โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิสราเอลโจมตีเลบานอน หลัง "ฮิซบอลเลาะห์" ยิงจรวดใส่เพื่อแก้แค้นให้อิหร่าน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อิสราเอลทิ้งระเบิดในกรุงเบรุตเมืองหลวงเลบานอน หลังกลุ่ม “ฮิซบอลเลาะห์” ยิงจรวดโจมตีอิสราเอลเพื่อแก้แค้นให้อิหร่านที่ต้องสูญเสีย “คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุด

กองทัพอิสราเอลเปิดการโจมตีในกรุงเบรุตของเลบานอนในวันนี้ (2 มีนาคม) หลังจากที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้ยิงจรวดโจมตีไปยังฐานทัพทหารใกล้เมืองไฮฟาของอิสราเอล โดยระบุว่าเป็นการตอบโต้ต่อการสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน “คาเมเนอี” และเพื่อปกป้องเลบานอนและประชาชนของตน อีกทั้งฮิซบอลเลาะห์ระบุว่าเป็ยการตอบโต้การรุกรานซ้ำแล้วซ้ำเล่าของอิสราเอล

แถลงการณ์ของฮิซบอลเลาะห์ระบุว่า กลุ่มยืนยันมาโดยตลอดว่าการรุกรานอย่างต่อเนื่องของอิสราเอล และการลอบสังหารผู้นำ เยาวชน และประชาชนของเรา ทำให้เรามีสิทธิ์ปกป้องตนเอง และตอบโต้ในเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม ฮิซบอลเลาะห์ระบุด้วยว่าอิสราเอลในฐานะศัตรูของกลุ่มไม่สามารถดำเนินการรุกรานที่ยาวนานถึง 15 เดือนต่อไปได้ โดยปราศจากการตอบโต้เตือนเพื่อยุติการรุกรานและถอนตัวออกจากดินแดนเลบานอนที่ถูกยึดครอง

อย่างไรก็ตาม อิสราเอลตอบโต้ทันทีด้วยการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ตอนใต้ของกรุงเบรุต สื่อท้องถิ่นยังรายงานการโจมตีของอิสราเอลในหลายหมู่บ้านทางตอนใต้ของเลบานอน รวมถึงหุบเขาเบคาอา ทางตะวันออกของประเทศ ด้านกองทัพอิสราเอลระบุว่า กำลัง โจมตีเฮซบอลเลาะห์อย่างหนักหน่วงทั่วเลบานอน พร้อมประกาศจะไม่ยอมให้กลุ่มดังกล่าวคุกคามอิสราเอลและทำอันตรายต่อประชาชน

ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลเลบานอนได้ออกคำสั่งปลดอาวุธเฮซบอลเลาะห์ แต่กลุ่มปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าอาวุธของตนมีความจำเป็นเพื่อปกป้องประเทศจากการขยายอิทธิพลของอิสราเอล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...