วิกฤตขาดแคลนโลหิต พิษณุโลกชวนบริจาคเลือดสำรองไว้เพื่อผู้ป่วย
พิษณุโลก ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 9 เชิญชวนบริจาคโลหิตหลังขาดแคลนมีผู้บริจาคไม่ถึง 20 ยูนิตต่อวัน
1 มี.ค.2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดพิษณุโลกลงพื้นที่ภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 9 จังหวัดพิษณุโลก บรรยากาศเงียบเหงาผู้บริจาคโลหิตน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด 1 วัน ผู้มาบริจาคโลหิตไม่ถึง 20 ยูนิต
นายเจษฐ์บดินทร์ นกด่วน หัวหน้าหน่วยประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิตภาค 9 พิษณุโลก กล่าวว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม ของทุกปี จังหวัดพิษณุโลก และ โรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศมีเลือดสำรองคงคลังระดับต่ำกว่าเกณฑ์มาก ส่งผลกระทบต่อการรักษาผู้ป่วย การรักษารอไม่ได้ อุบัติเหตุไม่เลือกเวลา ผู้ป่วยไม่เลือกวัน ดังนั้นเลือดต้องมีสำรองก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเสมอ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากผู้บริจาคโลหิตเป็นประจำไม่ครบรอบที่บริจาคโลหิตได้ เนื่องจากเดือนธันวาคมที่ผ่านมามีผู้บริจาคโลหิตเป็นเลือดสำรองใช้ช่วงเทศกาลปีใหม่ และผู้บริจาคโลหิตบางส่วนได้บริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือทหารและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากชายแดนไทย - กัมพูชา ที่ผ่านมา ซึ่งภาคการโลหิตแห่งชาติที่ 9 พิษณุโลก จะมีผู้มาบริจาคโลหิตไม่ต่ำกว่า 60 ยูนิตต่อวัน แต่ขนาดนี้มีผู้มาบริจาคโลหิตไม่ถึง 20 ยูนิตต่อวัน จึงขอเชิญชวนผู้ที่ไม่เคยบริจาคโลหิตมาร่วมบริจาคโลหิตให้มากขึ้นเพื่อให้พ้นวิกฤตขาดแคลนโลหิตในขณะนี้
นายเจษฐ์บดินทร์ ระบุว่า สำหรับผู้ที่จะบริจาคโลหิตควรตรวจเช็คความพร้อมและเตรียมตัวก่อนบริจาคเลือด ดังนี้ อายุ 17 ปีบริบูรณ์ – 70 ปี (บริจาคครั้งแรกต้องมีอายุไม่เกิน 60 ปี) น้ำหนัก 45 กิโลกรัม ขึ้นไป นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง สุขภาพแข็งแรง รู้สึกสบายดี พร้อมจะบริจาคโลหิต ไม่เป็นโรคที่อาจเป็นอันตรายต่อทั้งผู้บริจาคและผู้รับโลหิต ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ ดื่มน้ำ ประมาณ 300 – 500 ซีซี ก่อนการบริจาค 10 – 15 นาที รับประทานอาหารประจำมื้อก่อนการบริจาค หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง งดสูบบุหรี่ 1 ชั่วโมง ก่อนและหลังบริจาค งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง ก่อนและหลังบริจาค.