BGRIM ฝีมือดีพารอด ส่งผ่านต้นทุนก๊าซ 80%
#BGRIM #ทันหุ้น – BGRIM ไม่น่ากังวลอย่างที่คิด ผู้บริหารโชว์ฝีมือเร่งบริหารต้นทุนพลังงาน สุดทึ่ง! ปรับสัญญาขายไฟลูกค้าอุตสาหกรรมส่งผ่านต้นทุนก๊าซได้แล้วราว 80% ของพอร์ต เดินหน้าเจรจาอีก 20% เปลี่ยนสูตรราคาเป็น “G-Link Formula” เปิดสูตรบริหาร ล็อกต้นทุนก๊าซ-เพิ่มประสิทธิภาพ ด้านกูรูมองหุ้นลงเกินชี้ราคาก๊าซยังต่ำกว่าวิกฤติเดิมมาก แนะจับตาดีลเพียบ เป้า 18.40 บาท
นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชันธุรกิจอุตสาหกรรมบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า บริษัทได้เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์บริหารต้นทุนพลังงานเพื่อรับมือความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของโรงไฟฟ้า โดยมุ่งปรับโครงสร้างสัญญาซื้อ – ขายไฟฟ้าให้สะท้อนต้นทุนเชื้อเพลิงที่แท้จริง (G-Link Formula) โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม (IU)
ปัจจุบันสามารถส่งผ่านต้นทุนก๊าซธรรมชาติไปยังราคาขายไฟฟ้าได้แล้วประมาณ 80% ของสัญญาทั้งหมด ขณะที่อีกประมาณ 20% ของสัญญาที่ยังอิงกับค่า FT อยู่ระหว่างการเจรจาปรับสูตรราคามาใช้ “G-Link Formula” ซึ่งเป็นกลไกที่เชื่อมโยงราคาขายไฟฟ้ากับต้นทุนก๊าซโดยตรง เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานและสร้างความมั่นคงให้ทั้งผู้ผลิตไฟฟ้าและลูกค้าในระยะยาว
ทั้งนี้การจัดหาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากแหล่งในอ่าวไทยและเมียนมา ผ่านระบบ Pool Price ของ ปตท. ขณะที่ประมาณ 40% เป็นก๊าซ LNG นำเข้า โดยทั้งหมดอยู่ภายใต้สัญญาระยะยาวที่ทำไว้ล่วงหน้า จึงช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลก รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดตะวันออกกลางอย่างมีนัยสำคัญ
พร้อมกันนี้บริษัทได้ปรับปรุงกระบวนการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและลดต้นทุนการผลิต รวมทั้งบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (SG&A) อย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่ผันผวนในระยะสั้น
อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญคือการเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในพอร์ตการผลิตไฟฟ้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากพลังงานทดแทนมีโครงสร้างต้นทุนที่มีเสถียรภาพมากกว่าพลังงานที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์ในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของ BGRIM ได้โดยตรง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานและลดค่าไฟให้กับภาคอุตสาหกรรม
@รับผลดีตั้งรัฐบาล
ขณะเดียวกัน ภายหลังการจัดตั้งรัฐบาล คาดว่าจะทยอยประกาศโครงการและนโยบายหลายประการ อาทิ โครงการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในระดับท้องถิ่น (โซลาร์ชุมชน), การอนุญาตให้มีการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าได้โดยตรง(Direct PPA) การเปิดเสรีซื้อขายไฟฟ้า รวมถึงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ ซึ่ง บริษัทมีความพร้อมที่จะยื่นข้อเสนอและดำเนินการต่อได้ทันที เนื่องจากมีแผนงานรองรับอยู่แล้วและมีเทคโนโลยีที่พร้อมในการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) ของบริษัทเอง
@ราคาลงมากไป
นายธีร์ธนัตถ์ จิราศิริวัชร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ การตอบสนองของราคาหุ้น BGRIM ในช่วงที่ผ่านมาอาจเป็นการปรับตัวลงที่มากเกินกว่าปัจจัยพื้นฐาน (Over-React) เนื่องจากระดับราคาก๊าซธรรมชาติในปัจจุบันเร่งตัวขึ้นแตะระดับราว 15 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู (MMBtu) ซึ่งยังต่ำกว่าช่วงวิกฤติราคาพลังงานในอดีตที่เคยพุ่งขึ้นไปถึงระดับ 40–50 MMBtu อย่างมีนัยสำคัญ และการที่ BGRIM สามารถปรับโครงสร้างสัญญาขายไฟฟ้า ใช้สัญญาแบบ Gas Link จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานได้
ขณะเดียวกันBGRIM ยังเดินหน้ากระจายความเสี่ยงด้านพอร์ตพลังงาน ด้วยการลดสัดส่วนโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ และเพิ่มการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนมากขึ้นตามทิศทางการพัฒนาพลังงานของประเทศและแผน PDP ฉบับใหม่ โดยมีโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างการรับรู้รายได้หรือกำลังจะเริ่มดำเนินการในระยะใกล้
โครงการดังกล่าวประกอบด้วยการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสหรัฐอเมริกาซึ่งสามารถรับรู้รายได้ได้ทันทีหลังการเข้าซื้อกิจการ โรงไฟฟ้าพลังงานลมในเกาหลีใต้ซึ่งมีกำหนดเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในช่วงกลางปีนี้ รวมถึงโครงการ Data Center ขนาด 48 เมกะวัตต์ ซึ่งเตรียมเปิดดำเนินการเฟสแรกในช่วงปลายปีนี้ เร็วกว่าแผนเดิมประมาณ 6 เดือน นายธีร์ธนัตถ์ ประเมินว่า ราคาหุ้น BGRIM ในปัจจุบันซื้อ – ขายอยู่ในระดับ P/E ประมาณ 12.6 เท่า หากพิจารณาจากกำไรสุทธิ หรือ ประมาณ 20.5 เท่า หากรวมภาระดอกเบี้ยจากหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุน (Perpetual Bond) ซึ่งยังต่ำกว่าช่วงที่หุ้นเคยซื้อขายในระดับเกือบ 30 เท่า แนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 18.40 บาท