ตู่ ภพธร ย้อนเล่านาทีเฉียดตายบนแท็กซี่ เพราะถุงขยะ เคลียร์ดราม่า อินฟลูฯ บุกบ้าน
ตู่ ภพธร ย้อนเล่านาทีเฉียดตายบนแท็กซี่ หลังเกิดอุบัติเหตุ หมุนข้ามไป 3 เลน เพราะถุงขยะ เตือนเข็มขัดนิรภัยสำคัญ เคลียร์ดราม่า อินฟลูฯ บุกบ้าน
กลายเป็นประเด็นที่แฟนๆ ให้ความสนใจและส่งกำลังใจให้กันอย่างล้นหลาม สำหรับนักร้องหนุ่ม 'ตู่ ภพธร' ที่ล่าสุดต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจาก อุบัติเหตุรถแท็กซี่เสียหลัก ขณะกำลังเดินทางไปสนามบิน
โดยล่าสุดวันที่ 13 มี.ค.69 เจอเจ้าตัวที่งาน “AumAum” ครั้งที่ 7 ชั้น 1 แฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา ตู่ ภพธร ได้เปิดใจถึงนาทีชีวิตและความสำคัญของการคาดเข็มขัดนิรภัย พร้อมทั้งเผยความประทับใจที่มีต่อคนขับแท็กซี่
นอกจากเรื่องอุบัติเหตุแล้ว ยังพูดถึงประเด็นอินฟลูเอ็นเซอร์เพื่อนบ้านใหม่ ที่โพสต์คลิปบุกบ้านตู่ ภพธร เพื่อจะจ้างไปร้องเพลง จนติดภาพบ้านและเห็นเลขที่บ้านชัดเจน ทำให้ห่วงเรื่องความเป็นส่วนตัว
เหตุการณ์เกิดอะไรขึ้นคะพี่ตู่?
“เป็นอุบัติเหตุครับ น่าจะเป็นถุงขยะที่ใส่ใบไม้หล่นอยู่กลางถนน ผมไม่แน่ใจว่าหล่นมาจากไหน เพราะตอนนั้นผมกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บของอยู่ท้ายรถแท็กซี่ แล้วผมก็ได้ยินเสียงคนขับแท็กซี่เขาตกใจ ร้อง "เฮ้ย" ออกมา หลังจากนั้นรถก็เริ่มปัดครับ เหมือนมันเร็วมาก เพราะรถวิ่งอยู่เลนซ้ายสุด แล้วข้าม 3 เลนไปชนฝั่งขวาหน้าสุด ผมก็กระแทกไปกระแทกมาอยู่ประมาณ 2 รอบ โดยที่ไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ในหัวตอนนั้นนึกแค่ว่า รถจะคว่ำหรือเปล่านะ"
ใจเราเป็นยังไงบ้างตอนนั้น?
“กลัวรถจะคว่ำครับ พยายามคว้าเบาะไว้ให้แน่นที่สุด ปกติเวลาขึ้นแท็กซี่บางคันผมก็ใส่เข็มขัดบ้างไม่ใส่บ้าง บางคันอยากใส่ก็ไม่มี แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ผมรู้เลยว่าเรื่องเล็กๆ บางทีมันกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เพราะการไม่ใส่เข็มขัดนิรภัย”
วินาทีที่รถกำลังหมุน ความรู้สึกมันเป็นยังไง?
“มันมีเวลาให้พอได้คิดครับว่า “รถจะคว่ำไหมวะๆ“ แต่ก็ดีใจที่ทุกคนปลอดภัย ทั้งตัวผมเองและคนขับด้วย”
ตอนนั้นพยายามเซฟตัวเองยังไงบ้าง?
”พยายามเก็บตัวให้อยู่ในตำแหน่งที่จะบาดเจ็บน้อยที่สุด และเกาะเบาะไว้ให้แน่นที่สุดครับ ใจนึกว่ามันจะคว่ำเพราะมันกระแทกแรงมาก แรงจนผมว่าจานเบรกน่าจะแตกเลย แล้วของในกระเป๋าผมก็กระจายหมดเลยครับ“
วันนั้นกำลังจะเดินทางไปไหน?
“วันนั้นผมกำลังจะไปสนามบินเพื่อบินไปบุรีรัมย์ แล้วไปร้องเพลงที่สุรินทร์ครับ”
อาการบาดเจ็บตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
“ก็มีกล้ามเนื้ออักเสบเฉยๆ ครับ”
ทางภรรยาทราบเรื่องแล้วว่ายังไงบ้าง?
“พอบอกเขาก็นอยด์เลยครับ เขาก็กังวล อยากให้เราถึงบ้านปลอดภัย”
มองว่าเหตุการณ์นี้ใครผิด?
“ผมว่าไม่ใช่ความผิดคนขับแท็กซี่ครับ แต่มันเป็นความผิดของถุงที่อยู่บนถนน ผมว่าเรื่องนี้ควรมีการจัดการดีๆ เพราะเราเห็นกันประจำเรื่องรถขนของที่ไม่มีมาตรการบังคับให้รัดของให้แน่นจนมันหล่นลงมา บางทีเห็นรถขนของสูงกว่าตัวรถกระบะอีก มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เกิดอุบัติเหตุ มันต้องมีสักครั้งแหละที่พลาด”
เวลาขับรถไปเจอถุงแบบนั้นอีก จะหลอนไหม?
“ผมว่าคนไทยหลอนกันหมดแหละครับกับเรื่องแบบนี้ ก็อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รัดกุมมากขึ้น อย่าตรวจแค่บางเรื่องแต่ละเว้นบางเรื่อง เพราะเรื่องนี้สำคัญครับ”
เห็นว่ามีช่วยเงินคุณลุงคนขับแท็กซี่ด้วย?
“คุณลุงเขาน่ารักครับ เขาถามผม 3-4 รอบว่าผมโอเคไหม เพราะเขารู้ว่าผมรีบไปสนามบิน เขาบอกเดี๋ยวเขาเรียกแท็กซี่คันใหม่ให้และจะจ่ายเงินให้ด้วย ผมประทับใจน้ำใจแกมาก ทั้งที่รถแกพังแต่แกยังมาสนใจเรา ปกติผมไม่ค่อยพกเงินสด แต่วันนั้นพอมีอยู่บ้างเลยให้แกไปนิดหน่อย เผื่อแกต้องหยุดงานซ่อมรถ จะได้พอมีเงินบ้างครับ”
อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ จากเหตุการณ์นี้ไหม?
“ใส่เข็มขัดนิรภัยครับ สำคัญที่สุดเลย มันช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้จริงๆ”
ขออนุญาตถามเรื่องดราม่าที่มีคนจะจ้างพี่ตู่ไปเล่นที่บ้านหน่อยค่ะ?
“เห็นคนดูเยอะมากครับ แอบตกใจ จริงๆ มีการพูดคุยกันประมาณหนึ่ง ตัวน้องเขาเองก็มาเพราะความปลื้มเรานั่นแหละที่เขาถ่ายคลิป แต่พอมันมีดราม่าเรื่องที่เขามาถ่ายถึงหน้าบ้าน ภรรยาผมก็ได้มีการพูดคุยและฝากบอกเขาว่าช่วยปิดเลขที่บ้านนิดหนึ่ง เพราะถึงจะมีคนมาถ่ายรายการที่บ้านบ่อย แต่ผมก็ไม่ได้อยากให้คนรู้ตำแหน่งเป๊ะๆ ว่าบ้านอยู่ตรงไหน”
กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยไหม?
“ผมก็ขอเขาแค่นั้นครับ แต่สุดท้ายเราก็เป็นเพื่อนบ้านกัน ในอนาคตถ้ามีอะไรไม่สบายใจก็จะพูดคุยกันตรงๆ ไม่ได้อยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต เพราะบ้านอยู่ห่างกันนิดเดียวเอง และน้องเขาก็ปลื้มเรา อยากจ้างเรามาร้องเพลง มันไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่อะไรครับ”
พอคุยแล้วเขาเข้าใจไหม พี่ตู่โกรธเขาไหม?
“เข้าใจครับ ผมขอแค่เรื่องปิดเลขที่บ้านเท่านั้นเอง ผมไม่ได้โกรธครับ ก็เขียนไปบอกเขาว่าเห็นที่มีคนไปว่าเขาเยอะ ก็บอกเขาว่าเราเข้าใจนะ ไม่ได้โกรธ”
สรุปแล้วงานวันนั้นได้ไปร้องไหม?
“วันนั้นผมติดงานจริงๆ ครับเลยไปไม่ได้ แต่อาจจะเอาของแวะไป Welcome เพื่อนบ้านใหม่เฉยๆ แต่ไปร้องเพลงให้ไม่ได้ครับ”
ถ้ามีคนอยากจ้างงานจริงๆ ต้องติดต่อทางไหน?
“เบอร์ติดต่ออยู่ในเพจโซเชียลมีเดียของผมครับ หรือถ้าเจอกันข้างนอกอยากติดต่อเสนองาน ผมก็ให้เบอร์ผู้จัดการได้ครับ ไม่ติดอะไร”
ในฐานะคนสาธารณะ พี่ตู่ต้องการความเป็นส่วนตัวแค่ไหน?
”ผมว่าแล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละคนครับ สำหรับตัวผมเองทำงานในที่สาธารณะ ผมยินดีและมีเวลาให้ทุกคนเสมอ เวลาเจอข้างนอกจะขอถ่ายรูปผมยินดีสุดๆ ครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนด่า ดีใจทุกครั้งที่มีคนเข้ามาหาเพราะเขาชื่นชอบเรา มันแปลว่าเรายังทำงานนี้ได้อยู่ครับ“
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตู่ ภพธร ย้อนเล่านาทีเฉียดตายบนแท็กซี่ เพราะถุงขยะ เคลียร์ดราม่า อินฟลูฯ บุกบ้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th