“ทรัมป์” เตือนอังกฤษ-แคนาดา อย่าดีลจีน ชี้เป็นความเคลื่อนไหวที่อันตราย
"ทรัมป์" ออกโรงเตือนสหราชอาณาจักรและแคนาดาไม่ให้เดินหน้าทำข้อตกลงทางธุรกิจกับจีน ท่ามกลางความกังวลว่าสหรัฐอาจเสียอิทธิพลเชิงยุทธศาสตร์
วันที่ 30 มกราคม 2569 เวลา 10.10 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกโรงเตือนสหราชอาณาจักรและแคนาดาไม่ให้เดินหน้าทำข้อตกลงทางธุรกิจฉบับใหม่กับจีน หลังผู้นำของทั้งสองประเทศเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในเดือนนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก
“มันเป็นเรื่องที่อันตรายมากสำหรับพวกเขา” ทรัมป์กล่าวเมื่อคืนวันพฤหัสบดี เพื่อตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการเดินทางเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ Keir Starmer ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการคลี่คลายความตึงเครียดในความสัมพันธ์อังกฤษ–จีน
ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีก” หากแคนาดาเลือกทำธุรกิจกับจีน โดยระบุว่าแคนาดากำลังเผชิญสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ และไม่ควรมองจีนเป็นทางออก พร้อมกล่าวข้อความดังกล่าวที่กรุงวอชิงตัน ระหว่างเข้าร่วมงานฉายรอบปฐมทัศน์สารคดีเกี่ยวกับสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์
คำเตือนของทรัมป์มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสตาร์เมอร์เข้าพบสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีและมีความคืบหน้าในการเจรจาเปิดตลาดจีนให้บริษัทอังกฤษเข้าถึงได้มากขึ้น
ระหว่างอยู่ที่กรุงปักกิ่งในวันศุกร์ สตาร์เมอร์กล่าวต่อผู้นำภาคธุรกิจว่า การพบปะกับประธานาธิบดีสีเป็นไปอย่างอบอุ่นมาก และบรรลุระดับความร่วมมือที่เขาหวังไว้ โดยข้อตกลงสำคัญที่ได้แก่ การยกเว้นวีซ่าสำหรับการเดินทางระยะสั้น และการลดภาษีนำเข้าเครื่องดื่มวิสกี้ ซึ่งเขาระบุว่าเป็นการเข้าถึงที่มีความหมาย และเป็นสัญลักษณ์ของทิศทางความสัมพันธ์ใหม่
รัฐบาลอังกฤษระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จีนจะผ่อนคลายกฎการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวอังกฤษ โดยอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศแบบไม่ต้องขอวีซ่าเป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน ซึ่งจะทำให้อังกฤษอยู่ในกลุ่มเดียวกับประเทศที่ได้รับสิทธิดังกล่าวแล้ว เช่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น
การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีอังกฤษครั้งแรกในรอบ 8 ปี และมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดจากประเด็นต่าง ๆ ตั้งแต่สถานการณ์ในฮ่องกง ไปจนถึงข้อกล่าวหาเรื่องการจารกรรม
ระหว่างการหารือประธานาธิบดีสีระบุว่าจีนต้องการสร้างความเป็นหุ้นส่วนกับสหราชอาณาจักรในลักษณะระยะยาวและมีเสถียรภาพ พร้อมชื่นชมถ้อยแถลงของสตาร์เมอร์ที่มองว่าจีนเป็นโอกาส และย้ำว่าการมีส่วนร่วมกับจีนเป็นสิ่งจำเป็น
การเยือนของสตาร์เมอร์เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการเดินทางของนายกรัฐมนตรีแคนาดา Mark Carney ซึ่งเพิ่งยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่เคยบังคับใช้ตามมาตรการของสหรัฐฯ การตัดสินใจดังกล่าวจุดชนวนความไม่พอใจจากทรัมป์ ซึ่งเคยขู่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาในอัตรา 100% หากแคนาดากลายเป็นประตูหลังให้สินค้าจีนเข้าสู่ตลาดสหรัฐ
แม้ทรัมป์จะยังไม่ดำเนินมาตรการดังกล่าวจริง แต่คำเตือนเหล่านี้สะท้อนความเสี่ยงที่พันธมิตรของสหรัฐอาจทำให้ความสัมพันธ์กับสหรัฐตึงเครียด หากเลือกเดินหน้าแนวทางนโยบายที่เป็นอิสระทางยุทธศาสตร์มากขึ้น
ด้านสตาร์เมอร์ยืนยันว่า อังกฤษสามารถทำงานร่วมกับจีนได้โดยไม่กระทบต่อความสัมพันธ์พิเศษกับสหรัฐ แม้ท่าทีสนับสนุนการมีส่วนร่วมกับจีนของเขาอาจขัดแย้งกับความพยายามของวอชิงตันในการจำกัดบทบาทและอิทธิพลของจีนบนเวทีโลก
อ้างอิง : bloomberg.com