แบงก์ใหญ่สหรัฐ 'Morgan Stanley' ปลดพนักงาน 2,500 คนทั่วโลก
รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า "มอร์แกน สแตนลีย์" (Morgan Stanley) วาณิชธนกิจรายใหญ่ในวอลสตรีท ได้ประกาศปลดพนักงานทั่วโลก ราว 2,500 ตำแหน่ง หรือประมาณ 3% ของพนักงานทั้งหมด
การปลดพนักงานเกิดขึ้นในธุรกิจหลัก 3 ส่วนของธนาคาร ได้แก่ ธุรกิจวาณิชธนกิจและการซื้อขาย (investment banking and trading), ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (wealth management) และธุรกิจบริหารการลงทุน (investment management) แต่ธนาคารยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน
การลดจำนวนพนักงานครั้งนี้มีขึ้นหลังจาก Morgan Stanley เพิ่งรายงานผลกำไร "สูงสุดเป็นประวัติการณ์" ในปีที่ผ่านมา
และเพิ่มค่าตอบแทนให้ เท็ด พิค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ขึ้น 32%
เมื่อเดือนม.ค. บริษัทรายงานกำไรไตรมาส 4 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากรายได้ธุรกิจวาณิชธนกิจที่เพิ่มขึ้น 47% จากการทำดีลที่พุ่งสูงขึ้น และค่าธรรมเนียมการรับประกันการออกตราสารหนี้ที่เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า
ผู้บริหารธนาคารเพื่อการลงทุนรายใหญ่แห่งนี้ยังได้ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อแนวโน้มปี 2026 จากกระแสดีลที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) รวมถึงการเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก (IPO)
ขณะเดียวกัน ความผันผวนของตลาดจากความกังวลว่า "ปัญญาประดิษฐ์" (AI) อาจเข้ามากระทบธุรกิจเทคโนโลยีแบบดั้งเดิม รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงช่วยหนุนธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ของธนาคาร เนื่องจากลูกค้าปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การปลดพนักงานครั้งนี้พิจารณาจากกลยุทธ์ขององค์กรและผลการปฏิบัติงานของพนักงานแต่ละราย และธนาคารยังมีแผนเพิ่มจำนวนพนักงานในธุรกิจบางส่วนมากขึ้นแทน โดย ณ สิ้นปี 2025 มอร์แกน สแตนลีย์มีพนักงานทั่วโลก 82,992 คน
ทั้งนี้ ตั้งแต่ช้วงต้นปี 2026 เป็นต้นมา บริษัทต่างๆ ในสหรัฐได้ดำเนินการ "ปลดพนักงานจำนวนมาก" ขณะกำลังเร่งปรับโครงสร้างองค์กรท่ามกลางการนำ "เครื่องมือ AI" มาใช้เพิ่มขึ้น
เมื่อปลายเดือนที่แล้ว บริษัทด้านการชำระเงิน "Block" ซึ่งนำโดยแจ็ค ดอว์ซีย์ ระบุว่าได้ปลดพนักงานมากกว่า 4,000 คน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของพนักงานทั้งหมด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อฝังการใช้ AI ในการดำเนินงานทั่วทั้งบริษัท
ที่มา: Reuters