NEO โตสวนตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค ปี 69 ลุยออกสินค้าใหม่ 200 รายการ
"นีโอ คอร์ปอเรท" ปิดปี 68 ยอดขาย 10,738 ล้านบาท โต 6.7% สูงกว่าตลาด FMCG ขณะที่ไตรมาส 4 อานิสงส์รัฐ ทำยอดขายทุบสถิติ ปี 69 เดินหน้าบุกตลาดผู้สูงวัย–สัตว์เลี้ยง เปิดสินค้าใหม่กว่า 200 รายการ
นายสุทธิเดช ถกลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) หรือ NEO ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) เปิดเผยว่า ปี 2568 บริษัทมียอดขาย 10,738 ล้านบาท เติบโต 6.7% สูงกว่าการเติบโตเฉลี่ยของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่อยู่ราว 4%
สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การใช้นวัตกรรมเพื่อยกระดับสินค้าสู่พรีเมียม สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เพิ่มส่วนแบ่งตลาด และสร้างการเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้อยู่ในสภาวะตลาดที่ท้าทาย นอกจากนี้บริษัทยังได้มีการขยายช่องทางจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 บริษัททำสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,938 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 166 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
ขยายส่วนแบ่งตลาดทุกกลุ่มหลัก
ปีที่ผ่านมาบริษัทยังคงขยายส่วนแบ่งตลาดต่อเนื่องด้วยมูลค่าตลาด ในปี 2568 ที่เติบโต 10–11% ขณะที่ภาพรวมตลาด FMCG เติบโตเพียง 4% และเติบโตได้ในทุกเซกเมนต์ที่สำคัญ ได้แก่
ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว เติบโต 55% ขณะที่ตลาดรวมโต 4% ส่งผลให้ NEO ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 10 ของผู้นำตลาดจากอันดับ 11 ในปีก่อนหน้า ซึ่งผลิตภัณฑ์เด่นในกลุ่มนี้ได้แก่ BeNice Bright & Protect Grape ExoBright Body Serum, D-nee Blooming Glow Series Body Serum, Benice Glow & Perfume Collagen Body Serum และ Vivite White & Anti-Aging Body Serum
ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม เติบโตถึง 15% ขณะที่ตลาดรวมโต 4% และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 11.7% โดยมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นอย่าง Fineline Premium Soft สูตรลดขนสัตว์และฝุ่นติดผ้า
ผลิตภัณฑ์ซักผ้า เติบโต 10% โดยมีแบรนด์ Fineline ซึ่งมีผลิตภัณฑ์เด่นอย่างผลิตภัณฑ์ซักผ้าสูตรเข้มข้น 3in1 รวมถึงผลิตภัณฑ์ซักผ้าสำหรับเครื่องซักผ้าฝาหน้า โดยสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้เครื่องซักผ้ามากขึ้น ทั้งในครัวเรือนและร้านสะดวกซัก
ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำ เติบโต 9% ขณะที่ตลาดรวมโตเพียง 1% และส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 23.7% โดยมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น ได้แก่ BeNice Grape ExoBright Shower Gel ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม
ผลิตภัณฑ์โรลออน เติบโต 9% ขณะที่ตลาดรวมหดตัว 5% และสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเป็น 14% จากแบรนด์ Eversense, Vivite และ TROS
ออกผลิตภัณฑ์ผู้สูงวัย–สัตว์เลี้ยง เครื่องยนต์เติบโตใหม่
บริษัทเร่งรุกตลาดผู้สูงวัย ภายใต้แบรนด์ D-nee Deluxe ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลผ้า ผลิตภัณฑ์บำรุงและทำความสะอาดผิว ซึ่งที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค ล่าสุด NEO ได้เสริมพอร์ตด้วยผลิตภัณฑ์แป้งและผ้าเช็ดผิวขนาดพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย
รวมถึงขยายตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง ผ่านแบรนด์ LovliTails ทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลความสะอาดสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดของใช้สำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อรองรับกระแสการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกครอบครัว ที่เติบโตต่อเนื่อง และวางรากฐานสู่การเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวของบริษัท
แผนปี 2569 บุกช่องว่างตลาด–ขยายต่างประเทศ
ปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่อง ควบคู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่กว่า 200 รายการ เจาะกลุ่มการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตระยะยาว ขยายช่องทางออนไลน์และต่างประเทศ ตั้งเป้าเติบโตระดับสองหลักในเวียดนาม พร้อมรุกฮ่องกง ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย
ด้านความยั่งยืน บริษัทลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 19.7% ลดการใช้พลาสติกใหม่ 24% และมีบรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้ 82% พร้อมได้รับการประเมินหุ้นยั่งยืนในระดับ A และผลประเมินบรรษัทภิบาลระดับ 4 ดาว
ขณะเดียวกันล่าสุดคณะกรรมการบริษัทได้มีมติเสนอจ่ายเงินปันผล 1.35 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 5 พ.ค.นี้ และจ่ายเงินปันผลวันที่ 21 พ.ค.นี้ สะท้อนศักยภาพการเติบโตและการสร้างผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : NEO โตสวนตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค ปี 69 ลุยออกสินค้าใหม่ 200 รายการ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th