โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ทรัมป์” เตือนอังกฤษ-แคนาดา อย่าดีลจีน ชี้เป็นความเคลื่อนไหวที่อันตราย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 ม.ค. เวลา 14.33 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 07.33 น.

"ทรัมป์" ออกโรงเตือนสหราชอาณาจักรและแคนาดาไม่ให้เดินหน้าทำข้อตกลงทางธุรกิจกับจีน ท่ามกลางความกังวลว่าสหรัฐอาจเสียอิทธิพลเชิงยุทธศาสตร์

วันที่ 30 มกราคม 2569 เวลา 10.10 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกโรงเตือนสหราชอาณาจักรและแคนาดาไม่ให้เดินหน้าทำข้อตกลงทางธุรกิจฉบับใหม่กับจีน หลังผู้นำของทั้งสองประเทศเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในเดือนนี้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก

“มันเป็นเรื่องที่อันตรายมากสำหรับพวกเขา” ทรัมป์กล่าวเมื่อคืนวันพฤหัสบดี เพื่อตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับการเดินทางเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ Keir Starmer ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญญาณของการคลี่คลายความตึงเครียดในความสัมพันธ์อังกฤษ–จีน

ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ยิ่งอันตรายมากขึ้นไปอีก” หากแคนาดาเลือกทำธุรกิจกับจีน โดยระบุว่าแคนาดากำลังเผชิญสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ และไม่ควรมองจีนเป็นทางออก พร้อมกล่าวข้อความดังกล่าวที่กรุงวอชิงตัน ระหว่างเข้าร่วมงานฉายรอบปฐมทัศน์สารคดีเกี่ยวกับสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เมลาเนีย ทรัมป์

คำเตือนของทรัมป์มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากสตาร์เมอร์เข้าพบสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีและมีความคืบหน้าในการเจรจาเปิดตลาดจีนให้บริษัทอังกฤษเข้าถึงได้มากขึ้น

ระหว่างอยู่ที่กรุงปักกิ่งในวันศุกร์ สตาร์เมอร์กล่าวต่อผู้นำภาคธุรกิจว่า การพบปะกับประธานาธิบดีสีเป็นไปอย่างอบอุ่นมาก และบรรลุระดับความร่วมมือที่เขาหวังไว้ โดยข้อตกลงสำคัญที่ได้แก่ การยกเว้นวีซ่าสำหรับการเดินทางระยะสั้น และการลดภาษีนำเข้าเครื่องดื่มวิสกี้ ซึ่งเขาระบุว่าเป็นการเข้าถึงที่มีความหมาย และเป็นสัญลักษณ์ของทิศทางความสัมพันธ์ใหม่

รัฐบาลอังกฤษระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จีนจะผ่อนคลายกฎการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจชาวอังกฤษ โดยอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศแบบไม่ต้องขอวีซ่าเป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน ซึ่งจะทำให้อังกฤษอยู่ในกลุ่มเดียวกับประเทศที่ได้รับสิทธิดังกล่าวแล้ว เช่น ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และญี่ปุ่น

การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นการเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีอังกฤษครั้งแรกในรอบ 8 ปี และมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดจากประเด็นต่าง ๆ ตั้งแต่สถานการณ์ในฮ่องกง ไปจนถึงข้อกล่าวหาเรื่องการจารกรรม

ระหว่างการหารือประธานาธิบดีสีระบุว่าจีนต้องการสร้างความเป็นหุ้นส่วนกับสหราชอาณาจักรในลักษณะระยะยาวและมีเสถียรภาพ พร้อมชื่นชมถ้อยแถลงของสตาร์เมอร์ที่มองว่าจีนเป็นโอกาส และย้ำว่าการมีส่วนร่วมกับจีนเป็นสิ่งจำเป็น

การเยือนของสตาร์เมอร์เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการเดินทางของนายกรัฐมนตรีแคนาดา Mark Carney ซึ่งเพิ่งยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่เคยบังคับใช้ตามมาตรการของสหรัฐฯ การตัดสินใจดังกล่าวจุดชนวนความไม่พอใจจากทรัมป์ ซึ่งเคยขู่จะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาในอัตรา 100% หากแคนาดากลายเป็นประตูหลังให้สินค้าจีนเข้าสู่ตลาดสหรัฐ

แม้ทรัมป์จะยังไม่ดำเนินมาตรการดังกล่าวจริง แต่คำเตือนเหล่านี้สะท้อนความเสี่ยงที่พันธมิตรของสหรัฐอาจทำให้ความสัมพันธ์กับสหรัฐตึงเครียด หากเลือกเดินหน้าแนวทางนโยบายที่เป็นอิสระทางยุทธศาสตร์มากขึ้น

ด้านสตาร์เมอร์ยืนยันว่า อังกฤษสามารถทำงานร่วมกับจีนได้โดยไม่กระทบต่อความสัมพันธ์พิเศษกับสหรัฐ แม้ท่าทีสนับสนุนการมีส่วนร่วมกับจีนของเขาอาจขัดแย้งกับความพยายามของวอชิงตันในการจำกัดบทบาทและอิทธิพลของจีนบนเวทีโลก

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...