ปอนด์ กฤษดา ไม่กังวลหนัง “ราคี“ อุปสรรคเยอะ รอให้คนดูตัดสิน แจงฉากเซ็กซี่มีเหตุผล
ปอนด์ กฤษดา ไม่กังวลหนัง “ราคี“ อุปสรรคเยอะ รอให้คนดูตัดสิน แจงฉากเซ็กซี่มีเหตุผล - รับกลัว พิง ลำพระเพลิง น้อยใจ เชื่อ! ความจริงใจพิสูจน์ทุกอย่าง
หลังต้องเผชิญกับอุปสรรคต่างๆ นานาตลอดระยะเวลาการถ่ายทำ ในที่สุดภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่หลายคนรอคอยอย่าง “ราคี” จากค่ายบีออนคลาวด์(Be On Cloud) ได้ฤกษ์เข้าโรงฉายวันที่ 26 ก.พ.2569 นี้แล้ว
ล่าสุดวันที่ 23 ก.พ. ผู้สร้างได้จัดงานพรีเมียร์ภาพยนตร์ “ราคี” ที่ พารากอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน หลังเสร็จสิ้นงานทีมผู้กำกับ นำโดย ปอนด์ กฤษดา วิทยาขจรเดช, ครูหนิง พันพัสสา ธูปเทียน และ พิง ลำพระเพลิง ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจถึงความรู้สึกตลอดเส้นทางที่ร่วมฝ่าฟันดราม่ากันมา
อุปสรรคเยอะมาก ในที่สุดภาพยนตร์ ราคี ก็ได้ฤกษ์เข้าโรงฉาย 26 ก.พ.นี้แล้ว?
ปอนด์ - “ผมโชคดีที่ผมเจอทีมเบื้องหลังและทีมนักแสดงที่ดี ทุกคนสู้มาด้วยกัน และทุกคนก็รักหนังไทย ผมมาจากคนที่ดูหนังเยอะ ทุกคนมีบุญคุณกับการสร้างความสุขให้ผมหมด ถึงวันนี้เราอยากมาเป็นผู้สร้างบ้าง หวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะสร้างความบันเทิง รวมถึงจะได้เห็นความตั้งใจและจริงใจของทีมงานในทุกๆ วินาทีในหนัง เชื่อว่าคนที่เข้าไปดูจะรู้สึกคุ้มค่า ผมเพิ่งรู้สึกผ่อนคลายไปเมื่อ 4 วันที่แล้ว หลังจากที่ตัดต่อและทำทุกอย่างมาตลอด ตั้งแต่เขียนบท ปรับมาเรื่อยๆ บวกกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราอาจจะรู้กันอยู่แล้วว่าเราอยากจะทำให้ทุกคนสบายใจที่สุด ณ วันนี้ผมรู้สึกว่าทีมงานทุกคนมีความสุขและสบายใจที่สุดกับภาพยนตร์เรื่องนี้“
ทำไมใช้ชื่อหนังว่าราคี?
ปอนด์ - ”สิ่งนี้ผมว่ามันเป็นคำที่แรง แต่มันอยู่ในเนื้อในตัวเราทุกคน เพียงแต่ว่าเราจัดการมันได้ไหม ถ้าเราจัดการมันไม่ได้อาจจะเป็นปัญหา ต่อให้เราจัดการมันได้ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะจัดการได้เหมือนกัน ฉะนั้นคำนี้ผมรู้สึกว่ามันสะท้อนอะไรได้หลายอย่าง เดี๋ยวถ้าได้ไปดูในหนังก็จะเข้าใจว่ามันมีเหตุผลว่าทำไมถึงใช้เป็นคำนี้ แล้วถ้าพูดถึงภาพยนตร์ที่เป็นแนวสยองขวัญหรือผีคนไทยมีเยอะมาก แต่เราอยากให้เข้าไปดูเรื่องนี้มันเป็นเหมือนอาหารไทยที่ครบรส ถ้าผมทำหนังผีโต้งๆ เลย ผมอาจจะสู้คนเก่งๆ คนอื่นไม่ได้ แต่อันนี้เราทำในสิ่งที่เราเชื่อ คำว่าราคีมันเป็นจุดเริ่มต้นบางอย่างของรสชาติทั้งหมดของเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังผี แต่หนังเรื่องนี้เป็นหนังของคนไทยที่สนุกแบบไทยๆ“
ความแซ่บเบอร์ไหน?
ปอนด์ - ”ถ้าเอาแค่เสน่ห์ของนักแสดง 4 คน การได้เห็นคนไทยที่มีเสน่ห์ขนาดนี้มาอยู่รวมกันก็ไม่ได้ง่าย ผมดูเองยังรู้สึกเลยว่าเสน่ห์มันเย้ายวนออกมา ซึ่งอันนี้มันสำคัญกว่าเรื่องอื่น“
ครูหนิง - ”ในส่วนของเราที่เข้ามาทำหนังเรื่องนี้ต้องบอกว่าท้าทายมาก ได้ทำงานกับนักแสดงเก่งๆ ก็อยากให้มันออกมาอย่างเต็มที่ ยอมรับว่ามันยากมากๆ ในระหว่างทาง ต้องหาทางไปด้วยกันเยอะมาก เรียกว่าเป็นงานทดลองที่สุดท้ายเรารู้สึกแฮปปี้กับมันมาก ถ้าถามถึงความยากในเรื่องนี้ คือนักแสดงได้เล่นในบทที่มันไกลตัวเขา หลายๆ คนก็ยังไม่เคยเจออะไรขนาดนี้มาก่อน ต้องซัพพอร์ตกันเยอะมาก แล้วก็ต้องขอบคุณทุกคนจริงๆ ที่กระโจนเข้าไปในตัวละคร ถ้าได้ดูหนังก็จะเห็นว่ามันไม่ได้ง่ายเลยสำหรับนักแสดงคนนึงที่จะเล่นออกมาแบบนี้ แต่ว่าทุกคนเต็มที่กับมันจริงๆ”
คุยกับนักแสดงยังไงถึงทำให้ทุกคนมีมายด์เซ็ตเดียวกันที่พร้อมจะกระโจนเข้าไป?
ครูหนิง - “จริงๆ มันเริ่มมาจากว่าเราเลือกนักแสดงที่เขาเป็นนักแสดงก่อนด้วย ทุกคนมีความตั้งใจที่อยากจะได้เข้ามาท้าทาย เพราะว่าพอเขาอ่านบทแล้วก็ตอบรับเล่นเลย แล้วทั้งหมดก็คือช้อยส์แรกที่เราอยากได้ทุกคนเลย มันก็เลยไม่ได้ยากขนาดนั้นในแง่ที่จะต้องซัพพอร์ตเขา หลายๆ ครั้งก็แค่เข้าไปตบบ่าว่าสู้นะ”
ซีนไหนที่เป็นห่วงที่สุด?
ครูหนิง - “ซีนที่มันมีความใกล้ชิดกันมากๆ ค่อนข้างเป็นห่วงในตอนแรก เพราะมันไม่ได้ง่ายสำหรับนักแสดงที่จะต้องลงไปในความรู้สึกนั้น โดยที่ปกติก็ไม่ได้มีใครมาอยู่กับเราเยอะขนาดนี้ แต่ว่าพอเขาได้เริ่มถ่ายคือเทกเดียวผ่านเลย เพราะว่าเขาเชื่อและอยู่กับโมเมนต์นั้นจริงๆ แล้วก็ทำให้มันออกมาสวยงามมากๆ”
สารตั้งต้นของหนังเรื่องนี้เหมือนมาจากเรา?
พิง - “เริ่มต้นคือเรื่องทั้งหมดมันเกิดจากว่าผม อยากได้เจษ(เจษฎ์พิพัฒ) พออยากได้เจษก็เลยมาหาพี่ปอนด์ แล้วพี่เขาก็รู้สึกว่าอยากจะดูแลนักแสดงและทำให้งานมันใหญ่โตขึ้นลงตัวมากขึ้น สมมติว่าถ้าเกิดบีออนคลาวด์ไม่ลงมา โปรเจ็กต์นี้อาจจะไม่ได้เกิดด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นผมอยากจะบอกว่าทุกครั้งที่มีหนังไทยเปิดกล้องจะเกิดการจ้างงานจำนวนมหาศาล ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมทีมกล้องทีมไฟยันไปจนถึงคนขับรถตู้ ต้องขอขอบคุณบีออนคลาวด์มากที่ลงทุนอย่างหนักมากๆ กับหนังเรื่องนี้ ขอบคุณที่ทำให้หนังเรื่องนี้สำเร็จลงได้ ที่สำคัญเลยการทำงานส่วนมากจะเป็นพี่ปอนด์กับครูหนิงเป็นคนไปคุยกับนักแสดง ส่วนผมกับทีมผู้กำกับจะคุยกันหลังมอนิเตอร์มากกว่า เพราะว่าถ้าเราทั้งสามคนไปบรี๊ฟนักแสดงต่อหน้าเขา แล้วเกิดเห็นต่างขึ้นมามันก็ไม่ควร ฉะนั้นเวลาเห็นต่างเราจะเห็นต่างกันตรงหลังมอนิเตอร์”
ฉากเซ็กซี่ในหนังที่หลายคนฮือฮาตอนได้เห็นตัวอย่าง?
ปอนด์ - “จริงๆ เรื่องความเซ็กซี่มันมีให้ดูกันทั่วโลก แต่อย่างที่บอกว่าเสน่ห์ของนักแสดงกับการเต็มที่ของเขามันเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องนี้ทุกซีนเราถ่ายแล้วก็ให้เขาดูด้วยตอนตัดแล้วก็ตัดไปด้วยกัน ฉะนั้นทุกอย่างที่เห็นนักแสดงมีส่วนร่วมทั้งหมด”
แสดงว่าฉากเซ็กซี่ที่เกิดขึ้นในหนังมีเหตุผลรองรับพอที่จำเป็นต้องหวือหวาขนาดนั้น?
ปอนด์ - “เดี๋ยวดูได้เลยครับ ผมว่าเรื่องเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่ไม่ได้ไกลตัว ถ้าเรายังรู้สึกว่าเราอยู่ในประเทศที่พูดเรื่องนี้ไม่ได้ แต่เด็กๆ เขาพยายามจะเรียนรู้เรื่องนี้จากที่อื่น เราให้เขาเข้าใจเลยดีกว่าว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่คุณจะจัดการมันยังไงล่ะ มันคือความรับผิดชอบต่อทั้งตัวเองและผู้อื่น ผมว่าสิ่งนี้เราควรนำเสนอได้ถ้ามันไม่ได้ทำมาเพื่อความอนาจาร แล้วมันมีเหตุมีผลเนื้อเรื่องมันงดงาม อยากให้ลองดูก่อนดีกว่าแล้วค่อยมาตัดสินกัน อีกอย่างก่อนถ่ายซีนเหล่านี้ได้มีการคุยกับนักแสดงตั้งแต่แรกอยู่แล้ว โชคดีที่เทคเดียวผ่านด้วยทำให้ไม่มีใครเหนื่อยเลย กลายเป็นว่าพอเราได้ฟุตเทจที่ดีตอนตัดต่อเราก็ตัดไปกับเขา ฉะนั้นผมก็คุยกับเขาส่งให้ดูว่าโอเคหรือยัง ทุกคนก็แฮปปี้”
อย่างที่ทราบว่าหนังเรื่องนี้มีอุปสรรคระหว่างทางมาตลอด จนถึงตอนนี้ก็ยังมีอยู่ บางคนอาจจะเป็นกังวลว่าหนังจะได้เข้าฉายแน่นอนใช่ไหม?
ปอนด์ - “ผมอยากให้ทุกคนเป็นผู้มาดูดีกว่าและลองตัดสินด้วยตัวเอง หมายถึงว่าความตั้งใจของคนทำ ความตั้งใจของผม ผู้กำกับ นักแสดง เราทำอะไรเพื่อใคร เพราะฉะนั้นถ้าใครติดอะไรก็อยากให้ดูก่อน วันนี้มีพยานเยอะอยู่แล้ว ดูเลยแล้วเราจะได้เห็นไปด้วยกัน ถ้าจะให้ผมขอบคุณใครผมขอบคุณผู้สร้างผู้กำกับทุกคนที่ทำให้ผมในฐานะผู้เสพได้เห็น ได้จำความรู้สึกตอนที่ยุครุ่งเรืองของหนัง ผมแค่อยากทำแบบนั้นอีกครั้งหนึ่ง และผมเคารพทุกคนเสมอ ผมว่าอันนี้ทุกคนเป็นพยานได้ แม้กระทั่งตัวคนที่สงสัยเองก็ตาม”
แสดงว่าไม่มีความกังวลในส่วนนี้?
ปอนด์ - “คนเราจะพูดวิธีไหนก็ได้ เราจะใช้ข้อกฎหมายบางจังหวะในการจัดการเรื่องบางเรื่องก็ได้ แต่ความจริงต่างหาก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความจริงใจ ผมมีความจริงใจเต็มร้อยและผมทุ่มเทกับหนังเรื่องนี้สุดหัวใจแล้ว แล้ววันนี้ผมรู้สึกว่าผมพร้อมอยากให้ทุกคนได้ดู ผมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องผลงานของทีมงานเบื้องหน้าเบื้องหลังทุกคน อยากให้คนไทยได้ดูหนังสนุกๆ ไม่อยากให้ต้องมานั่งเหนื่อยตอบคำถามดราม่ากัน ตอนนี้มันเป็นยุคที่ต้องจับมือกันแล้วเพราะว่าวงการบันเทิงมันก็ยากอยู่แล้ว โดยเฉพาะวงการภาพยนตร์ทั้งโลก ถ้าวันนี้เรายังแบบอุ๊ย! ทำไมโน่นนี่นั่น สุดท้ายก็ต้องหาว่าปลายทางที่พูดกันอยู่เป็นเรื่องความถูกต้องจริงหรือไม่ หรือเรื่องผลประโยชน์ เพราะถ้าเป็นเรื่องผลประโยชน์เราคุยกันในแบบที่สมเหตุสมผลได้ ไม่ใช่ไม่เคยไม่คุยกัน เราเคยคุยกัน“
เตรียมใจตั้งรับกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากน้อยแค่ไหน?
ปอนด์ - ”ผมเป็นคนชอบให้คนได้วิจารณ์ ผมรู้สึกว่ามันมีพื้นที่เหล่านี้อยู่ถ้าเราตั้งใจทำ สุดท้ายไม่ได้แปลว่าสิ่งที่เราทำมันจะถูกใจคนเสมอ เราควรจะรับฟังด้วย ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่ผมจัด ให้กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาดูตั้งแต่ตอนที่หนังยังไม่เสร็จให้พวกเขาวิจารณ์ เพื่อที่ผมจะเอามาปรับและถ่ายเพิ่ม แล้วก็ฟังอีกรอบหนึ่ง ผมรู้สึกว่าเสียงวิจารณ์มันไม่ใช่เสียงที่หวังไม่ดี ถ้าคนที่หวังไม่ดีกับเราเราจะสัมผัสได้ แต่คนที่เขาคอมเมนต์ด้วยความชอบหรือประสบการณ์ของเขา ถ้าเราไม่เปิดใจรับเราเป็นคนหูดับ อีโก้ และหลงว่าตัวเองเก่ง ผมไม่อยากเป็นแบบนั้น ฉะนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ผ่านขั้นตอนมาเยอะมากเลยใช้เวลา“
จากภาพที่เราตั้งต้นตั้งแต่วันแรกว่าอยากจะทำหนังเรื่องนี้ จนมาถึงวันนี้ภาพเปลี่ยนไปไหม?
พิง - “โอ้โห! หนังคนละม้วนเลย เหมือน Ai พัฒนาไปเร็วมาก จากผมเอาหนังมาเสนอ 3-4 เดือนผ่านไปพี่ปอนด์ปรับเปลี่ยนบทจนหนังมันใหญ่โตขึ้น สามารถดึงดารานักแสดงที่เขาสนใจในบทขนาดนี้มาเล่นได้ เหมือนยุคของ Hi5 กับ TikTok เลยอ่ะ มันเอามาเทียบกันไม่ได้จริงๆ ผมเคยภูมิใจกับงานของตัวเองมากรู้สึกว่ามันเป็น พิง ลำพระเพลิง แต่พอได้มาถูกเคลือบใหม่ ผมรู้สึกว่าตัวเองมาเรียนรู้โดยที่ได้ค่าเรียนรู้ด้วย ผมเลยรู้สึกโชคดีจังเลยที่มีโอกาสได้อยู่ร่วมกับโปรเจ็กต์ใหญ่ๆ แบบนี้ อย่างน้อยก็จะเป็นเครดิตต่อเนื่องไปให้ผมได้ทำหนังเรื่องต่อไปได้”
ปอนด์ - “มีคำนึงที่ผมพูดกับพี่พิงตั้งแต่วันแรก จริงๆ ผมไม่อยากให้พี่เขาน้อยใจในตอนที่ผมเปลี่ยนบททั้งหมด เพราะผมรู้สึกว่าพี่พิงเป็นคนมีความสามารถ แต่วันนี้เวลามันเปลี่ยนโลกมันเปลี่ยน ถ้าพี่พิงกับเราแบบนี้ได้ พี่พิงเข้าใจ พี่พิงจะจุดไฟตัวเองอย่างที่บอกว่าวันนี้เป็นยุคของ TikTok เป็นยุคที่ทุกคนเขาสัมผัสอะไรไวมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมอยากพี่พิงได้อยู่ตรงนี้ ผมก็เลยสู้ไป ระหว่างทางแน่นอนพี่เขาน้อยใจอยู่แล้ว เพราะสุดท้ายแล้วทุกคนเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองทำมามันใช่ที่สุด แต่ ณ วันนี้อย่างที่บอกผมฟังทุกคน ผมใช้ทีมเขียนบทเยอะมาก เพราะผมรู้สึกว่าหนังไทยพื้นฐานคือบทต้องสำคัญก่อน วันนี้ผมทำมาถึงจุดนี้เชื่อว่าพี่พิงก็เห็น ทุกครั้งที่ไปห้องตัดพี่พิงจะเดินมาจับมือแล้วบอกว่าขอบคุณ ผมอยากให้ทุกคนเชื่อถือว่าความจริงใจเป็นเรื่องสำคัญ”
ฝากหนัง?
ปอนด์ - “ผมอยากให้ทุกคนให้กำลังใจทีมงานทุกคน เพราะทุกคนก็เริ่มฝ่อๆ กับความหวังของภาพยนตร์ที่มันเริ่มไปยากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนที่ทำงานสายนี้นอกจากจะได้รายได้น้อยแล้วมันก็เหนื่อยด้วยเนอะ แต่วันนี้ในภาวะทั้งหมดเลยภาพยนตร์เรื่องนี้ตั้งใจให้สนุกกัน ไปดูเถอะสนุกแน่นอนไม่ว่าจะมุมไหน แล้วถ้าสนุกก็บอกต่อ หรือถ้าไม่ชอบก็แนะนำได้“
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปอนด์ กฤษดา ไม่กังวลหนัง “ราคี“ อุปสรรคเยอะ รอให้คนดูตัดสิน แจงฉากเซ็กซี่มีเหตุผล
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th