โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

คณะกรรมาธิการวุฒิสภา ติดตามการบริหารงบประมาณ จ.สงขลา เน้นเร่งรัดป้องกันและบรรเทาอุทกภัย

เดลินิวส์

อัพเดต 16 มกราคม 2569 เวลา 18.45 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
คณะกรรมาธิการวุฒิสภา ติดตามการบริหารงบประมาณจังหวัดสงขลา เน้นเร่งรัดการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ ควบคู่ขับเคลื่อนแผนพัฒนาจังหวัดสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้

เมื่อวันที่ 15 มกราคม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษอลงกต วรกี ประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมติดตามการบริหารงบประมาณของจังหวัดสงขลา พร้อมติดตามความคืบหน้าการใช้จ่ายงบประมาณด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยมีนายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้การต้อนรับและรายงานผลการดำเนินงาน

โดยในที่ประชุม นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้นำเสนอเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดสงขลา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ภายใต้วิสัยทัศน์ “สงขลาเมืองน่าอยู่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงอาเซียน พัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยกำหนดประเด็นการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาและยกระดับภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การค้า การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ การส่งเสริมการท่องเที่ยว กีฬา และบริการที่ได้มาตรฐาน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และยกระดับคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยในสังคมพหุวัฒนธรรม และการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

จากแนวทางการพัฒนาดังกล่าว จังหวัดสงขลาได้แบ่งพื้นที่การพัฒนาออกเป็น 4 กลุ่ม ตามลักษณะภูมิประเทศและภูมิสังคม ได้แก่ พื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ส่งเสริมให้เป็นแหล่งผลิตข้าวและคลังอาหารของจังหวัด ประกอบด้วย อำเภอระโนด สทิงพระ กระแสสินธุ์ และอำเภอสิงหนคร, พื้นที่เศรษฐกิจศูนย์กลางการค้า การลงทุน การค้าชายแดน คมนาคม และการศึกษา ประกอบด้วย อำเภอเมืองสงขลา อำเภอหาดใหญ่ และสะเดา, พื้นที่การพัฒนาด้านการเกษตรอื่น ๆ ประกอบด้วย อำเภอนาหม่อม ควนเนียง บางกล่ำ รัตภูมิ และอำเภอคลองหอยโข่งและพื้นที่เฝ้าระวังด้านความมั่นคง ประกอบด้วย อำเภอจะนะ เทพา นาทวี และอำเภอสะบ้าย้อยเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่

ซึ่งที่ประชุมยังได้รับทราบรายงานผลการใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินของจังหวัดสงขลาในรอบ 2 ปีย้อนหลัง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 มีวงเงินทดรองราชการด้านบรรเทาความเดือดร้อน 20 ล้านบาท เบิกจ่ายจริงรวม 2,559,743.84 บาท แยกเป็นด้านการดำรงชีพ ด้านการเกษตร ด้านการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย และด้านการบรรเทาสาธารณภัย

นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะประเด็นการปักธงเตือนภัยที่ยังขาดความชัดเจนและจุดติดตั้งไม่เพียงพอ คณะกรรมาธิการเสนอให้ปรับปรุงระบบแจ้งเตือน โดยกำหนดการเปลี่ยนสีธงเตือนภัยไม่เกิน 30 นาที และพัฒนาระบบเตือนภัย การจัดตั้งวอร์รูม (War Room) รับมือน้ำท่วม ขณะเดียวกัน กรมชลประทานได้รายงานแผนแก้ไขปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา ทั้งแผนระยะเร่งด่วน ปี 2569–2570 และแผนระยะยาว ตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นไป ครอบคลุมการขุดลอกคลอง การซ่อมแซมอาคารชลประทาน การศึกษาแผนหลัก และการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำและคลองผันน้ำหลายแห่ง เพื่อเพิ่มศักยภาพการรองรับน้ำในพื้นที่

ด้านภาคเอกชน ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ได้เสนอแผนฟื้นฟูธุรกิจในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยผ่านการกลั่นกรองของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนจังหวัด แบ่งเป็นแผนระยะสั้นและระยะยาว ทั้งนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษอลงกต วรกี ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินโครงการตามแผนที่เสนอ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัยในระยะต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...