WP ENERGY สนับสนุนผู้ประกอบการไทยเปิดเวที “ร้านนี้แหละใช่ Talk 2026” ติดอาวุธร้านอาหาร โตสวนกระแสเศรษฐกิจ
บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด(มหาชน) หรือWP Energy บริษัทกลุ่มพลังงานครบวงจร ผู้นำการค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว(LPG) แบรนด์“เวิลด์แก๊ส” หนึ่งในผู้นำธุรกิจแก๊สปิโตรเลียมเหลว(แอลพีจี) ภายใต้แบรนด์ เวิลด์แก๊สยังคงเดินหน้า“เคียงข้างสร้างรอยยิ้ม” ให้กับคนไทยอย่างต่อเนื่อง
เปิดเวทีสัมมนาแห่งปี“ร้านนี้แหละใช่Talk 2026” โครงการติดอาวุธเติมพลังไฟเพื่อสร้างร้านที่ใช่…สำหรับคุณและลูกค้า ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาเสริมศักยภาพให้วงการอาหารในประเทศไทยด้วยความตั้งใจ มุ่งซัพพอร์ตผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ให้สามารถปรับตัวเข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อม“เข้าใจเกมใหม่ของธุรกิจร้านอาหาร” ตั้งแต่เทรนด์ผู้บริโภคความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการทำอาหารการตลาดและการสร้างแบรนด์ไปจนถึงการบริหารจัดการหลังบ้านสู่การขยายฐานลูกค้าและผลักดันยอดขายให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่
คุณนพวงศ์โอมาธิกุลรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทดับบลิวพีเอ็นเนอร์ยี่จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า“ในปี2026 อุตสาหกรรมอาหารต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่ซับซ้อนขึ้นและความผันผวนของต้นทุนจากภาวะเศรษฐกิจWP Energy จึงมองว่าบทบาทขององค์กรไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการให้บริการพลังงาน แต่ต้องก้าวสู่การเป็น‘เพื่อนคู่คิด’ ที่ช่วยผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มSMEs ให้สามารถปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สอดคล้องกับพันธกิจ“We Promise” ทางในการดำเนินธุรกิจที่เราปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเปิดรับความหลากหลายและการมีส่วนร่วมของสังคม รวมถึงการยกระดับศักยภาพคนไทย การส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการอาหาร ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่เรามุ่งมั่นเคียงข้าง พร้อมสนับสนุนการเติบโต ผ่านการแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และการเชื่อมโยงเครือข่าย เพื่อร่วมสร้างFood Community ที่เข้มแข็งและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”
จากแนวคิดดังกล่าวจึงเป็นที่มาของความร่วมมือ ระหว่างWP Energy กับผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา จัดงานสัมมนาผู้ประกอบการด้านอาหาร“ร้านนี้แหละใช่Talk 2026” เพื่อติดอาวุธให้กลุ่มผู้ประกอบอาชีพร้านอาหารทั่วประเทศได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้และทำความเข้าใจเทรนด์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อจุดประกายไอเดียและนำองค์ความรู้ไปพัฒนาต่อยอด ขยายฐานลูกค้าและผลักดันให้เกิดยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยมุ่งเน้นการให้ความรู้ครอบคลุมใน3 มิติหลัก ได้แก่
Trend Awareness (เข้าใจเทรนด์อาหารและเทคโนโลยีการจัดการ) : การก้าวให้ทันกระแสโลกและเปิดรับนวัตกรรมไม่ใช่เพียงการวิ่งตามกระแสโดยเน้นทำความเข้าใจทั้งเทรนด์อาหารและเทคโนโลยีการจัดการร้านที่จะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคตตั้งแต่ความต้องการของผู้บริโภคที่ให้คุณค่ากับอาหารมากกว่าความอร่อยเพียงอย่างเดียวไปจนถึงการนำเครื่องมือและระบบหลังบ้านมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและลดขั้นตอนที่ซับซ้อนเพื่อให้มีเวลาและพลังไปโฟกัสการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจซึ่งท้ายที่สุดคือการมองเห็นโอกาสก่อนคนอื่นเป็นการสร้างความได้เปรียบที่ยั่งยืนให้ธุรกิจ
Customer Expansion (กลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางที่หลากหลาย) : การขยายฐานลูกค้าในยุคนี้คือการเชื่อมโลกออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกช่วงเวลาและทุกไลฟ์สไตล์ ผ่านแนวคิดการทำการตลาดหลายช่องทาง ตั้งแต่การสร้างตัวตนบนโซเชียลเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงการใช้ข้อมูลลูกค้าเพื่อออกแบบการสื่อสาร และบริการแบบเฉพาะบุคคลที่ตรงใจ จนสามารถเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็นลูกค้าประจำ จึงไม่ใช่แค่การปั๊มยอดขายระยะสั้น แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศของแบรนด์ในใจผู้บริโภค และผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงในตลาดที่แข่งขันสูง
Adaptive Management (การบริหารจัดการต้นทุนและบุคลากร) : การบริหารร้านให้ยืดหยุ่นและทันต่อความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ มุ่งเน้นการจัดการต้นทุนอย่างชาญฉลาดโดยไม่ลดทอนคุณภาพ เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นด้านวัตถุดิบ พลังงาน และกระบวนการหลังบ้าน ควบคู่ไปกับการบริหารบุคลากรด้วยความเข้าใจ เพราะทีมงานที่แข็งแรงและพร้อมปรับตัว คือฟันเฟืองหลักในวันที่สถานการณ์เปลี่ยนเร็ว ช่วยให้ธุรกิจไม่เพียงอยู่รอดแต่เติบโตได้ในทุกสถานการณ์
คุณนพวงศ์ ยังได้ร่วมกล่าวบนเวทีสัมมนาในหัวข้อ“SUSTAINABLE FOOD COMMUNITY” ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมร้านอาหารไทยเติบโตอย่างยั่งยืน
โดยชี้ว่า“ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารไม่ได้แข่งขันกันที่รสชาติเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือความสามารถในการยืนหยัดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวWP Energy เชื่อว่าพลังงานคือปัจจัยสำคัญที่หล่อเลี้ยงระบบนิเวศนี้ จึงมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามบทบาทของการเป็นเพียงEnergy Supplier ไปสู่การเป็นInfrastructure Partnerหรือพันธมิตรผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยเรามองลึกไปถึงโครงสร้างต้นทุนพลังงาน การจัดการFood Waste ที่กระทบต่อกำไร และการบริหารCarbon Footprint ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์และอนาคตของธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างแท้จริง”
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพลังงานและอาหารคือรากฐานเศรษฐกิจของประเทศ แต่เนื่องจากอุตสาหกรรมอาหารเป็นภาคส่วนที่ใช้พลังงานสูง และมีส่วนสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ดังนั้นเมื่อพูดถึงการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน จึงต้องพูดเรื่องFood System ด้วย ที่สำคัญคือความยั่งยืนของเราก็ขึ้นอยู่กับความยั่งยืนของลูกค้าด้วย ถ้าร้านอาหารอยู่ไม่ได้ บริษัทพลังงานก็อยู่ไม่ได้เช่นกันWP Energy จึงพัฒนา“WP Energy Food Community” ให้เป็นStrategic Platform ที่ช่วยตอบโจทย์การสร้างSustainable Food Ecosystem ภายใต้หลักคิดที่ว่า“ร้านหนึ่งจะยั่งยืนได้..ต้องไม่โดดเดี่ยว”
แพลตฟอร์มนี้เป็นพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยนความรู้ด้านต้นทุน แชร์แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด(Best Practices) และเข้าถึงนวัตกรรมใหม่ๆ โดยมุ่งเน้นผลลัพธ์ในเชิงปฏิบัติผ่าน3 ขั้นตอนหลักประกอบด้วย
- Energy Reliability: สร้างเสถียรภาพด้านพลังงาน ลดความเสี่ยงที่ทำให้ธุรกิจสะดุด
[* **Cost & Efficiency Optimization:** บริหารต้นทุนอย่างชาญฉลาด ลดการสูญเสีย เพื่อเพิ่มกำไรต่อจาน , * **Sustainability Enablement:** สนับสนุนการลดการปล่อยคาร์บอน และเตรียมพร้อมรับมาตรฐานESG ในอนาคต ]
ไม่เพียงเท่านั้น ภายในปี2026 WP Energy ปรารถนาที่จะเห็นร้านอาหารไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพผ่าน5 มิติสำคัญ คือResilientอยู่รอดได้ในโลกที่ผันผวนด้วยระบบบริหารต้นทุนที่แม่นยำEfficientใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดขยะ และเพิ่มกำไรระยะยาวSustainableเป็นธุรกิจที่รับผิดชอบต่อโลก เพื่อครองใจผู้บริโภคยุคใหม่Connected เติบโตไปพร้อมกับเครือข่ายที่แข็งแกร่ง และOwner Can Breathe เจ้าของร้านสามารถบริหารงานได้อย่างเบาใจ เพราะมีระบบและพันธมิตรที่คอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง
“พลังงานที่แท้จริงไม่ได้อยู่แค่ในถังแก๊ส แต่อยู่ในความร่วมมือของคนในอุตสาหกรรมเดียวกันด้วยWP Energy พร้อมยืนอยู่ตรงกลางของความร่วมมือนั้น ไม่เพียงช่วยให้ผู้ประกอบการมีพลังงานที่มั่นคงและเปิดเตาได้ แต่เพื่อให้มีต้นทุนที่แข่งขันได้ ท่ามกลางความท้าทายรอบด้านทั้งในปัจจุบันและอนาคต ที่สำคัญคือทำให้ร้านอาหารไทยได้มีแนวทางยกระดับไปสู่ความยั่งยืน ไม่ใช่แค่เปิดขายได้ในวันนี้ แต่สามารถเติบโตอย่างมั่นคงต่อเนื่องไปในอีก10 ปีข้างหน้า” คุณนพวงศ์ กล่าวสรุป
WP Energy เชื่อมั่นว่างานสัมมนา“ร้านนี้แหละใช่Talk 2026” จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการร้าน ขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขาย และยืนหยัดได้จริง จากความรู้บนเวทีสัมมนาหัวข้อ“SUSTAINABLE FOOD COMMUNITY” เพื่อการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว และหัวข้อ“สร้างแบรนด์ที่ใช่…ให้คนจำว่าร้านอร่อยเป็นยังไง” โดย คุณรัส–ธัญย์ณภัคช์ ศิริประกาเจริญCEO เจ้าของแบรนด์ชาไทยการัน, “เศรษฐกิจมันแย่ก็ต้องแก้จนกว่าจะใช่” โดย คุณต่อ–ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี(ต่อ เพนกวิน), “ติดเตาเติมไฟปรับสูตรใหม่…ให้ใช่กว่าเดิม” โดย เซฟหมอตั้ม–นายแพทย์ดิษกุล ประสิทธิ์เรืองสุข(MasterChef Thailand ซีชั่น2) และ“ถ้าเครื่องมือมันใช่…ยังไงก็มีสิทธิ” โดย คุณแซม–พลสัน นกน่วมTikTok Creator Expert 2025