โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ระบบการเงินเทาของตระกูลฮุนและสายสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ "โลกสีเทาในมือกัมพูชาและตระกูลคิม"

The Better

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER

ต่อเนื่องจากบทความเรื่อง "ทำไม'ฮุน โต'หลานฮุน เซน ถึงรอดการกวาดล้างท่อน้ำเลี้ยงแต่บอสใหญ่'เฉินจื้อ'กลับไม่รอด?"

เหมือนกับคำกว่าวว่า อย่าตีหมาจนตรอก เพราะมันอาจจะทุ่มชีวิตตอบโต้เราได้

เช่นกัน เมื่อโลกภายนอกกดดันระบอบฮุนมากๆ เขา พวกนี้ก็อาจจะเดิมพันด้วยชีวิตกับการลงใต้ดินอย่างเต็มที่เพื่อที่จะเป็นอย่างเกาหลีเหนือให้ได้ เพราะไหนๆ โลกภายนอกก็จะโค่นล้มพวกเขาแน่ ๆ อยู่แล้ว กระนั้นเลย เรามาเดินตามรอยเกาหลีเหนือให้เต็มไปเลย

ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและกัมพูชานั้นแนบแน่นเอามาๆ กล่าวได้ว่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากไม่นับเวียดนามแล้ว คงมีแต่กัมพูชาที่สนิทกับเกาหลีเหนือ

แต่กัมพูชายังอยากจะเป็นแบบเกาหลีเหนือด้วย เช่น ระบอบฮุนก็เดินตามรอยระบอบคิมในการสืบทอดอำนาจไปยัง "รัชทายาท" ตระกูลเดียวกัน ใช้สื่อและคนในเครือข่ายอำนาจควบคุมสื่อเพื่อกำหนดทัศนะสาธารณะ และในแง่เศรษฐกิจแม้จะเป็นแบบตลาด แต่เศรษฐกิจกัมพูชายังมี "เศรษฐกิจสีดำ" ที่คิดเป็น 69% ของ GDP ซึ่งเกรงว่าภาคส่วนนี้จะลอกเลียน "เพลย์บุ๊ค" ของเกาหลีเหนือ

ในแง่ "บนดิน" กัมพูชาและเกาหลีเหนือแม้จะใกล้ชิดสนิทสนิมกัน แต่ "เรื่องเงินๆ ทองๆ" (หมายถึงการเงินและเศรษฐกิจ) แทบไม่มีเนื้อหาสาระอะไร ตรงกันข้าม กัมพูชาเข้าไปเชื่อมโยงกับเกาหลีใต้มากกว่าในแง่นี้

แต่นั่นเป็นเรื่องบนดิน โลกใต้ดินเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

รายงานของสหประชาชาติเรื่อง "การละเมิดและการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติโดยเกาหลีเหนือผ่านกิจกรรมทางไซเบอร์และกิจกรรมของบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ" ที่ออกมาในเดือนตุลาคม 2025 ระบุว่า

"เกาหลีเหนืออาศัยเครือข่ายของพลเมืองเกาหลีเหนือในต่างประเทศและผู้ประสานงานในต่างประเทศ รวมถึงในจีน รัสเซีย อาร์เจนตินา กัมพูชา เวียดนาม และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อฟอกเงินดิจิทัลที่ถูกขโมยมาเป็นเงินสกุลปกติสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างและเพื่อเป็นทุนสนับสนุนโครงการอาวุธทำลายล้างสูงและขีปนาวุธที่ผิดกฎหมาย" จากข้อมูลนี้ อาจทำให้เริ่มตะหงิดๆ ว่า 'ระบอบการเงิน ฮุนโต' คงจะไม่ใช่แค่ลอกวิธีการของเกาหลีเหนือ แต่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการเงินใต้ดินของเกาหลีเหนือด้วย

รายงานยังระบุว่า

"นอกจากการใช้สกุลเงินดิจิทัลในทางที่ผิดเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติแล้ว ชาวเกาหลีเหนือยังดำเนินกิจกรรมด้านไอทีอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นการละเมิดมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหมายเลข 2375 และ 2397 ในช่วงระยะเวลาที่รายงาน เกาหลีเหนือได้ส่งคณะผู้แทนแรงงานไอทีไปยังอย่างน้อยแปดประเทศ (จีน รัสเซีย ลาว กัมพูชา อิเควทอเรียลกินี กินี ไนจีเรีย และแทนซาเนีย)"

นั่นหมายความว่า มีผู้ทำงานด้าน IT ของเกาหลีเหนือมาทำงานในกัมพูชาด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น บุคคลจากเกาหลียังใช่บริหารระบบการเงินของกัมพูชาด้วย (ซึ่งน่าเชื่อว่าควรเป็นระบบการเงินของ ฮุน โต) โดยรายงานกล่าวว่า "บุคคลจากเกาหลีเหนือยังใช้เครือข่ายในกัมพูชาในกระบวนการถอนเงินสดด้วย โดยร่วมมือกับพลเมืองเกาหลีเหนือที่พำนักอยู่ในกัมพูชาเพื่อโอนเงินไปยังที่อยู่กระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อเตรียมเงินไว้สำหรับการถอนเงินสดในสถานที่อื่นๆ รวมถึงฮ่องกง"

ในตอนที่ว่าด้วย "เครือข่ายฟอกเงินของเกาหลีเหนือ" ของรายงานฉบับนี้กล่าวถึงกัมพูชาเป็นประเทศแรก มีเนื้อหาดังนี้

"ในเดือนพฤษภาคม 2025 เครือข่ายบังคับใช้กฎหมายด้านอาชญากรรมทางการเงินของสหรัฐฯ (FinCEN) ได้เผยแพร่ประกาศร่างกฎระเบียบ (NPRM) เพื่อระบุว่ากลุ่มบริษัทบริการทางการเงิน Huione Group ของกัมพูชาเป็นสถาบันการเงินที่น่าเป็นห่วงในเรื่องการฟอกเงินภายใต้มาตรา 311 ของกฎหมาย USA PATRIOT Act NPRM ของ FinCEN ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้ Huione Pay PLC (Huione Pay) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยด้านบริการชำระเงินของ Huione Group โดยกลุ่มอาชญากรไซเบอร์จากเกาหลีเหนือ เพื่อฟอกเงินที่ได้จากการโจรกรรมสกุลเงินดิจิทัล รวมถึงเงินอย่างน้อย 37.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ถูกขโมยจาก DMM Bitcoin ซึ่งเป็นตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลของญี่ปุ่นในเดือนพฤษภาคม 2024 และจาก Atomic Wallet, Coinspaid และ Alphapo ในเดือนมิถุนายน 2023 กฎระเบียบขั้นสุดท้ายที่ตัดขาด Huione Group ออกจากระบบการเงินของสหรัฐฯ ได้ถูกประกาศใช้เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2025"

"ในเดือนตุลาคมและธันวาคม 2024 ประเทศสมาชิก MSMT (ทีมติดตามการคว่ำบาตรพหุภาคีเพื่อตรวจสอบเกาหลีเหนือ) สามประเทศได้แสดงความกังวลต่อรัฐบาลกัมพูชาเกี่ยวกับกิจกรรมของ Huione Pay ที่ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายไซเบอร์ของเกาหลีเหนือที่สหประชาชาติกำหนดไว้ รวมถึงกลุ่ม RGB (สำนักงานข่าวกรองทั่วไปของเกาหลีเหนือ) ธนาคารแห่งชาติกัมพูชาจึงปฏิเสธที่จะต่ออายุใบอนุญาตการชำระเงินของ Huione Pay แต่บริษัทก็ยังคงดำเนินงานในกัมพูชาต่อไป ระหว่างปี 2022 ถึง 2024 พลเมืองเกาหลีเหนือที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่ม RGB (สำนักงานข่าวกรองทั่วไปของเกาหลีเหนือ) ได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของ Huione Pay ในการโอนสกุลเงินดิจิทัลและเงินสกุลปกติหลายครั้ง ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดย FinCEN เจ้าหน้าที่ของ Huione Pay ทราบถึงความเกี่ยวข้องของบุคคลดังกล่าวกับเกาหลีเหนือ พลเมืองเกาหลีเหนือคนนี้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเจ้าหน้าที่ของ Huione Pay หลายคนและพบปะกับเจ้าหน้าที่อย่างน้อยหนึ่งคนเป็นประจำ ในช่วงปลายปี 2023 พลเมืองเกาหลีเหนือคนนี้ได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของ Huione Pay ในการแปลงสกุลเงินดิจิทัลเป็นเงินสกุลปกติและโอนเงินสกุลปกติไปยังผู้ร่วมงานในภายหลัง โดยรวมแล้ว พลเมืองเกาหลีเหนือรายนี้ได้โอนเงินสกุลคริปโตมูลค่าหลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับเจ้าหน้าที่ของ Huione Pay ในช่วงกลางปี 2023 พลเมืองเกาหลีเหนือรายนี้ยังวางแผนที่จะโอนเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ไปยังฮ่องกง และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ของ Huione Pay ในการดำเนินการดังกล่าวด้วย"

"กลุ่มบุคคลเกาหลีเหนือที่อยู่ในกัมพูชายังช่วยฟอกเงินที่ได้จากการแฮ็ก Axie Infinity ซึ่งส่งผลให้บริษัท Axie Infinity ของเวียดนามสูญเสียเงินคริปโตเคอร์เรนซีไปกว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนมีนาคม 2022 ตัวแทนของบริษัท Saeng Pil Trading Company (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Green Pine Associated Corporation, Kpe.010) ซึ่งเป็นบริษัทค้าอาวุธของเกาหลีเหนือที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ RGB (สำนักงานข่าวกรองทั่วไปของเกาหลีเหนือ) ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นหน่วยงานที่สหประชาชาติขึ้นบัญชีไว้ ควบคุมบัญชีที่มีเงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการแฮ็ก Axie Infinity ในเดือนมีนาคม 2022 169"

"จากข้อมูลที่ได้รับจากรัฐสมาชิก MSMT แห่งหนึ่ง กลุ่มคนเกาหลีเหนือที่ตั้งอยู่ในกัมพูชาได้ใช้บัญชีที่ลงทะเบียนไว้กับ Huione Pay ในปี 2023 เพื่อโอนเงินที่ได้จากการแฮ็ก Axie Infinity ด้วยเช่นกัน"

ทั้งหมดนี้คือ "ความสำคัญ" ของ ระบอบการเงินฮุน โต และความเชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือ ไปจนถึงความอยากเป็นเกาหลีเหนือในแง่การเงินใต้ดินของระบอบฮุน ซึ่งทำให้รัฐบาลกัมพูลชาต้องคุ้มครอง ฮุน โต เอาไว้ ยอมเฉือนเนื้อคือ เฉินจื้อ ไปให้จีน แต่ยังรักษาชีวิต (ของธุรกิจมืด) เอาไว้ได้ตราบเท่าที่ ฮุน โต ยังอยู่

ในหนังสือ "Scam: Inside Southeast Asia's Cybercrime Compounds" กล่าวถึงธุรกิจไซเบอร์สีดำในกัมพูชาและปฏิบัติการแฮกเกอร์เกาหลีเหนือเอาไว้ว่า ทุกวันนี้ทั้งสองประเทศถูกเอ่ยถึงด้วยคำๆ เดียวกัน คือ Cyber slave

"สื่อต่างประเทศได้นำเสนอประเด็นนี้ในวงกว้างในฐานะปัญหาของ 'การเป็นทาส' เหตุการณ์สำคัญในเรื่องนี้คือการเผยแพร่สารคดีเรื่อง Forced to Scam: Cambodia's Cyber Slaves ซึ่งผลิตโดย Al Jazeera ในเดือนกรกฎาคม 202240 หลังจากที่วิดีโอออกอากาศ การรายงานข่าวของสื่อต่างประเทศเกี่ยวกับปฏิบัติการหลอกลวงก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับแนวคิดที่ว่าสารประกอบเหล่านี้เป็นตัวแทนของปรากฏการณ์ใหม่ที่เรียกว่า 'การเป็นทาสไซเบอร์' ซึ่งเป็นคำที่ก่อนหน้านี้เคยใช้เป็นครั้งคราวในบริบทอื่น ๆ เช่น เพื่ออ้างถึงแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีเหนือ แต่ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา คำนี้กลับถูกนำมาใช้เกือบจะเฉพาะกับอุตสาหกรรมการหลอกลวงออนไลน์เท่านั้น" (หน้า 12)

นี่เป็นการตั้งข้อสังเกตเท่านั้น แต่มันมีความเชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด

และความพัวพันของกัมพูชากับกเกาหลีเหนือในโลกการเงินนอกระบบและอยู่ใต้ดิน จึงทำให้ 'ระบบการเงินฮุน โต' จึง "ได้ไปต่อ" เพราะมันคือแกนหลักที่ค้ำชูระบอบฮุนเอาไว้ทั้งหมด ขณะที่ เฉินจื้อ เป็นเพียง "โซ่ตัวเดียว" ที่ช่วยร้อยสายใยเครือข่ายทั้งหมดเท่านั้น ต่อให้ถูกตัดไปก็ไม้เสียหาย

ในเวลานี้เหลือเพียงรอให้ 'ระบบการเงินฮุน โต' ซ่อมแซมตัวเองได้อีกครั้ง โลกสีดำในประเทศนั้นก็จะกลับมาเฟื่องฟูอีก

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo

  • ภาพ ฮุน มาเนต เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2025 แสดงให้เห็นนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต์ แห่งกัมพูชา กำลังแสดงท่าทางต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลก่อนออกเดินทางไปยังมาเลเซียเพื่อเจรจาหยุดยิงกับไทย ที่สนามบินนานาชาติพนมเปญ (ภาพโดย POOL / AFP)
  • ภาพ คิม จอง-อึน ถ่ายเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2025 และเผยแพร่โดยสำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (KCNA) ผ่านทาง KNS เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2025 แสดงให้เห็นผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง-อึน กำลังกล่าวสุนทรพจน์ระหว่างการเยี่ยมชมสถานที่ก่อสร้างโครงการเรือนกระจกซินอิจู (ภาพโดย KCNA ผ่าน KNS / AFP)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...