โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"รัชชพร“กงสุลสวิสคนไทยคนแรก ชูเกาะสมุยโกลบอลเดสติเนชันดึงทุนยุโรป

Thairath Money

อัพเดต 05 มี.ค. เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. เวลา 00.00 น.
ภาพไฮไลต์

"รัชชพร พูลสวัสดิ์"นั่งแท่นกงสุลกิตติมศักดิ์สวิตเซอร์แลนด์คนแรกของไทย ชูวิสัยทัศน์ดึงเม็ดเงินนักลงทุนยุโรปยกระดับ 3 เกาะสุราษฎร์ธานีสู่โกลบอลเดสติเนชัน โชว์ตัวเลขนักท่องเที่ยวปี 2568 พุ่งกระฉูดลบภาพโลว์ซีซั่น โกยตลาด "อเมริกา-ออสเตรเลีย" และกลุ่มไพรเวทเจ็ททะลักเกาะสมุย

นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) เปิดเผยว่า ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์สมาพันธรัฐสวิส ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีเขตอำนาจครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัด ซึ่งได้มีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อเร็วๆ นี้ นับเป็นคนไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ตลอดระยะเวลา 95 ปีที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ จากเดิมที่ตำแหน่งนี้จะสงวนไว้แต่งตั้งเฉพาะชาวสวิสเท่านั้น

เบื้องหลังความไว้วางใจเกิดจากการทำงานประสานหน่วยงานรัฐเพื่อดูแลชาวต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการเสนอชื่อจากนางเฮเลเน บุดลิเกอร์ อาร์ติเอดา อดีตเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการโดยนายเปโดร สวาห์เลน เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทยคนปัจจุบัน

“ภารกิจหลักคือการดูแลชาวสวิสที่เดินทางเข้าไทย เช่นปีที่ผ่านมามีกว่า 180,000 คนนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยนานถึง 22 วันต่อทริป โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า มีชุมชนชาวสวิสที่แข็งแกร่งมาก ทั้งในฐานะนักลงทุน เจ้าของธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และกลุ่มผู้เกษียณอายุ ที่เข้ามาสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาลในระดับฐานราก”

นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อกระตุ้นการลงทุนระหว่างสองประเทศ รวมถึงการนำจุดแข็งด้านโรงเรียนบริหารจัดการโรงแรม (Hospitality School) ระดับท็อปของโลกจากสวิส มาร่วมพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวของไทยให้มีมาตรฐานระดับเวิล์ด คลาส

.ทุบสถิติ 3 เกาะ”สมุย-พะงัน-เต่า“ไร้โลว์ซีซั่น

นายรัชชพล กล่าวว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ในปี 2568 ถือว่าเติบโตอย่างก้าวกระโดดสวนทางกับภาพรวมของประเทศ โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าพื้นที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 7-8% ขณะที่เกาะพะงันและเกาะเต่าพุ่งสูงถึง 20% สิ่งที่น่ายินดีคือปัจจุบันทั้ง 3 เกาะสามารถทำลายข้อจำกัดเรื่องฤดูกาลท่องเที่ยวจนแทบจะไม่มีช่วง Low Season อีกต่อไป เนื่องจากการมีนักท่องเที่ยวหลากหลายชาติตามช่วงเวลาต่างๆ อย่างเช่นในเดือนกันยายนซึ่งปกติเป็นช่วงโลว์ซีซั่น กลับมีกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสราเอลเดินทางเข้ามาพักผ่อนยาวในช่วงวันหยุดสำคัญทางศาสนา ช่วยพยุงเศรษฐกิจจนบางครั้งเหมาจองโรงแรมระดับ 4-5 ดาวเต็ม 100% ทั้งโรงแรม

กลุ่มตลาดหลักอย่าง เยอรมนี อังกฤษ และฝรั่งเศสแล้ว ปีนี้ยังมีปรากฏการณ์ที่น่าจับตาคือการหลั่งไหลของตลาดออสเตรเลียที่เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก อานิสงส์จากการเปิดเส้นทางบินตรงของสายการบินสกู๊ต (Scoot) ที่โค้ดแชร์ร่วมกับสิงคโปร์แอร์ไลน์ บินจากสิงคโปร์เข้าสมุยถึงวันละ 4-5 เที่ยวบิน ผนวกกับกระแสจากซีรีส์ระดับโลก The White Lotus ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มสหรัฐอเมริกา ให้บินเข้ามาผ่านฮับสิงคโปร์เป็นจำนวนมากเช่นกัน

นอกจากนี้ การเชื่อมโยงฮับการบินระหว่างภูเก็ตและสมุยก็คึกคักสุดขีด โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้เพิ่มเที่ยวบินเชื่อม 2 เมืองท่องเที่ยวหลักเป็นวันละประมาณ 8 เที่ยวบิน จากเดิมก่อนโควิดที่มีเพียงวันละ 3 เที่ยวบิน เพื่อรองรับดีมานด์มหาศาล ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดกลุ่มอัลตร้าลักชัวรีจากยุโรปที่เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว (Private Jet) ก็เติบโตจนลานจอดเครื่องบินแน่นขนัด ส่งผลให้สนามบินสมุยเตรียมแผนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารส่วนบุคคล (Private Terminal) เพื่อรองรับมหาเศรษฐีกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

.ชูสมุย World Class ดัน "มารีน่า-ท่าเรือครุยส์"

นายรัชชพร กล่าวว่า ด้วยศักยภาพของเกาะสมุยที่ก้าวสู่จุดหมายปลายทางระดับลักชัวรี ทิศทางการพัฒนาจึงควรมุ่งเน้นสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) โครงการเมกะโปรเจกต์สำคัญที่ควรเร่งผลักดันคือ ท่าเรือสำราญ (Cruise Terminal) และท่าเรือยอร์ช (Marina) ซึ่งเคยผ่านการอนุมัติในหลักการสมัยอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน และได้รับความสนใจจากเอกชนชั้นนำ 4-5 รายรวมถึงบางกอกแอร์เวย์ส แต่กลับหยุดชะงักไปเพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลชุดปัจจุบันเร่งสานต่อเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ World Class Destination และเปิดรับเม็ดเงินมหาศาล

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะสดใสเพียงใด แต่ปัญหาใหญ่ที่เป็นคอขวดบั่นทอนความเชื่อมั่นคือ โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะวิกฤติจราจรติดขัด ด้วยถนนรอบเกาะที่คับแคบและไม่มีทางสำรอง เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะส่งผลกระทบเป็นโดมิโนทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปขึ้นเครื่องหรือเรือไม่ทัน ซึ่งตนได้เคยเสนอแนวทางสร้างถนนบายพาส (Bypass) หรือเส้น Ring Road ใหม่ควบคู่เส้นทางปั่นจักรยาน ต่ออดีตนายกฯ เศรษฐา ไปแล้ว รัฐบาลจึงควรเร่งบูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบจราจรและจัดการขยะ ควบคู่ไปกับการดันเมกะโปรเจกต์ เพื่อไม่ให้คอขวดเหล่านี้กลายเป็นอุปสรรคขัดขวางการเติบโตในระยะยาว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "รัชชพร“กงสุลสวิสคนไทยคนแรก ชูเกาะสมุยโกลบอลเดสติเนชันดึงทุนยุโรป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...