ฝุ่นเหนือวิกฤต ส.ส.ตี๋ ซัดรบ.เพิกเฉย ไม่อนุมัติงบกลาง-เขตภัยพิบัติ ปชช.สูดฝุ่นเท่าไหร่ถึงจะใส่ใจ?
ฝุ่นเหนือวิกฤต ส.ส.ตี๋ ซัดรัฐบาลยังเฉย ตัดงบประจำ ไม่จัดสรรงบกลาง ซ้ำไม่ประกาศใช้งบภัยพิบัติ
จากสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควันในพื้นที่ภาคเหนือที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และยังคงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นประจำทุกปีนั้น
นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า “หากรัฐบาลยังเห็นว่าประเทศไทยมีภาคเหนืออยู่ เร่งทำตามข้อเสนอของผมในวันนี้ อย่าปล่อยให้ประชาชนสูดฝุ่นพิษเข้าปอด โดยที่รัฐบาลไม่ใส่ใจอะไรเลย”
ฝุ่นภาคเหนือวิกฤต ค่า PM2.5 ทะลุ 500 ต่อเนื่อง แต่รัฐกลับนิ่ง งบกลางไม่อนุมัติ แถมยังไม่กล้าประกาศเขตภัยพิบัติเพื่อใช้เงินภัยพิบัติอีกด้วย จะต้องให้ประชาชนสูดฝุ่นไปอีกเท่าไหร่ถึงจะมองเห็นปัญหา?
จากวิกฤต PM2.5 ในภาคเหนือ ที่หลักๆมาจากการจุดไฟเผาป่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าฝุ่นพิษพุ่งขึ้นสูงทะลุ 500 ug/m3 ในหลายพื้นที่ ซึ่งมากกว่าเกณฑ์ปลอดภัยหลายเท่า แต่รัฐบาลยังนิ่งเฉย ทำเหมือนไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้น ปล่อยให้เจ้าหน้าที่และอาสาดับไฟป่าทำงานอย่างหนัก โดยที่ไม่มีงบประมาณจากภาครัฐมาช่วยเหลือตามสภาพความรุนแรงของปัญหาเลย
“งบประจำถูกตัด งบกลางไม่จัดสรร งบภัยพิบัติก็ไม่ใช้”
ผมจะขออธิบาย “งบประมาณ” แบ่งเป็น 3 ก้อน; 2 ก้อนแรกคืองบประมาณที่รัฐพลาด “เวลา” ที่ต้องจัดสรรงบไปแล้ว นั่นคือ งบประมาณรายจ่ายประจำและงบกลาง, 1 ก้อนหลัง คือ งบภัยพิบัติ ที่รัฐก็ยังไม่ได้ใช้จนถึงตอนนี้
สองก้อนแรก #งบประมาณรายจ่ายประจำ ผมอภิปรายตั้งแต่ตอนจัดสรรงบประมาณในรัฐบาลของคุณแพทองธารไปแล้ว ว่าไม่เพียงพอต่อภารกิจไฟป่าเลย พื้นที่เสี่ยงไฟป่าเขตป่าสงวนหลักสิบล้านไร่ แต่กลับถูกตัดงบประมาณจาก 1,500 ล้านบาท เหลือเพียง 122 ล้านบาท เพื่อใช้ในภารกิจไฟป่าเขตป่าสงวนทั่วประเทศ ไม่มีทางเพียงพอในการแก้ปัญหานี้
มาถึงรัฐบาลอนุทิน ผมก็ได้อภิปรายไปเมื่อเดือนกันยายนว่า ต้องมีการจัดสรร #งบกลาง มาเติมช่วยปัญหาไฟป่า และต้องเร็วกว่าปีก่อนที่อนุมัติกันสิ้นเดือนมกราคมทำให้จัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์ต่างๆไม่ทัน ทันเพียงแค่ค่าแรงเท่านั้น แต่รัฐบาลอนุทินกลับเพิกเฉยต่อปัญหานี้
วันนี้ ประชาชนกำลังสู้กับวิกฤตโดยที่ไม่มีงบ ดังนั้นผมขอให้รัฐบาลเร่งการใช้งบก้อนที่สาม นั่นคือ เงินภัยพิบัติ หรือ เงินทดรองราชการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย นั่นเองครับ ซึ่งงบก้อนนี้จะมีสองส่วน คือ เงินป้องกันหรือยับยั้งจังหวัดละ 10 ล้านบาท สามารถใช้ได้เลยโดยไม่ต้องประกาศเขตภัยพิบัติ และ เงินช่วยเหลือ จังหวัดละ 50 ล้าน และกระทรวงละ 10-100 ล้านบาทแล้วแต่กระทรวง ที่จะสามารถใช้ได้ต่อเมื่อประกาศเขตภัยพิบัติแล้วเท่านั้น
ก้อนที่สามนี้ ชัดเจนครับว่า เงินมีแต่ไม่ยอมใช้
รัฐบาลต้องปรับเกณฑ์ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด “กล้า” ที่จะประกาศเขตภัยพิบัติเพื่อใช้เงินก้อนนี้ได้แล้ว เพราะทุกนาทีที่เราช้า คือความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ หรือ มะเร็งปอดของประชาชน ที่เพิ่มขึ้น
หากถามว่าประกาศแล้วทำอะไรได้บ้าง? หลักเกณฑ์ใหม่ในการใช้เงินก้อนนี้พึ่งคลอดออกมาเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งสิ่งที่ผมได้ผลักดันด้วยตัวเองกับทางกรมบัญชีกลาง (ผู้ร่างหลักเกณฑ์) ตั้งแต่ปี 2567 ถึงการเพิ่ม มุ้งสู้ฝุ่น ในเงินทดรองราชการนี้ ก็อยู่ในหลักเกณฑ์นี้แล้วด้วย ประกาศภัยพิบัติแล้วสามารถใช้ได้เลย และเงินช่วยเหลือค่าลาดตระเวน น้ำมันเชื้อเพลิง หรือค่าอาหารสำหรับเจ้าหน้าที่ไฟป่า ก็สามารถใช้ได้ก้อนนี้ได้เช่นกัน หากกังวลหลักเกณฑ์มาก ก็สามารถออกหนังสือขอใช้เงินนอกหลักเกณฑ์ได้อีกชั้นหนึ่งด้วย เรียกได้ว่า ช่องทางมี แต่คนบริหาร ทำเป็นหรือไม่เท่านั้นเองครับ
ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจและใส่ใจต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิตของประชาชนภาคเหนือ ปัญหาไม่มีทางลุกลามโดยไร้ซึ่งงบประมาณจัดการเหมือนวันนี้ครับ หากรัฐบาลยังเห็นว่าประเทศนี้มีภาคเหนือ เร่งทำในสิ่งที่ผมเสนอวันนี้ครับ อย่าปล่อยให้ประชาชนสูดฝุ่นพิษเข้าปอดโดยที่รัฐบาลไม่ใส่ใจอะไรเลย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฝุ่นเหนือวิกฤต ส.ส.ตี๋ ซัดรบ.เพิกเฉย ไม่อนุมัติงบกลาง-เขตภัยพิบัติ ปชช.สูดฝุ่นเท่าไหร่ถึงจะใส่ใจ?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th