โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดาวโจนส์ปิดร่วง 739 จุด หลังสงครามอิหร่านดันราคาน้ำมันพุ่ง-หวั่นกดดันเงินเฟ้อ

efinanceThai

เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ดาวโจนส์ปิดร่วง 739 จุด หลังสงครามอิหร่านดันราคาน้ำมันพุ่ง-หวั่นกดดันเงินเฟ้อ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 มี.ค. 69 7:05: น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงแรงในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) หลังราคาน้ำมันโลกแตะระดับ100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากการที่อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันสองลำ ซึ่งซ้ำเติมความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและนำไปสู่แรงเทขายสินทรัพย์เสี่ยง

ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 46,677.85 จุด ลดลง 739.42 จุด (-1.56%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,672.58 จุด ลดลง 103.22 จุด (-1.52%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 22,311.98 จุด ลดลง 404.15 จุด (-1.78%)

ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ ร่วงกว่า 1.5% จากแรงเทขายหุ้นในหลายกลุ่ม โดยเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง ยกเว้นกลุ่มพลังงานและหุ้น Defensive stock บางส่วน ขณะที่ S&P 500 ลดลงติดต่อกันสามวันมากที่สุดในรอบหนึ่งเดือน

อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศว่าจะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ขณะที่องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency IEA) เตือนว่า สงครามกับอิหร่านกำลังก่อให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทำให้ความกังวลเรื่องแรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดพุ่งขึ้น 9.7% ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 9.2% แตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้แจ้งให้บริษัทน้ำมันและบริษัทเดินเรือของสหรัฐฯ เตรียมพร้อมสำหรับมาตรการยกเว้นข้อบังคับด้านการเรือภายใต้กฎหมาย Jones Act เป็นเวลา 30 วันเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง โดยจะเปิดทางให้เรือบรรทุกต่างชาติซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าเรือในประเทศ สามารถขนส่งสินค้าประเภทน้ำมันดิบ น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล ก๊าซธรรมชาติเหลว และปุ๋ยได้ ซึ่งตามกฎหมายเดิมกำหนดให้ต้องใช้เรือของสหรัฐฯ เท่านั้น โดยมาตรการยกเว้นดังกล่าวซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด

ไรอัน เดทริก หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Carson Group กล่าวว่า ตลาดเริ่มตระหนักว่าการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจต้องใช้เวลานานกว่าที่คาด บรรยากาศตอนนี้จึงมีลักษณะของ ขายก่อน ถามทีหลัง และแทบไม่มีหุ้นกลุ่มใดที่ปลอดภัย ยกเว้นพลังงาน ซึ่งจากสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ทำให้โอกาสที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปีนี้ลดลงอย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางความกังวลล่าสุดเกี่ยวกับคุณภาพสินเชื่อ Partners Group บริษัทไพรเวตอิควิตี้ของสวิตเซอร์แลนด์เตือนว่า อัตราการผิดนัดชำระหนี้ในตลาดสินเชื่อเอกชนอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ด้านมิเชล โบว์แมน รองประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ฝ่ายกำกับดูแล เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์เพื่อผ่อนคลายข้อกำหนดเกี่ยวกับเงินกองทุนที่ธนาคารต้องกันไว้เพื่อรองรับความสูญเสีย ซึ่งถือเป็นชัยชนะของธนาคารวอลล์สตรีท

ตลาดยังจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในวันที่ 17 มี.ค. แม้ข้อมูลล่าสุดจะบ่งชี้ว่า อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แต่สงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมานาน 13 วันและราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นยังไม่สะท้อนอยู่ในข้อมูลเศรษฐกิจ ขณะที่ตลาดคาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่จะจับตาการปรับประมาณการเศรษฐกิจและเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศในวันนี้ (13 มี.ค.) ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน, ตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) รวมถึงดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนม.ค. ซึ่งถูกเลื่อนออกไป

ภาพรวมหุ้นรายตัว

- หุ้น Morgan Stanley ร่วงลง 4.1% หลังจำกัดการไถ่ถอนเงินลงทุนจากกองทุนสินเชื่อเอกชนแห่งหนึ่ง ขณะที่หุ้น JPMorgan ‌Chaseลดลง 1.6% หลังปรับลดมูลค่าสินเชื่อบางส่วนที่ปล่อยให้กองทุนสินเชื่อเอกชน

- หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นมากที่สุดที่ 1.0% ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมร่วงลงมากที่สุดที่ 2.5% ในบรรดาหุ้น 11 กลุ่มในดัชนี S&P 500

- หุ้น Bumble ผู้ให้บริการแอปหาคู่ พุ่งขึ้น 34.2% หลังคาดการณ์รายได้ไตรมาสสี่ออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้

- หุ้น Dollar General ผู้ค้าปลีกสินค้าราคาประหยัด ร่วงลง 6.1% หลังคาดการณ์ยอดขายสาขาเดิมทั้งปีต่ำกว่าที่ตลาดคาด

- หุ้นกลุ่มผู้ผลิตปุ๋ย ซึ่งพึ่งพาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้น LyondellBasellบริษัทเคมีภัณฑ์ และ Dow พุ่งขึ้น 10.3% และ 9.3% ตามลำดับ หลัง Citigroup ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุน เนื่องจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ดัชนีบริษัทปุ๋ยและเคมีทางการเกษตรใน S&P 500 เพิ่มขึ้น 4.9%

ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย

- ปริมาณการซื้อขายโดยรวมในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 19,960 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลอด 20 วัน ซึ่งอยู่ที่ 20,050 ล้านหุ้น

- ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กมีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวก ในสัดส่วน 4.18 ต่อ 1 หุ้น โดยมีหลักทรัพย์ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ 117 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 198 ตัว

- ตลาดหลักทรัพย์แนสแดค มีหุ้นบวก 1,100 ตัว และหุ้นลบ 3,600 ตัว คิดเป็นสัดส่วนหุ้นลบต่อหุ้นบวก ที่ 3.27 ต่อ 1 หุ้น

- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 17 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 25 ตัว ส่วนดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 33 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 172 ตัว

ที่มา Reuters

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...