โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ผู้นำญี่ปุ่น” ประณามนิวเคลียร์อิหร่าน แต่เลี่ยงตอบชัดถึงการโจมตีของสหรัฐ-อิสราเอล

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 มี.ค. เวลา 10.49 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 03.49 น.

"ผู้นำญี่ปุ่น" ย้ำไม่ยอมรับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน พร้อมติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ท่ามกลางแรงกดดันจากพันธมิตรสหรัฐและความเสี่ยงพลังงานตะวันออกกลาง

วันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 09.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงเมื่อวันจันทร์ว่า ญี่ปุ่นยืนหยัดคัดค้านการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ไม่ได้ระบุชัดว่ารัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนการโจมตีทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลต่อเป้าหมายในอิหร่านในช่วงสุดสัปดาห์หรือไม่ โดยเน้นว่าเป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์อย่างรอบคอบและยังคงเก็บข้อมูลอย่างใกล้ชิดกับประเทศที่เกี่ยวข้อง

ทากาอิจิ กล่าวว่า ญี่ปุ่นยังคงยึดจุดยืนว่าการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านต้องไม่เกิดขึ้น และรัฐบาลกำลังทำงานร่วมกับชาติพันธมิตรเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

เธอยังย้ำว่า ญี่ปุ่นสนับสนุนการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเกี่ยวกับประเด็นนิวเคลียร์ และเห็นว่าอิหร่านควรยุติกิจกรรมที่สร้างความไม่มั่นคงต่อภูมิภาค

คำพูดของผู้นำญี่ปุ่นสะท้อนถึงความยากลำบากในการแสดงจุดยืนสนับสนุนพันธมิตรสำคัญด้านความมั่นคงอย่างสหรัฐ โดยไม่ยอมรับหรือวิพากษ์การโจมตีที่อาจถูกมองว่าเป็นการล้มล้างผู้นำของประเทศอธิปไตย

ญี่ปุ่นยังเผชิญแรงกดดันจากความจริงที่ว่าประเทศ พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางมากกว่า 90% ของการนำเข้าทั้งหมด ทำให้รัฐบาลต้องระมัดระวังคำพูดและการดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างมาก เพราะความขัดแย้งในภูมิภาคอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของอุปทานพลังงานและเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ รวมถึงราคาน้ำมันภายในประเทศด้วย

ด้าน ชุนอิจิ ซูซูกิ เลขาธิการพรรคเสรียินดีประชาธิปไตยพรรครัฐบาล ก็เตือนว่า ไม่ควรรีบตัดสินสถานการณ์โดยไม่พิจารณาประวัติศาสตร์ยาวนานของข้อพิพาทและจุดยืนของอิหร่านต่อการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างรอบด้าน

นักวิเคราะห์เตือนว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น ทั้งผ่านราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เนื่องจากญี่ปุ่นรับน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางผ่านหลักของปริมาณน้ำมันดิบของโลก หากช่องแคบถูกปิดกั้น อาจกระทบต่อการนำเข้าพลังงานอย่างรุนแรง

อ้างอิง : hwww.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...