เลือกตั้งใหญ่ กับต้นทุนอนาคตของคนรุ่นใหม่
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ ผู้เขียน : สุวัฑ แซงลาด
คอลัมน์ชั้น 5 ในประชาชาติธุรกิจ เปลี่ยนมือผู้เขียนมาแล้วหลายยุค หลายรุ่น และบทความชิ้นนี้คือหนึ่งในพลวัตของการเปลี่ยนผ่านนั้น
ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านยุคสมัยของผู้เขียน
แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองต่อโลกที่กำลังเปลี่ยนเร็วกว่าเดิม
โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศเข้าสู่การเลือกตั้งใหญ่อีกครั้ง
ซึ่งยังหมายถึงการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลหนึ่งไปยังรัฐบาลหนึ่ง
การเลือกตั้ง มักถูกอธิบายว่าเป็นการตัดสินใจทางการเมือง
แต่สำหรับคนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ นี่คือการตัดสินใจเรื่อง ็ต้นทุนชีวิติ ที่จะต้องแบกรับไปอีกนาน
New Voter หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก อาจไม่ได้ติดตามการเมืองทุกวัน แต่พวกเขารับรู้แรงกดดันทางเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ค่าเช่าบ้านที่ขยับขึ้นเร็วกว่ารายได้ งานที่ไม่มั่นคง หนี้การศึกษาที่ยังไม่จบ ไปจนถึงคำถามง่าย ๆ ว่า พวกเขาจะสร้างอนาคตในประเทศนี้ได้อย่างไร
ต้นทุนเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
แต่เป็นผลลัพธ์ของโครงสร้างเศรษฐกิจ นโยบายรัฐ และการตัดสินใจทางการเมืองที่สั่งสมต่อเนื่องมาหลายยุค
ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของว่าใครจะได้เป็นรัฐบาล
แต่คือคำถามว่า ประเทศนี้กำลัง “ลงทุนกับอนาคต” แบบไหน และลงทุนกับใคร
ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การเมืองไทยคุ้นเคยกับนโยบายที่เห็นผลเร็ว สื่อสารง่าย และสร้างความนิยมในระยะสั้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง นโยบายจำนวนไม่น้อยกลับทิ้งภาระระยะยาวไว้ให้คนรุ่นหลัง ทั้งหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น งบประมาณที่ถูกล็อกไว้กับรายจ่ายประจำ หรือโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังพึ่งพาอุตสาหกรรมเดิมเป็นหลัก
สำหรับคนรุ่นใหม่ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการใช้สิทธิ
มันคือการเลือกทิศทางว่า ประเทศจะสร้างโอกาสใหม่ หรือจะส่งต่อภาระเดิมต่อไป
คำถามสำคัญไม่ใช่ว่า นโยบายใดให้มากกว่า
แต่คือ นโยบายใดสร้างความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
นโยบายใดลงทุนกับ ศักยภาพของคน มากกว่าการประคองสถานการณ์ชั่วคราว
การลงทุนด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะแรงงาน การเปิดพื้นที่ให้ธุรกิจใหม่และนวัตกรรม รวมถึงการลดอุปสรรคเชิงโครงสร้าง ล้วนเป็นการลงทุนที่ไม่เห็นผลในทันที แต่เป็นรากฐานที่ประเทศหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน
ในทางตรงกันข้าม หากการเมืองยังคงแข่งขันกันด้วยนโยบายที่เพิ่มภาระทางการคลังโดยไม่สร้างผลิตภาพใหม่ คำถามคือ ใครจะเป็นคนจ่ายต้นทุนในระยะยาว และคำตอบก็มักจะย้อนกลับมาที่คนวัยทำงานและคนรุ่นใหม่
เสียงหนึ่งเสียงในคูหา อาจดูเล็กน้อย
แต่ในเชิงเศรษฐศาสตร์ เสียงนั้นคือการให้อำนาจตัดสินใจว่า ทรัพยากรของประเทศจะถูกใช้เพื่อสร้างอนาคต หรือเพียงเพื่อประคองปัจจุบัน
สำหรับ New Voter การไปใช้สิทธิอาจเป็นก้าวแรก
แต่การตั้งคำถามกับนโยบายและผู้สมัคร คือก้าวที่สำคัญไม่แพ้กัน
นโยบายนี้สร้างงานที่ยั่งยืนหรือไม่
ประเทศนี้เตรียมแรงงานสำหรับเศรษฐกิจใหม่อย่างไร
และระบบเศรษฐกิจไทยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่แข่งขันอย่างเป็นธรรมหรือไม่
ในวันที่คอลัมน์นี้เปลี่ยนผ่านผู้เขียน
ประเทศเองก็กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนผ่านเช่นเดียวกัน
ระหว่างการเดินตามเส้นทางเดิม กับการตัดสินใจลงทุนกับอนาคตอย่างจริงจัง
ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนต้องแบกความคาดหวัง
จากคนรุ่นใหญ่ และคนรุ่นใหม่ ที่อาจเห็นต่าง แต่ต้องเดินไปพร้อมกัน
เพราะการเมืองอาจเปลี่ยนได้ทุกสี่ปี
แต่ต้นทุนชีวิตของคนรุ่นใหม่
หากเลือกผิดในวันนี้
อาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตในการจ่ายคืน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เลือกตั้งใหญ่ กับต้นทุนอนาคตของคนรุ่นใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net