โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

MPJ ปูพรมรับอานิสงส์ EEC เปิดลานตู้คอนเทนเนอร์ส่วนขยายแหลมฉบัง ดันรายได้แตะ 120 ล้าน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 14.26 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 07.26 น.

MPJ ขยายขีดความสามารถการให้บริการเพิ่ม 200,000 TEUs ต่อปี บนพื้นที่ยุทธศาสตร์ 19.37 ไร่ เชื่อมต่อโครงข่ายขนส่ง บก-ราง-น้ำ แบบไร้รอยต่อ รับรู้รายได้ทันทีปี 2569 จำนวน 60 ล้านบาท ก่อนโตก้าวกระโดดเท่าตัวในปีถัดไป มุ่งยกระดับสู่ผู้นำโลจิสติกส์ One Stop Service ในภูมิภาค รุกนำเทคโนโลยี Data Analytics บริหารต้นทุนและทรัพยากร เพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันในยุค Digital Logistics เต็มรูปแบบ

2 กุมภาพันธ์ 2569 – บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ เดินหน้าตอกย้ำตำแหน่งผู้นำด้านการบริหารจัดการลานตู้คอนเทนเนอร์ (Container Yard) ล่าสุดประกาศเปิดให้บริการลานตู้ส่วนขยายแห่งใหม่ในโซนแหลมฉบัง พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพื่อรองรับปริมาณตู้สินค้าขาเข้าและขาออกที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามทิศทางการฟื้นตัวของภาคการส่งออก

นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในปี 2569 บริษัทฯ มุ่งเน้นการขยายอาณาจักรโลจิสติกส์เพื่อตอบโจทย์ Real Demand ของกลุ่มคู่ค้าที่ต้องการพื้นที่พักตู้สินค้าใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง โดยลานตู้แห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 19 ไร่นี้ จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ สามารถรองรับปริมาณงานได้เพิ่มขึ้นอีกราว 3,000 TEUs หรือคิดเป็นปริมาณตู้หมุนเวียนเข้า-ออกรวมกว่า 200,000 TEUs ต่อปี

ในด้านผลประกอบการ MPJประเมินว่าโครงการส่วนขยายนี้จะเริ่มสร้างกระแสเงินสดและรับรู้รายได้ทันทีในปี 2569 ประมาณ 60 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 120 ล้านบาทในปี 2570 เมื่อมีการเดินหน้าใช้งานเต็มศักยภาพ (Full Capacity) ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“ความโดดเด่นของลานตู้คอนเทนเนอร์แห่งใหม่นี้ คือทำเลที่ตั้งใกล้ท่าเรือหลักของประเทศ ทำให้เราสามารถให้บริการครบวงจรทั้งทางบก ทางราง และทางน้ำ ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของลูกค้าได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับนโยบาย EEC ที่มุ่งยกระดับไทยให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนของอาเซียน”

นอกจากแผนการขยายเชิงกายภาพแล้ว MPJยังได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานเข้าสู่รูปแบบ One Stop Service เพื่อตอบสนองพฤติกรรมลูกค้าที่ต้องการความคล่องตัวสูง โดยการนำเทคโนโลยีซอฟต์แวร์บริหารจัดการทรัพยากรและระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เข้ามาใช้ในการคำนวณต้นทุนและติดตามสถานะตู้สินค้าแบบ Real-time ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนงานและลดความสูญเปล่าในโซ่ซัพพลายเชน

สำหรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในพื้นที่ EEC ปัจจุบันมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น MPJจึงวางแผนที่จะรักษาฐานลูกค้าเดิมควบคู่ไปกับการรุกตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ต้องการบริการมูลค่าเพิ่ม (Value-added Services) โดยบริษัทฯ ยังคงศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์เพิ่มเติมในพื้นที่แหลมฉบัง เพื่อสร้างจิ๊กซอว์ทางธุรกิจที่สมบูรณ์และรองรับปริมาณการค้าโลกที่มีแนวโน้มเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอัตโนมัติมากขึ้น

“เราไม่ได้มองเพียงแค่การเพิ่มพื้นที่ลานตู้ แต่เรามองถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกจุดเชื่อมต่อ เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุนให้กับลูกค้า ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ MPJเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก” นายจีระศักดิ์ กล่าวสรุป

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...