลาดจีน และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ดังนั้นจึงได้กำหนดมาตรการสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกตลาดผลไม้ การขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าใหม่ การส่งเสริมการบริโภคและกระจายผลผลิตภายในประเทศ รวมถึงการกำกับดูแลราคาและตรวจสอบการรับซื้อผลผลิตของผู้ประกอบการ “ล้ง” ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพ มาตรฐาน และสุขอนามัยสินค้า โดยใช้มาตรการ “ตรวจก่อนตัด”

อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร กำหนดกรอบระยะเวลาเก็บเกี่ยวทุเรียนภาคตะวันออก ปี 2569 เพื่อควบคุมคุณภาพก่อนออกสู่ตลาด ได้แก่

  • พันธุ์กระดุม วันที่ 20 มีนาคม 2569
  • พันธุ์ชะนี และพวงมณี วันที่ 10 เมษายน 2569
  • พันธุ์หมอนทอง และก้านยาว วันที่ 20 เมษายน 2569

พร้อมกำหนดเกณฑ์การพิจารณาความอ่อน–แก่ของทุเรียน โดยใช้ค่าปริมาณน้ำหนักเนื้อแห้งตามมาตรฐานสินค้าเกษตร มกษ. 3–2567 และใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค

สำนักงานเกษตรจังหวัดจะเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดทำประกาศร่วมกับจังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัดอาจกำหนดระยะเวลาแตกต่างกันตามความเหมาะสมของพื้นที่

สำหรับมาตรการบริหารจัดการทุเรียนภาคตะวันออก มี 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่

การเพิ่มผลิตภาพและพัฒนาคุณภาพการผลิต เช่น การคาดการณ์ผลผลิตที่แม่นยำ การบริหารจัดการน้ำต้นทุน การส่งเสริมองค์ความรู้การจัดการสวนคุณภาพ การจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยแล้ง (Risk Map) และการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการปรับตัวต่อ Climate Change

การป้องกันและควบคุมคุณภาพ มาตรฐาน และสุขอนามัยพืช ได้แก่ การบังคับใช้มาตรการ “ตรวจก่อนตัด” ควบคุมทุเรียนอ่อน การจัดระเบียบสวน การยกระดับการจัดการสวนตามมาตรฐาน GAP 8 ข้อ มาตรการ 4 ไม่ การจัดทำ Big Cleaning ในสวนและโรงคัดบรรจุ รวมถึงการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับ และเพิ่มศักยภาพห้องปฏิบัติการ

การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกตลาดผลไม้ ได้แก่ การประเมินแนวโน้มปริมาณและคุณภาพผลผลิต การขยายตลาดส่งออกและตลาดรองรับภายในประเทศ การเจรจาผ่อนปรนมาตรการทางการค้า ตลอดจนการส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าและกระจายผลผลิต

ขณะเดียวกัน ผลไม้เศรษฐกิจสำคัญอื่น ๆ เช่น มังคุด เงาะ และลองกอง พบว่าปริมาณผลผลิตมีแนวโน้มลดลงจากพื้นที่ยืนต้นที่ลดลง และยังเผชิญความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา ปัญหาแรงงานเก็บเกี่ยว รวมถึงผลผลิตเกรดรองจากผลกระทบของสภาพภูมิอากาศ โดย Fruit Board จะร่วมกันยกระดับคุณภาพการผลิต การบริหารจัดการผลผลิตเกรดรอง และส่งเสริมการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า

“กรมส่งเสริมการเกษตรมั่นใจว่า การบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน จะช่วยให้การบริหารจัดการผลไม้ฤดูกาลผลิตปี 2569 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง และผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศได้บริโภคผลไม้คุณภาพ” นางอัญชลี กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...