โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เลือกตั้งใหญ่ กับต้นทุนอนาคตของคนรุ่นใหม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 01.50 น.

คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : สุวัฑ แซงลาด

คอลัมน์ชั้น 5 ในประชาชาติธุรกิจ เปลี่ยนมือผู้เขียนมาแล้วหลายยุค หลายรุ่น และบทความชิ้นนี้คือหนึ่งในพลวัตของการเปลี่ยนผ่านนั้น

ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านยุคสมัยของผู้เขียน

แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองต่อโลกที่กำลังเปลี่ยนเร็วกว่าเดิม

โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศเข้าสู่การเลือกตั้งใหญ่อีกครั้ง

ซึ่งยังหมายถึงการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลหนึ่งไปยังรัฐบาลหนึ่ง

การเลือกตั้ง มักถูกอธิบายว่าเป็นการตัดสินใจทางการเมือง

แต่สำหรับคนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ นี่คือการตัดสินใจเรื่อง ็ต้นทุนชีวิติ ที่จะต้องแบกรับไปอีกนาน

New Voter หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก อาจไม่ได้ติดตามการเมืองทุกวัน แต่พวกเขารับรู้แรงกดดันทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ค่าเช่าบ้านที่ขยับขึ้นเร็วกว่ารายได้ งานที่ไม่มั่นคง หนี้การศึกษาที่ยังไม่จบ ไปจนถึงคำถามง่าย ๆ ว่า พวกเขาจะสร้างอนาคตในประเทศนี้ได้อย่างไร

ต้นทุนเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ

แต่เป็นผลลัพธ์ของโครงสร้างเศรษฐกิจ นโยบายรัฐ และการตัดสินใจทางการเมืองที่สั่งสมต่อเนื่องมาหลายยุค

ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของว่าใครจะได้เป็นรัฐบาล

แต่คือคำถามว่า ประเทศนี้กำลัง “ลงทุนกับอนาคต” แบบไหน และลงทุนกับใคร

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การเมืองไทยคุ้นเคยกับนโยบายที่เห็นผลเร็ว สื่อสารง่าย และสร้างความนิยมในระยะสั้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง นโยบายจำนวนไม่น้อยกลับทิ้งภาระระยะยาวไว้ให้คนรุ่นหลัง ทั้งหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น งบประมาณที่ถูกล็อกไว้กับรายจ่ายประจำ หรือโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังพึ่งพาอุตสาหกรรมเดิมเป็นหลัก

สำหรับคนรุ่นใหม่ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการใช้สิทธิ

มันคือการเลือกทิศทางว่า ประเทศจะสร้างโอกาสใหม่ หรือจะส่งต่อภาระเดิมต่อไป

คำถามสำคัญไม่ใช่ว่า นโยบายใดให้มากกว่า

แต่คือ นโยบายใดสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

นโยบายใดลงทุนกับ ศักยภาพของคน มากกว่าการประคองสถานการณ์ชั่วคราว

การลงทุนด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะแรงงาน การเปิดพื้นที่ให้ธุรกิจใหม่และนวัตกรรม รวมถึงการลดอุปสรรคเชิงโครงสร้าง ล้วนเป็นการลงทุนที่ไม่เห็นผลในทันที แต่เป็นรากฐานที่ประเทศหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน

ในทางตรงกันข้าม หากการเมืองยังคงแข่งขันกันด้วยนโยบายที่เพิ่มภาระทางการคลังโดยไม่สร้างผลิตภาพใหม่ คำถามคือ ใครจะเป็นคนจ่ายต้นทุนในระยะยาว และคำตอบก็มักจะย้อนกลับมาที่คนวัยทำงานและคนรุ่นใหม่

เสียงหนึ่งเสียงในคูหา อาจดูเล็กน้อย

แต่ในเชิงเศรษฐศาสตร์ เสียงนั้นคือการให้อำนาจตัดสินใจว่า ทรัพยากรของประเทศจะถูกใช้เพื่อสร้างอนาคต หรือเพียงเพื่อประคองปัจจุบัน

สำหรับ New Voter การไปใช้สิทธิอาจเป็นก้าวแรก

แต่การตั้งคำถามกับนโยบายและผู้สมัคร คือก้าวที่สำคัญไม่แพ้กัน

นโยบายนี้สร้างงานที่ยั่งยืนหรือไม่

ประเทศนี้เตรียมแรงงานสำหรับเศรษฐกิจใหม่อย่างไร

และระบบเศรษฐกิจไทยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่แข่งขันอย่างเป็นธรรมหรือไม่

ในวันที่คอลัมน์นี้เปลี่ยนผ่านผู้เขียน

ประเทศเองก็กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนผ่านเช่นเดียวกัน

ระหว่างการเดินตามเส้นทางเดิม กับการตัดสินใจลงทุนกับอนาคตอย่างจริงจัง

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนต้องแบกความคาดหวัง

จากคนรุ่นใหญ่ และคนรุ่นใหม่ ที่อาจเห็นต่าง แต่ต้องเดินไปพร้อมกัน

เพราะการเมืองอาจเปลี่ยนได้ทุกสี่ปี

แต่ต้นทุนชีวิตของคนรุ่นใหม่

หากเลือกผิดในวันนี้

อาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตในการจ่ายคืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลือกตั้งใหญ่ กับต้นทุนอนาคตของคนรุ่นใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...