โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทอท.โกยกำไรไตรมาสแรกปีงบ 2569 กว่า 4.6 พันล้าน กระทบรายได้ดิวตี้ฟรีลดลง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 14 ก.พ. เวลา 00.29 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 11.19 น.

วันนี้ (วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท. รายงานผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาสที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม - ธันวาคม 2568) โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 4,652.62 ล้านบาท แม้ตัวเลขกำไรจะลดลง 12.94 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ภาพรวมปริมาณการจราจรทางอากาศยังคงสะท้อนการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องตามฤดูกาลท่องเที่ยวและการกลับมาของอุตสาหกรรมการบิน

ขณะที่ปริมาณการจราจรทางอากาศพุ่งต่อเนื่อง ในช่วงไตรมาสที่ 1/2569 ทอท. มีจำนวนเที่ยวบินรวมทั้งสิ้น 208,281 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.82 % แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 116,594 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 91,687 เที่ยวบิน ขณะที่จำนวนผู้โดยสารรวมมีทั้งหมด 34.47 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.50 % โดยแบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 20.92 ล้านคน และภายในประเทศ 13.55 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม ทอท. ระบุว่าการเติบโตยังมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลก การแข่งขันที่รุนแรงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในเชิงลบ รวมถึงราคาบัตรโดยสารที่อยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ทำให้จำนวนเที่ยวบินลดลงเล็กน้อยเนื่องจากความกังวลในการเดินทางของผู้โดยสาร

โดยทอท.มีรายได้รวม 17,332.42 ล้านบาท ลดลง 3.20 % จากปีก่อนหน้า โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้

  • รายได้เกี่ยวกับกิจการการบิน : 8,863.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.67 % ตามการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินและผู้โดยสาร
  • รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน 7,988.73 ล้านบาท ลดลง 9.83 % สาเหตุหลักมาจากการลดลงของส่วนแบ่งผลประโยชน์จากธุรกิจร้านค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี)
  • รายได้อื่น: เพิ่มขึ้น 98.44 % เป็น 480.42 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากดอกเบี้ยรับจากการเลื่อนชำระเงินตามมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ

ในด้านค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 10,801.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.33 % โดยรายการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญคือ ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา (เพิ่มขึ้น 30.22 % ) จากการบำรุงรักษาระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) และสายพานส่งกระเป๋า รวมถึงค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการปรับเงินเดือนประจำปี

นอกจากนี้ทอท.การปรับโครงสร้างธุรกิจปลอดอากรและการส่งเสริมการตลาด ทอท. ได้ดำเนินการแก้ไขสัญญาอนุญาตประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร เพื่อรักษาผลประโยชน์ในระยะยาวและสร้างความต่อเนื่องในการบริการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ: มีการเรียกเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำต่อหัว (MG) ที่ 232.90 บาท และเพิ่มส่วนแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) อีก 35 % ของมูลค่าซื้อต่อหัวส่วนเกิน ซึ่งสูงกว่าสัญญาเดิมที่เก็บเพียง 20 %

การส่งเสริมการบิน: เริ่มดำเนินโครงการกระตุ้นตลาด (Incentive Scheme) ระยะที่ 2 (พฤศจิกายน 2568 - ตุลาคม 2571) โดยให้ส่วนลดค่าธรรมเนียมการบิน 50 % ตลอดโครงการ เพื่อสนับสนุนการเปิดเส้นทางบินใหม่

ฐานะทางการเงินและแผนการพัฒนาในอนาคต ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ทอท. มีสินทรัพย์รวม 206,923.51 ล้านบาท และมีหนี้สินรวม 69,351.29 ล้านบาท ซึ่งลดลง 10.04 % จากการทยอยชำระหนี้ตามสัญญาเช่าและเจ้าหนี้การค้า บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.50 เท่า และอัตราส่วนสภาพคล่องที่ 1.79 เท่า สะท้อนสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง

สำหรับแผนงานในอนาคต ทอท. มุ่งเป้าสู่การเป็น Aviation Hub ผ่านโครงการสำคัญ เช่น

การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ: แผนแม่บทฉบับปี 2568 ตั้งเป้ารองรับผู้โดยสารรวม 120 ล้านคนต่อปี รวมถึงการเสนอขอขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion)

การพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง: ระยะที่ 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 40 ล้านคนต่อปี คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2571 รวมถึงการนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ เช่น ระบบ Biometrics, Body Scanner และแอปพลิเคชัน SAWASDEE by AOT เพื่อยกระดับความสะดวกสบาย

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) เปิดเผยว่า ใน 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ระหว่างเดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนธันวาคม 2568) AOT มีรายได้จากกิจการการบินรวม 8,863.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 58.85 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.67 %

ขณะที่รายได้รวมทั้งหมดอยู่ที่ 17,332.42 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 4,652.62 ล้านบาท สำหรับปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งในสังกัด AOT ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ท่าอากาศยานภูเก็ต และท่าอากาศยานหาดใหญ่ มีจำนวนเที่ยวบินรวม 208,281 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.82 % แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 116,594 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 91,687 เที่ยวบิน

ปวีณา จริยฐิติพงศ์

ขณะที่มีผู้โดยสารใช้บริการรวมทั้งสิ้น 34.47 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.50 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 20.92 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 13.55 ล้านคน

จากการเพิ่มขึ้นของผู้โดยสาร ส่งผลให้มีระดับการใช้โครงสร้างพื้นฐาน (Utilization Rate) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสนามบินบางแห่งเริ่มเข้าใกล้ระดับขีดความสามารถสูงสุด (Capacity Constraint) สะท้อนความจำเป็นในการเร่งขยายศักยภาพสนามบินทั้ง 6 แห่ง เพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อแล้วเสร็จภายในปี 2577 จะทำให้มีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารรวมประมาณ 214.5 ล้านคนต่อปี สามารถรองรับการเติบโตของผู้โดยสาร เที่ยวบิน ในระยะยาวได้อย่างมั่นคง

พร้อมกันนี้ AOT รุกปรับโครงสร้างรายได้เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยผลักดันรายได้จากกิจการการบิน (Aeronautical Revenue) ผ่านโครงการจูงใจสายการบินให้ทำการบิน ณ ท่าอากาศยานของ AOT เพื่อกระตุ้นการเกิดเส้นทางบินใหม่และเพิ่มความถี่ของเที่ยวบิน

รวมทั้งปรับอัตราโครงสร้างค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) ให้เหมาะสม โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มใช้ได้กลางปี 2569 ซึ่งจะทำให้ AOT มีความแข็งแกร่งทางการเงินขึ้นอีกกว่าหมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกัน ได้เร่งปรับโครงสร้างรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non-Aeronautical Revenue) โดยพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสนามบินของ AOT ด้วยการเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาลงทุนเพื่อต่อยอดรายได้ระยะยาวและลดความผันผวนที่พึ่งพาธุรกิจการบินเพียงด้านเดียว

โดยมีโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว ได้แก่ สถานีชาร์จรถโดยสารไฟฟ้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่าการลงทุนกว่า 40 ล้านบาท และในอนาคตอันใกล้จะมีการเปิดประมูลพื้นที่ 17 ไร่ ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่มูลค่าการลงทุนกว่า 75 ล้านบาท รวมทั้งเปิดให้มีการลงทุนในกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น โรงแรม โครงการ Mixed-use ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดี ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสาร

นางสาวปวีณา กล่าวในตอนท้ายว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานอีก 9 เดือนของปีงบประมาณ 2569 ยังคงเติบโตต่อเนื่องตามทิศทางการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการเพิ่มความถี่เที่ยวบินของสายการบินทั้งในและต่างประเทศที่ทยอยกลับเข้าสู่ระดับปกติ ส่งผลให้รายได้จากทั้งกิจการการบินและกิจการที่ไม่เกี่ยวกับการบินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นควบคู่กัน

ทั้งนี้ AOT ยืนยันเดินหน้าบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามแผนแม่บท เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว

พร้อมรักษาสมดุลโครงสร้างรายได้ให้แข็งแกร่ง และยั่งยืน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนบทบาทของ AOT ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาคอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...