โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส.อ.ท. ฝากรัฐบาลใหม่ยกระดับสมุนไพรไทย เปลี่ยนยาหม้อ สู่ Luxury Wellness

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 01.46 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 01.46 น. • The Bangkok Insight

ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร ส.อ.ท. ฝากรัฐบาลใหม่ยกระดับสมุนไพรไทย เปลี่ยนยาหม้อ สู่ Luxury Wellness ขยับจาก "ภูมิปัญญา" สู่ "อุตสาหกรรมมาตรฐานโลก"

นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากประสบการณ์การเข้าร่วมประชุมเชิงนโยบายด้านสมุนไพรทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ เห็นชัดเจนว่าทิศทางสมุนไพรไทยต้องเปลี่ยนจากการพัฒนาแบบกระจัดกระจาย ไปสู่การพัฒนาเชิงระบบ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศที่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาผลักดัน

ยกระดับสมุนไพรไทย

หากประเมินรวมผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่ทั้งหมด เกษตรกรที่ลงทะเบียนปลูกพืชสมุนไพรและพืชเฉพาะทาง รวมถึงกลุ่มวิสาหกิจชุมชน , กลุ่มโรงงานสกัด ผู้ผลิตยาแผนโบราณ และโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) และกลุ่มแม่ค้าออนไลน์ เจ้าของแบรนด์ ร้านขายยาสมุนไพร/สปา คาดว่ามี 7-8 ล้านคน อุตสาหกรรมสมุนไพรจึงสำคัญต่อประเทศไทยอย่างมาก หากรัฐบาลใหม่ปฏิรูปให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ จะส่งผลต่อการเติบโตของ GDP และการส่งออก

ทั้งนี้ กลุ่มฯ มี 5 แนวทางปฏิรูปเสนอแนะรัฐบาล คือ

  • รัฐบาลควรสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อยกระดับสมุนไพร ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
  • ยกระดับมาตรฐานการผลิต ตั้งแต่ไร่ปลูกสมุนไพร โรงงานผลิต จนถึงการขนส่งสู่ผู้บริโภค ต้องได้มาตรฐานระดับสากล
  • เพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เช่น tele pharmacy ปรึกษา เภสัชกรแผนไทย และซื้อยาสมุนไพรผ่านตู้ยาอัตโนมัติที่สามารถจำหน่ายและปรึกษาผ่านระบบออนไลน์ได้แบบ One stop service
  • ผลักดันเรื่องแบรนดิ้ง เพื่อเปลี่ยนจากยาหม้อ สู่ Luxury Wellness เปลี่ยนภาพลักษณ์สมุนไพรไทยที่ดูโบราณ ให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมระดับโลก
  • ผลักดันเรื่องซอฟต์เพาเวอร์อย่างต่อเนื่อง เช่น การคิดค้นสูตรสมุนไพรเฉพาะตัวของนายกรัฐมนตรี รัฐบาลออกใบรับรองมาตรฐานเพื่อโปรโมตให้นักท่องเที่ยวที่มาไทยต้องได้ลองสมุนไพรสูตรนายกฯ หากไม่ได้ลองแปลว่ายังมาไม่ถึง เป็นต้น
ยกระดับสมุนไพรไทย

"ปัจจุบันต้องยอมรับว่าสมุนไพรที่ไม่มีข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ จะไปได้ไกลแค่ตลาดความเชื่อ แต่ถ้ามีข้อมูล จะไปได้ถึงระบบสาธารณสุข หากประเทศไทยยกระดับไปสู่ 5 ข้อดังกล่าว ผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมสมุนไพรซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของประเทศก็จะมีรายได้ที่มั่นคงขึ้น" นายสิทธิชัย กล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...