'นายกฯ' เกาะติดสถานการณ์ตะวันออกกลาง หวั่นสหรัฐยกระดับโจมตี
เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 3 มี.ค.2569 ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานการประชุมศูนย์สถานการณ์เพื่อติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และหารือแนวทางช่วยเหลือคนไทยที่พำนักอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด
การประชุมครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่จากสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางเข้าร่วมผ่านระบบประชุมทางไกล เพื่อรายงานสถานการณ์ล่าสุด ปัญหาอุปสรรค และความต้องการความช่วยเหลือของคนไทยในแต่ละประเทศ
ภายหลังเดินทางถึงกระทรวงการต่างประเทศ นายกรัฐมนตรีได้เข้าห้องประชุมภายในอาคารวิเทศสโมสร ชั้น 2 ห้องประชุม 3 เพื่อเริ่มการประชุมทันที ซึ่งเป็นสถานการณ์เร่งด่วนของและมีความสำคัญในการเตรียมมาตรการรองรับ ทั้งด้านความปลอดภัย การอพยพหากจำเป็น ตลอดจนการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยมี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมปาะชุม
โดยก่อนเริ่มการประชุม นางอุรษา มงคลนาวิน เอเชียอธิบดีกรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา ได้รายงานสถานการณ์ว่า ล่าสุดจากการหาข้อมูลในพื้นที่และข้อมูลจากสื่อระหว่างประเทศ หลายแหล่งและหลายแหล่งข้อมูลคาดว่าจะยืดเยื้อราว 4 สัปดาห์ และมีแนวโน้มที่สหรัฐอเมริกาจะยกระดับความขัดแย้งขึ้นอีก ซึ่งในส่วนการโจมตีในพื้นที่ต่างๆ ในอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล พบว่ามีการเข้าไปโจมตีอย่างต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเตหะราน โดยมีเป้าหมายยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ รวมไปถึงเป้าหมายทางพลเรือนด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของการบริหารจัดการภายในอิหร่าน ระบอบการปกครองหลังจากสูญเสียผู้นำสูงสุดไปแล้ว มีการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ภายในไม่กี่วันนี้ ซึ่งอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน คณะผู้นำรักษาการชั่วคราว (Interim Council) ในส่วนของอิสราเอลก็มีการโจมตีอิหร่าน และกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่โจมตีทางภาคกลางและภาคเหนือของอิสราเอล สำหรับการโจมตีในพื้นที่อื่น อิสราเอลก็ได้มีการโจมตีขยายพื้นที่ออกไป ไม่เฉพาะอิหร่าน แต่ออกไปยังเลบานอน
ทั้งนี้ การประชุมศูนย์สถานการณ์มีเป้าหมายเพื่อประเมินความเสี่ยง วางแผนรับมืออย่างเป็นระบบ และสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยในต่างแดนว่ารัฐบาลพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในทุกสถานการณ์
โดยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมห้องศูนย์สถานการณ์ (war room) และเตรียมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ ห้องแถลงข่าว กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อชี้แจงผลการหารือและมาตรการที่เกี่ยวข้องต่อไป