‘คูเวต–ยูเออี’ เสี่ยงเป็นประเทศถัดไป ‘ลดกำลังผลิต’ น้ำมันลง ช็อกราคาพลังงาน
ท่ามกลางสงครามตะวันออกกลาง “คูเวต” และ“สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” (UAE) อาจเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายถัดไปในอ่าวเปอร์เซียที่ “ต้องลดกำลังการผลิต” หากไม่สามารถส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ตามการประเมินของนักวิเคราะห์ เทรดเดอร์ และแหล่งข่าวในอุตสาหกรรม
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า การขนส่งผ่าน“ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นทางคอขวดแคบ ๆ ระหว่างอิหร่านกับโอมาน และเป็นเส้นทางที่น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณหนึ่งในห้าของโลกต้องผ่าน กำลังเกือบหยุดชะงัก หลังเกิดการโจมตีเรืออย่างน้อย 6 ลำโดยอิหร่าน นับตั้งแต่วิกฤติเริ่มต้น
ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์เดียวกัน เจ้าหน้าที่น้ำมันของอิรักเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า อิรักได้ลดการผลิตน้ำมันลงเกือบ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และอาจต้องลดกำลังผลิตเป็นมากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในไม่กี่วัน และไม่สามารถส่งออกได้จากวิกฤติที่เกิดขึ้น
บริษัทน้ำมันแห่งชาติคูเวต KPC ยังไม่ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะต้องปิดการผลิตในเร็ว ๆ นี้
ขณะที่บริษัทน้ำมันแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ADNOC ระบุเพียงว่า การดำเนินงานของบริษัทในเครือยังคงดำเนินไปตามปกติ ตามแถลงการณ์ที่ออกเมื่อวันพุธ
ด้านนักวิเคราะห์จาก JPMorgan ระบุในรายงานสัปดาห์นี้ว่า หากไม่สามารถเปลี่ยนเส้นทางเรือขนส่งได้ คูเวตมีเวลาเพียงประมาณ 18 วัน ก่อนต้องลดกำลังการผลิต เนื่องจากพื้นที่เก็บน้ำมันจะเต็ม
ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีเวลาประมาณ 22 วัน โดยคำนวณจากวันแรกที่ความขัดแย้งเริ่มต้น
อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์น้ำมันสองรายที่ซื้อขายน้ำมันดิบจากยูเออีระบุว่า อาบูดาบีอาจต้องลดกำลังการผลิตเร็วกว่านั้น หากการส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับมา
แหล่งข่าวจากบริษัทน้ำมันของรัฐในภูมิภาคกล่าวว่า “อีกไม่นาน ทุกประเทศก็จะต้องปิดหลุมผลิต หากเรือขนส่งยังไม่กลับมา”
ข้อมูลติดตามเรือจากบริษัท Vortexa และ Kpler ระบุว่า ปัจจุบันยังมีเรือบรรทุกน้ำมันประมาณ 300 ลำ อยู่ภายในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่การเดินเรือเข้าออกเส้นทางคอขวดแห่งนี้แทบหยุดนิ่งหลังสงครามปะทุขึ้น โดยตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมเรือบรรทุกขนาดเล็กที่สุดบางส่วน
อ้างอิง: reuters