เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
#ทันหุ้น – บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะชะลอความร้อนแรง โดยประเมินแนวรับโซนกรอบ 1,420-1,430 จุด ถูกกดดันจาก Sentiment ลบจากฝั่งสหรัฐฯที่หุ้นเทคโนโลยีเผชิญแรงขายทำกำไรอย่างรุนแรง จากความกังวลประเด็น AI Disruption
โดยประกอบกับดัชนีที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น 17% จาก Low กลางเดือน ม.ค. 25 ทำให้ระยะสั้นคาดว่ามีโอกาสเผชิญแรงขายทำกำไรสลับเพื่อลดความร้อนแรง ด้านปัจจัยต่างประเทศคืนนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯเดือน ม.ค. (ตลาดคาด Core +0.3% m-m, +2.5% y-y) หากออกมาสูงกว่าคาดอาจเป็นแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มเติม จากแนวโน้ม Fed ที่จะลดดอกเบี้ยได้ช้าลง
ปัจจัยในประเทศหลังจากตอบรับเชิงบวกต่อประเด็นการเมืองที่มีความชัดเจนไปพอสมควร โฟกัสยังอยู่ที่การทยอยประกาศกำไรบจ. 4Q25 หากไม่ทำให้มีการปรับลดประมาณการ EPS ปี 2026 อย่างมีนัยยะ เรามองว่าจะช่วยจำกัด Downside แนวโน้มระยะกลาง-ยาวยังเป็นบวกจากความคาดหวังเสถียรภาพทางการเมืองที่สูงขึ้น รวมถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดทุนที่จะทยอยออกมาใน 2Q26 เป็นต้นไป เราคาดยังหนุนให้กระแสเงินทุนยังทยอยไหลเข้า ขณะที่หุ้น Domestic Play โดยเฉพาะที่ยัง Laggard ตลาดคาดว่ายังมีโอกาส Outperform
กลยุทธ์ : เน้นหุ้น Domestic ที่โมเมนตัมกำไร 4Q25-1H26 แข็งแกร่งจากปัจจัยการเมืองที่ชัดเจน
หุ้นเด่นเดือน ก.พ. : BDMS, ERW, NSL, OSP, WHAUP
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, ERW, KTB, MTC, OSP, WHAUP
หุ้นเด่นวันนี้ : EPG
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 4.10 บาท
• ประกาศกำไรปกติ 3QFY26 ที่ 330 ลบ. +9% q-q, +60% y-y สูงกว่าที่เราคาด 19% และเติบโตดีสวนทางฤดูกาล ได้แรงหนุนจากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะธุรกิจ Aeroflex และ Aeroklas รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่สูงกว่าคาด
• กำไรปกติ 9MFY26 คิดเป็น 84% ของคาดการณ์ทั้งปีที่ 1.14 พันลบ. สะท้อนว่าประมาณการปัจจุบันมี Upside นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงแรงเมื่อคืนคาดเป็น Sentiment หนุนด้านต้นทุน
• แนวรับ 3.26-3.20 บาท แนวต้าน 3.40-3.42//3.50//3.60 บาท
ด้าน บล.ดาโอ คาดตลาดยังมี momentum จากการเมืองและ FLow ไหลเข้าเอเซีย มองเป้าหมายถัดไป 1450 จุด ทั้งนี้ การร่วงลงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจกระทบมาถึงหุ้น Tech (DELTA) และตลาดหุ้นเอเซียได้
ปัจจัยในประเทศ
- ความคืบหน้าจัดตั้งรัฐบาล: พรรคภูมิใจไทยเปิดตัว 3 พรรคเล็ก (พรรคประชาธิปไตยใหม่-พรรคใหม่-พรรคเศรษฐกิจ) ร่วมรัฐบาลหนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ คนที่ 33 การเมืองอยู่ในช่วงจับขั้วรัฐบาลที่มีเสถียรภาพมากขึ้น รวมถึงรอความชัดเจนจาก กกต. รับรองผล
- Fund Flow ไหลเข้า: วานนี้ (12 ก.พ.) นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 10,556 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 1,271 ล้านบาท สะท้อนกระแสเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงและพันธบัตรไทยอย่างต่อเนื่อง หนุนให้ค่าเงินบาทแข็งค่าปิดที่ 30.94/95 บาท/ดอลลาร์
- ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ: นายกรัฐมนตรีแสดงความเชื่อมั่นต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้ง และยืนยันรักษาวินัยการเงินการคลัง
ปัจจัยต่างประเทศ
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ความกังวล AI ทุบตลาด: ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มเปิดลบตามทิศทาง Wall Street ที่ถูกเทขายจากความกังวลระลอกใหม่เกี่ยวกับผลกระทบของ AI (AI Jitters) โดยเฉพาะความกังวลเรื่องการลงทุนมหาศาลและความสามารถในการทำกำไร
- หนีเข้าพันธบัตร: นักลงทุนโยกเงินเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasuries) ปรับตัวขึ้นและ Yield ลดลง (10-year yield ลงมาที่ 4.1%) ขณะที่ Bitcoin และสินค้าโภคภัณฑ์อย่างทองคำและแร่เงินก็ปรับตัวลงเช่นกัน
- สภาสหรัฐฯ ค้านภาษีทรัมป์: สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมายยุติภาษีนำเข้าจากแคนาดา ซึ่งเป็นการคัดค้านนโยบายเศรษฐกิจหลักของประธานาธิบดีทรัมป์โดยตรง จากความกังวลค่าครองชีพสูงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
- ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ: วันนี้ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ โดยตลาดคาดการณ์ขยายตัว 2.48% YoY ลดลงจากครั้งก่อนที่ 2.70% YoY หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาดจะเป็นปัจจัยหนุนตลาด
ปัจจัยสัปดาห์หน้า
- GDP ไทย: กำหนดการประกาศ GDP ไตรมาสที่ 4/68 และปี 68 วันที่ 16 ก.พ. นี้
- ปีใหม่จีน: จีนเริ่มหยุดยาวช่วงตรุษจีน 17-23 ก.พ. ไทยเตรียมรับอานิสงส์เชิงบวกนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย
- คดีภาษีทรัมป์: ติดตามศาลฏีกาสหรัฐฯ ตัดสินคดีภาษีทรัมป์ในวันศุกร์ที่ 20 ก.พ.นี้
Strategy
- ดัชนีฯ ทะลุเป้าหมายแรกที่ 1420 จุด และปิดที่ 1441.53 จุด แรงผลักดันหลักมาจากเสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจนขึ้นและ Fund Flow ที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาดเอเชียและไทย (อาเซียน ต่างชาติ net buy เกือบทุกตลาด) แต่ความร้อนแรงอาจลดลงจากราคาหุ้น Tech ทั่วโลกที่จะปรับตัวลงตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ
- กลยุทธ์ลงทุนวันนี้ เน้น “Selective Buy” ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และหุ้นขนาดใหญ่ (Big Cap) ของตลาด ที่ได้รับผลบวกจาก Flow ไหลเข้า และการเตรียม Rebalance ของ MSCI
- หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ CRC, CENTEL เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CRC(10%), CENTEL(10%), ADVANC*(20%), CPAXT(10%)
Technical : OR, ITC
ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,420 – 1,430 แนวต้าน 1,450 คาดดัชนียังได้แรงหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติ แต่ Valuation เริ่มแพง ดังนั้นจึงแนะนำขายทำกำไรบางส่วนที่ระดับดัชนี 1,450 – 1,460 จุด หลังเทรดบน Forward P/E 15.5 เท่า แนะนำซื้อเก็งกำไร AAV, DOHOME, JMT, CBG, PLANB, KTC, AMATA, CRC, BJC ซึ่งเป็นหุ้นใน SET 100 ที่ราคาหุ้นยัง Laggard
AWC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 2.74 บาท) แนวโน้มกำไรปกติ 4Q68 ดีขึ้น QoQ มีปัจจัยหนุนจากรายได้ที่เติบโตของกลุ่มธุรกิจโรงแรมตามฤดูกาล โดยโรงแรมระดับ Luxury และโรงแรมใหม่ที่พัทยา อัตราการเข้าพัก (Occ Rate) และรายได้เฉลี่ยต่อห้อง (Rev Par) ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่โรงแรมในกลุ่ม MICE และโรงแรมในกรุงเทพฯ ติดลบน้อยลง ส่วนธุรกิจพื้นที่เช่าดีขึ้นจาก Asiatique ที่เปิด Jurassic World: The Experience และเครื่องเล่นใหม่ Sky Flyer ส่วนปี 69 เติบโตต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว Occ Rate และ RevPar ฟื้นตัวจากฐานต่ำ โดยมีแผนเปิดโรงแรมใหม่ 1 แห่งและ commercial 2 แห่ง ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรในปี 68-69 อยู่ที่ 5 พันล้านบาท และ 4.6 พันล้านบาท
COM7* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 28.03 บาท) แนวโน้มผลประกอบการปกติ 4Q68 มีโอกาส +YoY +QoQ หนุนจาก 1.ปัจจัยบวกตามฤดูกาล 2.สินค้า Apple ยังเป็นที่นิยมโดยเฉพาะ IPhone17 และ 3.กลุ่มธุรกิจ Non-IT ที่มีมาร์จิ้นดีจากการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ (UFUND) การปล่อยเช่า EV Taxi และ iCare ด้านการดำเนินงานช่วงปี2569 นี้ ทาง COM7* ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้ที่ +10%YoY มองการเติบโตของธุรกิจ Non-IT (เป้าหมายเติบโตเฉลี่ยปีละ 30%)สูงกว่าธุรกิจสินค้า IT(เป้าหมายเติบโตเฉลี่ยปีละ 10%) ทั้งนี้ ตลาดคาดกำไรสุทธิปี69 ของCOM7* ยังเป็นบวกอยู่ที่ 4,340 ลบ.