โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ภท. คึกคัก จัดเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายปิดหาเสียง ปลุก ลต.ครั้งนี้เดิมพันจุดเปลี่ยน ปท.

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 12.04 น.

ภท. คึกคัก จัดเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายปิดหาเสียง ปลุก ลต.ครั้งนี้เดิมพันจุดเปลี่ยน ปท. ขอมืออาชีพรับใช้ปชช. “สีหศักดิ์” ลั่น “ไทยต้องเป็นไท” ยึดผลประโยชน์ประเทศเหนือทุกสิ่ง ขอประชาชนให้โอกาสทำงาน จาก 4 เดือน เป็น 4 ปี สร้างการทูตเชิงรุก-มีชั้นเชิง พาไทยสู่แนวหน้าบนเวทีโลก มั่นใจ “Yes, we can”

วันที่ 6 ก.พ. 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) จัดปราศรัยใหญ่ก่อนวันเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ภายใต้สโลแกน “เลือกภูมิใจไทย ได้มืออาชีพ พลิกโฉมเศรษฐกิจ ฝ่าวิกฤตโลก“ #ทีมไทยแลนด์ นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร่วมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกฯ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ ยังมีแกนนำพรรคเข้าร่วมอย่างคึกคัก อาทิ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคฯ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แกนนำพื้นที่ กทม. และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นายวราวุธ ศิลปอาชา นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยในวันนี้ พบว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ มาร่วมฟังการปราศรัยด้วย โดยช่วงแรกของงานเริ่มต้นด้วยการเปิดวิดีทัศน์ นำเสนอผลงานของพรรคภูมิใจไทยช่วงที่ได้บริหารประเทศ ทั้งผลงานด้านเศรษฐกิจ ด้านความมั่นคง และด้านการต่างประเทศ

จากนั้นเวลา 17.25 น.นายเอกนัฏ ปราศรัยเปิดเวที ว่า ไม่ได้คิดว่านี่เป็นการเดิมพันเฉพาะพรรคการเมือง ว่าพรรคไหนชนะมาเป็นรัฐบาลเท่านั้น แต่เป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ เป็นการเดิมพันอนาคตของบ้านเมือง ลองถามใจตัวเองว่าเชื่อมั่นพรรคการเมือง เชื่อมั่นนโยบายของพรรคไหน และที่สำคัญที่สุดท่านเชื่อมั่นใครที่จะมาทำงานเป็นมืออาชีพ มาพลิกโฉมเศรษฐกิจ ฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปได้ พวกเราพรรคภูมิใจไทยเชื่อว่าวิกฤตนี้เป็นรอยต่อ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ ซึ่งการเดิมพัน ไม่ใช่เดิมพันว่าพรรคการเมืองไหนจะชนะเลือกตั้งเข้ามาสู่อำนาจเท่านั้น แต่เป็นการเดิมพันของประเทศ ฉะนั้นพรรคภูมิใจไทยจึงได้คัดสรรสรรหาบุคคลที่เป็นมืออาชีพ เพราะบ้านเมืองต้องการมืออาชีพเข้ามาทำงาน วันนี้ทุกท่านอาสารับใช้พวกท่านเราเปิดหน้า เปิดตัวประกาศล่วงหน้าท่านสามารถเลือกแบบไม่ต้องลุ้น รู้เลยว่าถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทยจะได้ใครมาทำงานให้กับท่านซึ่งเป็นคนที่ได้พิสูจน์ฝีมือการทำงานของตัวเองมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายเอกนัฏ ปราศรัยต่อว่า คนไทยทุกคนเท่าที่ตนรับฟังและสัมผัสได้ว่ามีความกังวลว่าประเทศไทยจะไม่มีจุดยืน เราจะอยู่ในมุมมืดไร้ตัวตน และในที่สุดประเทศไทยจะสูญหายไปจากแผนที่โลก เราเข้าใจความกังวลนี้ แต่บุคคลท่านนี้ที่พรรคประกาศว่าถ้าพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลจะตั้งนายสีหศักดิ์มาเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ เพราะสะสมประสบการณ์งานด้านต่างประเทศตลอดชีวิต และเป็นที่ยอมรับทางการทูตและต่างประเทศในเวทีโลกอย่างแท้จริงเพราะ 3 เดือนที่ผ่านมา เราเห็นการทำงานของบุคคลท่านนี้แล้ว จากเดิมที่ไทยหวาดกลัวว่าจะสูญเสียตัวตน ว่าจะถูกมองว่าเป็นประเทศที่ไม่มีจุดยืน เสียเปรียบ ถูกเอาเปรียบ,ถูกมหาอำนาจบีบคั้น แต่เขาทำให้เราไม่เสียเปรียบ แสดงจุดยืนชัดเจน ทำงานอย่างมียุทธศาสตร์ใช้ความรอบคอบ ใช้สติปัญญาในการทำงาน จนกระทั่งทำให้คนไทยทั้งประเทศเลิกหวาดกลัว เห็นหนทางชัดเจนว่าต่อไปไทยจะเป็นไทยในเวทีโลกไทยเป็นประเทศที่ยืนหยัดและผงาดอย่างภาคภูมิในเอกราชของตน คือนายสีหศักดิ์

จากนั้น นายสีหศักดิ์ ขึ้นปราศรัยเป็นคนแรก ว่า วันนี้ดีใจที่มีโอกาสมาพบทุกท่าน ยอมรับว่าตื่นเต้นเล็กน้อย ไม่เคยคิดว่าจากการเป็นนักการทูตอาชีพ จะได้รับหน้าที่เป็นรมว.ต่างประเทศ และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วย สิ่งหนึ่งที่ตนเชื่อคือเราทำได้ถ้าเราตั้งใจ และยืนยันว่า ตนทำงานเต็มที่แน่นอน จากการเป็นเอกอัครราชทูตสิ่งที่อยู่ในใจตลอดเวลา คือเป็นผู้แทนประเทศไทยมีพระราชสาส์นจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้การทำงานของตน เรื่องผลประโยชน์ของประเทศไทยต้องอยู่เหนือสิ่งอื่นใด

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า วันก่อนตนได้ไปร่วมงานดีเบต ถูกถามว่ามีความคาดหวังอย่างไรกับการเมืองไทย ตนคิดว่าประเทศไทยอยู่กับที่ บางครั้งเราดูถอยหลังด้วยซ้ำไป สถานะเราอยู่นอกจอเรดาร์ในเวทีโลก เพราะการเมืองไม่นิ่งเศรษฐกิจไม่ดี และการทูตของเราเป็นลักษณะตั้งรับอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นหน้าที่ของทุกท่านที่จะเลือกพรรค ที่คิดว่ามีความสามารถขับเคลื่อนประเทศไทย ต้องมีการเมืองใหม่ที่มีมาตรฐานสูงขึ้น ผู้บริหารรัฐบาลต้องมีความสามารถเป็นมืออาชีพ นอกจากนี้ ต้องเป็นการเมืองที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ที่สำคัญต่อจากนี้คนที่เป็นรัฐมนตรีเป็นผู้บริหารรัฐบาลต้องมีการประเมินผล หรือ เคพีไอ

นายสีหศักดิ์ กล่าวถึงผลงานตลอด 4 เดือนที่ผ่านมาว่า วันแรกที่เข้ามารับหน้าที่มีปัญหาความขัดแย้งกับกัมพูชา และโลกกำลังเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยจะเปลี่ยนให้ทันโลกได้อย่างไร เราไม่มีเวลาจึงต้องทำงานตั้งแต่วันแรกทันที คณะรัฐมนตรี (ครม.) ถวายสัตย์ปฏิญาณตนวันที่ 24 กันยายน 2568 วันที่ 25 กันยายน 2568 ตนบินไปประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เป็นครั้งแรกที่ต้องเผชิญหน้ากับกัมพูชา ตนได้พูดความจริงว่าใครเป็นผู้รุกราน และใครคือเหยื่อ เป็นสิ่งที่ไม่ได้คาดคิดว่าจะทำให้คนไทยรู้สึกว่ามีศักดิ์ศรีมีเกียรติภูมิ ตนคิดว่าวันนั้นเป็นวันที่เราเริ่มพลิกเกมกัมพูชา

“ตอนที่รัฐบาลเข้ามารับหน้าที่ กัมพูชาท้าทายความมั่นคงทางชายแดนการทหาร กดดันประเทศไทยในเวทีต่างประเทศ พยายามสร้างความแตกแยกในประเทศไทย แต่ด้วยการที่เรายืนยันท่าทีของเรา และยืนยันในผลประโยชน์ของเรา ทำให้พลิกเกมได้ ปัจจุบันเรารักษาอธิปไตยของเรา รักษาความมั่นคงชายแดน ความสงบความปลอดภัยเริ่มกลับมาที่บริเวณชายแดน และจากที่เราเคยตั้งรับ ขณะนี้เราเป็นฝ่ายรุกเขาในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีการหยุดยิงถือเป็นเรื่องเปราะบาง อยู่ที่ฝ่ายกัมพูชาว่าจะพร้อมหรือมีความจริงใจหรือไม่“ นายสีหศักดิ์ กล่าว

นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันทุกคนอยากให้มีรั้ว ซึ่งรั้วที่ดีที่สุดมี 3 ชั้น คือความเข้มแข็งของทหารไทยซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้ว ความเข้มแข็งทางการทูตที่ประเทศไทยจะไม่ยอมเสียเปรียบเด็ดขาด และความเข้มแข็งของผู้นำไทย ซึ่งหวังว่าเราจะเดินหน้าในการสร้างความสัมพันธ์กับกัมพูชาต่อไป แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเขาว่ามีความพร้อมกับความจริงใจหรือไม่ ดังนั้น 4 เดือนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผลงานของเราเป็นอย่างไร สถานะของประเทศไทยเป็นอย่างไร “Yes, we can” เราทำได้ ขอให้มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย และความเป็นอาชีพของเราจาก 4 เดือน เราขอเป็น 4 ปี เชื่อว่าจะนำประเทศไทยไปสู่แนวหน้าในเวทีโลกได้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตโลกมีความผันผวน หลายคนบอกว่าไทยจะรอดหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าเรารอด เราต้องมั่นใจในตัวเรา มั่นใจในศักยภาพของเรา เพราะชีวิตการเป็นนักการทูตของตน บรรพบุรุษสอนมาว่า ถ้าเรามีการทูตที่มีชั้นเชิง การทูตที่ชาญฉลาดจะเดินต่อไปได้ และเราจะอยู่รอดด้วยความก้าวหน้าและมั่นคง ดังนั้น 4 ปีข้างหน้าการทูตของประเทศไทยต้องมีชั้นเชิงมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยผ่านวิกฤตต่างๆได้ด้วยความมั่นคง และมั่นใจ

นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า การทูตต้องผูกโยงกับประชาชน ยกระดับประชาชนให้ดีขึ้น สิ่งที่เราจะทำ คือนโยบายการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อสร้างความเชื่อมั่น สร้างศักยภาพในการแข่งขัน และสร้างหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ โดยจะทำงานร่วมกับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่แน่นอนว่าจะกลับมาเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นี่คือความมุ่งมั่นของกระทรวงการต่างประเทศในอีก 4 ปีข้างหน้า

“มีผู้ใหญ่สอนผมว่าการทูตที่ดี และประสบความสำเร็จจะต้องเริ่มในบ้านของเรา ท่านต้องเลือกพรรคการเมืองที่ถูกต้องมาบริหารประเทศ และในการทำงานจะต้องผนึกกำลังกันต้องเป็นทีมประเทศไทย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคง การต่างประเทศ เราจะทำแบบต่างคนต่างทำไม่ได้ เพราะไม่มีเวลาแล้ว เราจะอยู่ที่เดิมไม่ได้ต้องนำพาประเทศไทยกลับสู่เวทีโลก ขอให้ทุกท่านเชื่อมั่นในตัวผม มั่นใจในพรรคภูมิใจไทย มั่นใจในบุคลากร ของพรรค ว่าจะมาสร้างโอกาสสร้างอนาคตให้ทุกท่าน นำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรีมีเกียรติภูมิ โดยยึดประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง สุดท้ายคือไทยต้องเป็นไทในเวทีโลก” นายสีหศักดิ์ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...