ดาราสาว เบรกงานการเมือง เผยเหตุผลไม่ลงสมัคร สส. คัมแบ็กวงการบันเทิง
The Bangkok Insight
อัพเดต 15 ม.ค. เวลา 07.10 น. • เผยแพร่ 15 ม.ค. เวลา 07.10 น. • The Bangkok Insightหมิว สิริลภัส เบรกงานการเมือง เผยเหตุผลไม่ลงสมัคร สส. มีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว อีกอย่างคือเป็นคนจริงจัง ไม่อยากให้มีอะไรที่ผิดพลาด ตอนสวมหมวกผู้แทนฯ ก็เครียด เพราะอยากทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด ทีนี้มันเครียดหลายทาง เลยรู้สึกว่าเราต้องเริ่มรักษาจิตใจเราก่อน พร้อมคัมแบ็กวงการบันเทิง
ออกมาเปิดใจอัปเดตให้แฟน ๆ ได้ทราบกัน สำหรับ หมิว-สิริลภัส กองตระการ หลังคุณแม่ถูกมิจฉาชีพใช้จิตวิทยาหลอกลงทุนออนไลน์ผ่านกลุ่มแชทจนสูญเงินเก็บ โดยปัจจุบัน หมิว ตัดสินใจเซ็ตซีโร่ ไม่คาดหวังเงินคืน และขอเดินหน้ากลับเข้าสู่วงการบันเทิงเพื่อหาเงินสร้างตัวใหม่และดูแลครอบครัวต่อไป
- นุ่น วรนุช-ต๊อด ปิติ เปิดใจ ก่อนขึ้นศาลไกล่เกลี่ย คดีฟ้องหมอดูคนดัง
- แอฟ ทักษอร เปิดภาพลูกสาว น้องปีใหม่ แจกยิ้มหวาน กับชุดที่ภาคภูมิใจ
- อย่างพีค ‘แอน ทองประสม’ เจ็บใจมาก! จับได้ทอง (ปลอม) 10 บาท!
หมิว สิริลภัสเบรกงานการเมือง เผยเหตุผลไม่ลงสมัคร สส. คัมแบ็กวงการบันเทิง
ล่าสุด (14 ม.ค.)หมิว ได้อัปเดต หลังคุณแม่ถูกแก๊งสแกมเมอร์ หลอกสูญเงิน 1.2 ล้าน พร้อมกับเผยสาเหตุที่ตัดสินใจไม่ลงสมัคร สส.ต่อ “หนึ่งคือหมิวมีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว และได้แจ้งเองว่าขอไม่ลงต่อ เพราะว่าหมิวมีปัญหาเรื่องทางเดินหายใจ แล้วทีนี้พอเราไปเจอฝุ่นแป๊บเดียวเท่านั้น หมิวเข้าโรงพยาบาลกับเรื่องนี้บ่อยมาก อีกอย่างคือเป็นคนจริงจัง ไม่อยากให้มีอะไรที่ผิดพลาด ตอนสวมหมวกผู้แทนฯ เราก็เครียด เพราะอยากทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด ทีนี้มันเครียดหลายทาง เลยรู้สึกว่าเราต้องเริ่มรักษาจิตใจเราก่อน
พอมีเรื่องคุณแม่เข้ามา เลยรู้สึกว่าต้องแบ่งตัวเองมาดูแลครอบครัวก่อน ก่อนที่จะไปดูแลประชาชนได้ เราต้องเรียกพลังตัวเองกลับมาก่อน ก็ถือว่าเป็นการพักมาซ่อมแซมตัวเอง ทั้งร่างกายและจิตใจ
เรียกว่าโบกมือลางานการเมืองไปเลยมั้ย?
หมิวยังเป็น Active Citizen อยู่ค่ะ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นหมวก ส.ส.แล้วก็ตาม แต่ว่ายังมีประเด็นที่ตั้งใจอยากจะทำ คือเรื่องสุขภาพจิต เพราะอย่างในวงการบันเทิง หมิวเชื่อว่าหลาย ๆ คนเป็น หลายคนออกมาพูดเล่าประสบการณ์ให้ฟังแล้วว่าเคยประสบปัญหาที่ต้องไปพบจิตแพทย์ หรือว่าเครียดจนทำร้ายตัวเอง โดนความกดดันต่าง ๆ
หมิวรู้สึกว่าประเด็นเรื่องนี้มันสำคัญ อยากให้สังคมได้เห็นว่าเราตั้งใจกับเรื่องนี้จริ งๆ อยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในหลาย ๆ ฝ่ายให้ความสำคัญกับเรื่องนี้จริงๆ เพราะหมิวพูดเรื่องนี้มาน่าจะตั้งแต่เกิน 6 ปีก่อนแล้ว ในการไปออกรายการแล้วบอกว่ายอมรับว่าตัวเองเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้า แล้วหมิวก็รณรงค์ให้ทุกคนได้ออกมายอมรับตัวเองแล้วก็ไปเข้าสู่การช่วยเหลือการบำบัดจากแพทย์ให้ได้มากที่สุด
วางมือเลย 100% มั้ย?
ตอนนี้หมิวก็ต้องบอกว่าหมิวขอพักเบรกก่อน เพราะว่าเราต้องทำงานหารายได้เข้ามาให้มากที่สุด ซึ่งหลายคนจะบอกว่าเงินเดือน ส.ส.มีตั้งแสนนึง เยอะจะตาย แต่เมื่อแลกกับการทำงาน เราต้องแบ่งไปให้ผู้ช่วยในการที่จะเพิ่มค่าเงินเดือนให้เขาแบ่งลงมาทำพื้นที่ จริง ๆ เหลือเงินเก็บประมาณเดือน ๆ นึงไม่ถึง 3 หมื่นบาท เราก็ต้องโอนให้แม่อีก ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอีก
เราก็รู้สึกว่าถ้ายังทำตรงนั้นอยู่ถามว่าเรามีพลังมั้ย มีพลังนะ แต่ตอนนี้ขอพักเบรกมาซ่อมร่างกาย ซ่อมจิตใจก่อน แล้วก็ใช้ความรู้ความสามารถที่เราเคยมี สกิลการเป็นพิธีกร การเป็นนักแสดง การพูดของเราแบบนี้ เรารู้สึกว่าเราทำได้ดี เพราะฉะนั้นก็พักเบรกจากตรงนี้ มาทำตรงนี้ก่อน ตอนนี้สิ่งที่หมิวโฟกัสคือหมิวอยากมีงานเยอะ ๆ หมิวอยากมีรายได้เข้ามาเพื่อเอาไปเติมสิ่งที่มันหายไป
พี่เชื่อมั้ยว่าพอเสร็จจากที่หมิวจัดการเอาเงินเก็บทุกอย่างให้แม่ไปไถ่ทองคืนมาบางส่วน หมิวเหลือเงินที่จะต้องใช้จ่าย ค่าคอนโด ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ เหลืออยู่ใช้ได้น่าจะไม่ถึง 2 เดือน ก็เลยรู้สึกว่ามันไม่ได้แล้ว เราต้องหาวิธีทาง ช่องทางในการทำงาน ในการหารายได้ใหม่ ๆ แล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้คือพร้อมรับทุกงานนะคะ
คัมแบ็กวงการเต็มตัว?
ถ้าจะคัมแบ็ก เรียกว่าคัมแบ็กได้มั้ย มันก็หายไปช่วงหนึ่ง ถามว่าคัมแบ็กมั้ย ก็เรียกว่าคัมแบ็กก็ได้ค่ะ เพราะว่าตอนนี้พร้อมรับงานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นพิธีกร ซีรีส์ ละคร หรือว่างานรีวิวสินค้าต่าง ๆ ถ้าทุกคนเชื่อมั่นว่าหมิวมีทักษะในการพูดแล้วอยากให้หมิวได้ไปมีส่วนหนึ่งในการทำงาน ก็รับเต็มที่เลยค่ะ
หลายคนติดภาพเราเป็น ส.ส. ?
หมิวต้องบอกแบบนี้ หมิวอยากให้ทุกคนมองว่า ส.ส.ก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่รู้นะทุกคนจะมองเห็นมั้ยว่าหมิวไม่เคยทำตัวให้เป็น ส.ส. หมิวไม่เคยทำตัวว่าฉันต้องเป็นท่านเป็นผู้มีอำนาจมากบารมี หมิวก็ไปของหมิวเป็นคนธรรมดาแบบนี้ล่ะค่ะ จะบอกว่าตอนที่เป็นดารา มีคนมาเกรงใจเรามากกว่าตอนเป็น ส.ส.อีก หมิวขอบอกเลยว่าหมิวขอปรับความคิดใหม่ของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ หรือราชการ ทุกคนจะเรียกว่าท่านๆ หมิวบอกว่าไม่เป็นไรเลยค่ะ ถ้าอยากให้เกียรติกัน เรียกหมิว หรือเรียกคุณเฉย ๆ ก็ได้
ตอนทำงานในกองละคร บางทีพี่แม่บ้าน พี่ช่างไฟ เราจะเดินผ่านสักทีเขายังต้องห่อตัวเล็กเลยอ่ะ หมิวรู้สึกว่า เฮ้ย ไม่ ชื่อเสียงเงินทองอำนาจ เราได้มาวันหนึ่งเดี๋ยวมันก็จะหายไป อำนาจตอนนั้นเราเป็นผู้แทน บอกเลยว่ามันมีอำนาจนะคะในการขับเคลื่อนอะไรบางอย่างที่เราตั้งใจได้ แต่วันหนึ่งเราถอดหมวกตรงนั้นออกไป เราก็ไม่เสียดาย
ตอนนี้เราอยากได้อย่างเดียวคืออยากมีรายได้เข้ามาในส่วนที่มันเสียไป เสียไปหมิวทำใจได้แล้ว แต่ตอนนี้หมิวต้องฮึบกลับขึ้นมาเพื่อที่จะมาหาเงินใหม่ มาสร้างชีวิตใหม่ให้ตัวเราด้วย เพราะตัวเราก็ต้องดำเนินต่อไปด้วยเอาไปเติมให้กับแม่ด้วยว่าเขาก็ต้องใช้ชีวิตต่อไปด้วย
เรื่องการรับงาน?
หมิวว่าในเรื่องการรับงาน เราก็จะต้องดูมากขึ้น เพราะเราโตขึ้นแล้ว ในการที่จะไปถ่ายแบบที่มันเซ็กซี่เหมือนเมื่อก่อน หมิวก็คงไม่ได้พิจารณาตรงนั้น แต่ถามว่าหลายคนเห็นหมิวมีความสามารถในด้านการพูด ด้านการเป็นพิธีกร ในด้านการแสดงละคร หมิวใช้ความรู้ความสามารถตรงนี้มาหารายได้ได้ แล้วก็ในทุกวันนี้มันเปิดกว้าง มันมีหลายอาชีพให้เราทำมากค่ะ สกิลเราสามารถทำตรงนี้ได้ เราก็ใช้ความรู้ความสามารถตรงนี้ได้
อีกอย่างเราเริ่มโตแล้ว มีน้อง ๆ คลื่นลูกใหม่ที่เข้ามา เราก็เปิดโอกาสให้น้องๆ เหล่านั้นให้เขาได้เฉิดฉาย เราก็เก็บไว้เป็นความทรงจำครั้งหนึ่งว่าเราเคยเป็นนางร้ายที่ทุกคนเอ่ยถึง นางร้ายที่เซ็กซี่ แต่ก็อยากให้ทุกคนมองใหม่ว่าในทุกวันนี้เราโตขึ้นแล้ว หมิวปีนี้ 39 แล้ว หมิวรู้สึกว่าหมิวเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีความคิดมีวุฒิภาวะมากขึ้น เก็บประสบการณ์ ชั่วโมงบินหมิวสูงขึ้น หมิวสามารถใช้การพูดของหมิวเป็นประโยชน์ทั้งกับตัวเอง และประโยชน์กับสังคมได้
ที่ใช้คำว่า มีเงินเหลือใช้จ่ายแค่ 2 เดือน เราเคยเจอวิกฤตขนาดนี้มั้ย?
ไม่เคยเลย อันนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตเลย เพราะว่าสมัยเล่นละคร หมิวเป็นคนไม่ค่อยใช้เงิน จะไม่ใช้แบรนด์เนม คือแค่อยากไปเที่ยว เที่ยว อยากไปกิน กิน แค่นั้น จะไม่ใช้แบรนด์เนม จะไม่ใช้ชีวิตติดหรูอยู่สบายเลยถ้าทุกคนติดตามในไอจี เราก็เลยมีเงินเก็บค่อนข้างเยอะพอสมควรตอนนั้น เราก็คิดว่าถ้ามันมีงานมาเรื่อย ๆ แบบนี้ เราอยู่ได้ แต่ทีนี้เราก็ไม่เคยคิดว่ามันจะมีอุบัติเหตุทางการเงินแบบนี้ ก็เลยค่อนข้างที่จะต้องปรับตัวกับมันเยอะพอสมควร
มีงานติดต่อมาแล้ว?
มีค่ะ มีทางพี่โยเสนองานมาให้ ก็ต้องขอบคุณพี่หนุ่ยจาก ไบโอเอนเนอจีส์ ที่จ้างไปเป็นพิธีกร แล้วก็มีจากทางแบรนด์น้ำหอมที่ให้ไปรีวิวสินค้า แล้วก็จะมีงานพิธีกรในงานกรุงเทพกลางแปลง เร็ว ๆ นี้ค่ะ หมิวเชื่อว่าหลังจากนี้ไปมันก็จะดีขึ้น เราก็ทำไปเรื่อยๆ เก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อยๆ แล้วก็วางแผนในด้านการใช้ชีวิต ด้านการเงินใหม่
ห่างจากวงการบันเทิงไปกี่ปี?
หมิวว่าน่าจะประมาณ 6 ปีได้มั้ยคะ 5-6 ปีได้แล้วค่ะ คือเราเบรกวงการไปประมาณปีหนึ่ง หรือ 2 ปี แล้วก็ได้มาทำงานการเมือง
ตื่นเต้นมั้ย?
หมิวยังไม่ได้เห็นบรรยากาศเวลาที่กลับไปอยู่ที่กองละคร แต่หมิวรู้สึกว่าไม่ว่าจะเปลี่ยนไปยังไง แต่ว่าความรับผิดชอบของเรา ด้วยนิสัย เนเจอร์ของเราที่เห็นทุกคนเท่ากันหมด หมิวร่วมงานกับทุก ๆ คนได้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นรุ่นน้องรุ่นพี่ หรือว่าหน้าใหม่ ๆ ก็แล้วแต่ เราก็ยังสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้เหมือนเดิม เพราะว่าตอนที่เราทำงานสมัยก่อน เราก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเราไม่ได้เป็นตัวปัญหาสำหรับกอง งานพิธีกร หรืองานอีเวนต์อะไรเลย
- โพสต์นี้ จ๊ะ นงผณี คนไลค์เยอะมาก เผยถ้าติดตามตน อยากให้เชื่อเรื่องนี้?
- เปิดภาพคอนโดหรู ซาร่า คาซิงกินี ล่าสุด! ประกาศขาย 5.89 ล้านบาท
- ‘กบ สุวนันท์’ ไปเยี่ยม ‘คุณตาหรั่ง ไพรัช’ เผยโมเมนต์อบอุ่น อ่านแล้วยิ้มตาม
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- อาร์ต พศุตม์ ลงภาพ เครนพระราม 2 ถล่ม บอก เลยบ้านไปหน่อยเดียว
- เปิดภาพ ‘แอฟ ทักษอร’ หัวโนเลย วิ่งชนกระจกบ้าน ‘มาดามแป้ง’
- สะกดถูกสายตา ‘กชเบล ศรัณย์รัชต์’ สวยไร้ที่ติ ในชุดไทยพระราชนิยม
ติดตามเราได้ที่