โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ฝุ่นเหนือวิกฤต ส.ส.ตี๋ ซัดรบ.เพิกเฉย ไม่อนุมัติงบกลาง-เขตภัยพิบัติ ปชช.สูดฝุ่นเท่าไหร่ถึงจะใส่ใจ?

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 03.26 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 03.26 น.

ฝุ่นเหนือวิกฤต ส.ส.ตี๋ ซัดรัฐบาลยังเฉย ตัดงบประจำ ไม่จัดสรรงบกลาง ซ้ำไม่ประกาศใช้งบภัยพิบัติ

จากสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควันในพื้นที่ภาคเหนือที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และยังคงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นประจำทุกปีนั้น

นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า หากรัฐบาลยังเห็นว่าประเทศไทยมีภาคเหนืออยู่ เร่งทำตามข้อเสนอของผมในวันนี้ อย่าปล่อยให้ประชาชนสูดฝุ่นพิษเข้าปอด โดยที่รัฐบาลไม่ใส่ใจอะไรเลย”

ฝุ่นภาคเหนือวิกฤต ค่า PM2.5 ทะลุ 500 ต่อเนื่อง แต่รัฐกลับนิ่ง งบกลางไม่อนุมัติ แถมยังไม่กล้าประกาศเขตภัยพิบัติเพื่อใช้เงินภัยพิบัติอีกด้วย จะต้องให้ประชาชนสูดฝุ่นไปอีกเท่าไหร่ถึงจะมองเห็นปัญหา?

จากวิกฤต PM2.5 ในภาคเหนือ ที่หลักๆมาจากการจุดไฟเผาป่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าฝุ่นพิษพุ่งขึ้นสูงทะลุ 500 ug/m3 ในหลายพื้นที่ ซึ่งมากกว่าเกณฑ์ปลอดภัยหลายเท่า แต่รัฐบาลยังนิ่งเฉย ทำเหมือนไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้น ปล่อยให้เจ้าหน้าที่และอาสาดับไฟป่าทำงานอย่างหนัก โดยที่ไม่มีงบประมาณจากภาครัฐมาช่วยเหลือตามสภาพความรุนแรงของปัญหาเลย

“งบประจำถูกตัด งบกลางไม่จัดสรร งบภัยพิบัติก็ไม่ใช้”

ผมจะขออธิบาย “งบประมาณ” แบ่งเป็น 3 ก้อน; 2 ก้อนแรกคืองบประมาณที่รัฐพลาด “เวลา” ที่ต้องจัดสรรงบไปแล้ว นั่นคือ งบประมาณรายจ่ายประจำและงบกลาง, 1 ก้อนหลัง คือ งบภัยพิบัติ ที่รัฐก็ยังไม่ได้ใช้จนถึงตอนนี้

สองก้อนแรก #งบประมาณรายจ่ายประจำ ผมอภิปรายตั้งแต่ตอนจัดสรรงบประมาณในรัฐบาลของคุณแพทองธารไปแล้ว ว่าไม่เพียงพอต่อภารกิจไฟป่าเลย พื้นที่เสี่ยงไฟป่าเขตป่าสงวนหลักสิบล้านไร่ แต่กลับถูกตัดงบประมาณจาก 1,500 ล้านบาท เหลือเพียง 122 ล้านบาท เพื่อใช้ในภารกิจไฟป่าเขตป่าสงวนทั่วประเทศ ไม่มีทางเพียงพอในการแก้ปัญหานี้

มาถึงรัฐบาลอนุทิน ผมก็ได้อภิปรายไปเมื่อเดือนกันยายนว่า ต้องมีการจัดสรร #งบกลาง มาเติมช่วยปัญหาไฟป่า และต้องเร็วกว่าปีก่อนที่อนุมัติกันสิ้นเดือนมกราคมทำให้จัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ต่างๆไม่ทัน ทันเพียงแค่ค่าแรงเท่านั้น แต่รัฐบาลอนุทินกลับเพิกเฉยต่อปัญหานี้

วันนี้ ประชาชนกำลังสู้กับวิกฤตโดยที่ไม่มีงบ ดังนั้นผมขอให้รัฐบาลเร่งการใช้งบก้อนที่สาม นั่นคือ เงินภัยพิบัติ หรือ เงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย นั่นเองครับ ซึ่งงบก้อนนี้จะมีสองส่วน คือ เงินป้องกันหรือยับยั้งจังหวัดละ 10 ล้านบาท สามารถใช้ได้เลยโดยไม่ต้องประกาศเขตภัยพิบัติ และ เงินช่วยเหลือ จังหวัดละ 50 ล้าน และกระทรวงละ 10-100 ล้านบาทแล้วแต่กระทรวง ที่จะสามารถใช้ได้ต่อเมื่อประกาศเขตภัยพิบัติแล้วเท่านั้น

ก้อนที่สามนี้ ชัดเจนครับว่า เงินมีแต่ไม่ยอมใช้

รัฐบาลต้องปรับเกณฑ์ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด “กล้า” ที่จะประกาศเขตภัยพิบัติเพื่อใช้เงินก้อนนี้ได้แล้ว เพราะทุกนาทีที่เราช้า คือความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ หรือ มะเร็งปอดของประชาชน ที่เพิ่มขึ้น

หากถามว่าประกาศแล้วทำอะไรได้บ้าง? หลักเกณฑ์ใหม่ในการใช้เงินก้อนนี้พึ่งคลอดออกมาเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งสิ่งที่ผมได้ผลักดันด้วยตัวเองกับทางกรมบัญชีกลาง (ผู้ร่างหลักเกณฑ์) ตั้งแต่ปี 2567 ถึงการเพิ่ม มุ้งสู้ฝุ่น ในเงินทดรองราชการนี้ ก็อยู่ในหลักเกณฑ์นี้แล้วด้วย ประกาศภัยพิบัติแล้วสามารถใช้ได้เลย และเงินช่วยเหลือค่าลาดตระเวน น้ำมันเชื้อเพลิง หรือค่าอาหารสำหรับเจ้าหน้าที่ไฟป่า ก็สามารถใช้ได้ก้อนนี้ได้เช่นกัน หากกังวลหลักเกณฑ์มาก ก็สามารถออกหนังสือขอใช้เงินนอกหลักเกณฑ์ได้อีกชั้นหนึ่งด้วย เรียกได้ว่า ช่องทางมี แต่คนบริหาร ทำเป็นหรือไม่เท่านั้นเองครับ

ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจและใส่ใจต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิตของประชาชนภาคเหนือ ปัญหาไม่มีทางลุกลามโดยไร้ซึ่งงบประมาณจัดการเหมือนวันนี้ครับ หากรัฐบาลยังเห็นว่าประเทศนี้มีภาคเหนือ เร่งทำในสิ่งที่ผมเสนอวันนี้ครับ อย่าปล่อยให้ประชาชนสูดฝุ่นพิษเข้าปอดโดยที่รัฐบาลไม่ใส่ใจอะไรเลย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฝุ่นเหนือวิกฤต ส.ส.ตี๋ ซัดรบ.เพิกเฉย ไม่อนุมัติงบกลาง-เขตภัยพิบัติ ปชช.สูดฝุ่นเท่าไหร่ถึงจะใส่ใจ?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...