โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เช็คสถานะกองทุนน้ำมันฯ ตรึงได้นานแค่ไหน หลังราคาน้ำมันจ่อพุ่ง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามความเคลื่อนไหวราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาขายปลีกในประเทศผันผวนรวดเร็ว หากปล่อยตามกลไกตลาดโดยไม่มีมาตรการรองรับ

ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีสภาพคล่องเป็นเงินสดในมือราว 20,000-30,000 ล้านบาท เพียงพอสำหรับการเข้าอุดหนุนราคาน้ำมันในระยะสั้น โดยล่าสุดกองทุนฯ เข้าอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 74 สตางค์ต่อลิตร เพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร ซึ่งถือเป็นระดับที่ภาครัฐต้องการดูแลเพื่อลดผลกระทบต่อภาคขนส่ง ต้นทุนสินค้า และค่าครองชีพประชาชน

ทั้งนี้ หากราคาน้ำมันตลาดโลกทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 100-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กองทุนฯ ยังสามารถแบกรับภาระดังกล่าวได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 1 เดือน โดยไม่กระทบเสถียรภาพทางการเงินของกองทุนฯ มากนัก

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามทั้งราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ ค่าการตลาด และโครงสร้างภาษีอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างสมดุล และไม่ให้เกิดภาวะราคากระโดดสูงผิดปกติในช่วงเวลาสั้นๆ

เช็คสถานะกองทุนน้ำมันฯ ตรึงได้นานแค่ไหน หลังราคาน้ำมันจ่อพุ่ง

แหล่งข่าวกล่าวต่อไปอีกว่า กรณีเลวร้ายที่ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือเกิดภาวะ Panic Rise จนแตะระดับ 120-130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แผนการบริหารกองทุนฯ อาจต้องปรับเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ โดยในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก กองทุนฯ จะเข้าอุดหนุนอย่างเต็มที่เพื่อประคองสถานการณ์ และให้ประชาชนรวมถึงภาคธุรกิจมีเวลาปรับตัว

แต่หากแนวโน้มราคายังสูงต่อเนื่องจนเกินขีดความสามารถในการแบกรับภาระทางการเงิน จะต้องใช้มาตรการ Exit Strategy หรือการค่อยๆ ถอนการอุดหนุน โดยปล่อยให้ราคาขายปลีกขยับขึ้นแบบขั้นบันได ครั้งละ 50 สตางค์ หรือ 1 บาท แทนการปรับขึ้นรวดเดียว เพื่อกระจายแรงกระแทกและลดผลกระทบเชิงจิตวิทยาต่อผู้บริโภค

"แนวทางดังกล่าวถือเป็นกลไกบริหารความเสี่ยงของกองทุนน้ำมันฯ ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างการดูแลค่าครองชีพกับการรักษาวินัยการเงินในระยะยาว"

ด้านสถานการณ์ก๊าซหุงต้ม (LPG) แม้บัญชี LPG ของกองทุนฯ จะยังติดลบกว่า 30,000 ล้านบาท แต่ตามมติคณะกรรมการฯ ก่อนหน้านี้ จะยังคงตรึงราคาเดิมไว้จนถึงสิ้นเดือนมี.ค. 2569 เพื่อไม่ให้กระทบต่อครัวเรือนและผู้ประกอบการรายย่อยในช่วงเศรษฐกิจเปราะบาง

ส่วนน้ำมันเบนซิน ยังคงปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดเป็นหลัก แต่หากกองทุนฯ มีสภาพคล่องเพียงพอ และสถานการณ์ผันผวนรุนแรง อาจพิจารณาเข้าแทรกแซงเป็นกรณีไปตามความเหมาะสม

อย่างไรก็ดี กระทรวงพลังงานได้จัดตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและข่าวสารด้านพลังงานอย่างเข้มข้น พร้อมหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อประเมินผลกระทบในหลายมิติ ทั้งด้านต้นทุนอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และอัตราเงินเฟ้อ

“รัฐบาลพร้อมเข้าแทรกแซงทันทีหากพบความผิดปกติของราคาขายปลีกหรือค่าการตลาด เพื่อไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสในช่วงสถานการณ์ตึงเครียด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนใช้พลังงานอย่างประหยัด และติดตามข้อมูลข่าวสารจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด”

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก การบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย ว่าจะสามารถประคองราคาพลังงานไม่ให้กระทบฐานรากเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชนได้มากน้อยเพียงใดในระยะต่อจากนี้

"รมว.พลังงานได้ได้สั่งการด่วนในการระงับการส่งออกน้ำมัน พร้อมสั่งเปิดศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานเพื่อติดตามเหตุการณ์และให้ทุกหน่วยงานประเมินผลกระทบและเตรียมแผนและมาตรการรองรับทั้งในส่วนของปริมาณสำรองและด้านราคา รวมทั้งเตรียมใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าชดเชยราคาน้ำมันเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...