โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลุ่มทายาทสมาคมฌาปนกิจด่านขุนทด โวย! เงินสมาชิกถูกยักยอก จนถูกนายทะเบียนกลางสั่งเลิกกิจการ!

TOJO NEWS

อัพเดต 3 มีนาคม 2569 เวลา 15.09 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Admin Tojo

กลุ่มทายาทสมาคมฌาปนกิจด่านขุนทด ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯ โคราช กรณี มีเงินสมทบของสมาชิกถูกยักยอก

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ตัวแทนชาวบ้านและทายาทผู้เสียชีวิตที่ได้รับความเสียหายจากการดำเนินกิจการของ สมาคมฌาปนกิจลงเคราะห์ประจำท้องที่องค์การบริหารส่วนตำบลดำนขุนทด หลายครอบครัว พร้อมด้วยนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เข้ายื่นหนังสือกรณีการทุจริตของคณะกรรมการสมาคมฯ และความหละหลวมในการกำกับดูแลของเจ้าหน้าที่รัฐในระดับท้องถิ่น จนเป็นเหตุให้สมาคมฯต้องถูกนายทะเบียนกลางสั่งเลิกกิจการ ทิ้งภาระหนี้สินค้างจ่ายเงินค่าจัดการศพสูงถึง 4,100,000 บาท และมีเงินสมทบของสมาชิกถูกยักยอกไปไม่นำเข้าระบบอีกกว่า 1,900,000 บาท

โดยนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา มอบหมายให้ นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ารับหนังสือร้องเรียนและร่วมรับฟังปัญหาข้อเดือดร้อนดังกล่าว

นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานและเอกสารทางบัญชีกลุ่มผู้เสียหายพบพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการทุจริตและการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานรัฐอย่างชัดแจ้ง ข้อ1.ความบกพร่องและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียนท้องที่ ตามรายงานผลการตรวจสอบข้อพิรุธ(ข้อที่ 2) ระบุอย่างชัดเจนว่า นายทะเบียนในพื้นที่ไม่ได้เซ็นรับรองงบของสมาคม' ซึ่งตาม พ.ร.บ.การณาปกิจสงเคราะห์พ.ศ. 2545 นายก อบต.ด่านขุนทด ในฐานะนายทะเบียนท้องที่มีหน้าที่ต้องตรวจสอบและรับรองงบดุลประจำปี การปล่อยปละละเลยไม่บังคับใช้กฎหมายมาอย่างยาวนาน ถือเป็นการเปิดช่องให้คณะกรรมการสมาคมฯ ทำการทุจริตยักยอกเงินได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ข้อ2. พฤติการณ์ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและการฉ้อโกงประชาชน อ้างถึงรายงานการตรวจสอบ (ข้อที่ 22)พบว่า ภายหลังจากที่ประชุมใหญ่ได้มีมติให้เลิกสมาคมฯ ในเดือนสิงหาคม และตุลาคม 2567 ปรากฎข้อเท็จจริงว่า ยังมีการทยอยเบิกเงินออกจากทุกบัญชีของสมาคมอย่างต่อเนื่อง จนเกลี้ยงเหลือแค่หลักพัน พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงเจตนาทุจริตซ่อนเร้นเพื่อยักย้ายถ่ายเทพรัพย์สินหลบหนี นอกจากนี้ยังพบการนำชื่อบุคคคลอื่นที่ไม่ใช่ทายาทมาสวมสิทธิรับเงิน (ข้อ 7)

ซึ่งมีลักษณะเป็นขบวนการฉ้อโกง ข้อ3. ความล่าช้าและเพิกเฉยของระบบราชการในการชำระบัญชี แม้สมาคมฯ จะถูกสั่งเลิกกิจการ แต่การชำระบัญชีกลับหยุดชะงัก โดย อบต.ด่านขุนทด อ้างว่าไม่สามารถหาผู้ชำระบัญชีได้ ทั้งที่อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวได้มีหนังสือตอบข้อหารือ (อ้างถึงลำดับที่ 3) ชี้แนะแนวทางปฏิบัติไว้ชัดเจนแล้วว่า นายทะเบียนมีอำนาจจ้างบุคคลภายนอกมาดำเนินการและเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากคณะกรรมการสมาคมฯ ได้

แต่หน่วยงานท้องถิ่นกลับมีพฤติการณ์เตะถ่วงเวลา ส่งผลให้ทายาทผู้เสียชีวิตไม่ได้รับการเยียวยา กลุ่มผู้เสียหายจึงขอเรียกร้องให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดในระดับภูมิภาค ใช้อำนาจสั่งการดำเนินการดังต่อไปนี้โดยเร่งด่วน

ข้อ 1. ขอให้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 157 ต่อนายทะเบียนประจำท้องที่ (นายก อบต.ด่านขุนทด) ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ที่ละเว้นการตรวจสอบงบดุลและปล่อยปละละเลย จนเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเพื่อเป็นการป้องปรามมิให้เกิดความสูญเสียในลักษณะเดียวกันนี้กับประชาชนในพื้นที่อื่น ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา อาศัยอำนาจในฐานะผู้กำกำกับดูแลการบริหารราชการส่วนภูมิภาค มีคำสั่งการให้ดำเนินการตรวจสอบบัญชีและประเมินสถานะทางการเงินของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ทุกแห่งแบบปูพรมครอบคลุมทั้งจังหวัดนครราชสีมาโดยเร่งด่วน

ข้อ2. ขอให้จังหวัดประสานงานอย่างเป็นทางการไปยัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และอายัดทรัพย์สินของสมาคมฯ ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีสมาคมฯ ในช่วงที่กำลังจะปิดกิจการ

ข้อ3.ให้พิจารณานำหลักการตาม พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539บังคับใช้ โดยกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้นสังกัดดต้องร่วมรับผิดชอบและจัดหางบประมาณมาจ่ายค่าสินไหมเยียวยาหนี้ค้างจ่ายค่าจัดการศพจำนวน 4,100,000 บาท แก่ทายาทผู้เสียชีวิต เนื่องจากความเสียหายเกิดวามประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของเจ้าหน้าที่รัฐผู้มีหน้าที่กำกับดูแล

ทั้งนี้หลังจากประชุม นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบหาข้อเท็จจริงและนำมารายงานต่อตนเองและตัวแทนชาวบ้าน ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 นี้ ณ ที่ว่าการอำเภอด่านขุนทด ต่อไป

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...