จากข่าวสืบสวนที่โด่งดัง ‘คดีวอเตอร์เกต’ ของ Washington Post สู่การปลดนักข่าวกว่า 300 คน
รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ
หลังจากเข้าทำงานเป็นนักข่าวที่หนังสือพิมพ์ The Washington Post (WP) ได้ไม่นาน มาร์ติน เวล (martin Weil) มักจะมองข้ามเสียงที่มาจากวิทยุตำรวจ แต่ในค่ำคืนหนึ่งของเดือนมิถุนายน 1972 เขาตั้งใจฟัง เมื่อได้ยินเสียงวิทยุที่รายงานว่า “ประตูเปิดขึ้นมา ที่(อาคาร)วอเตอร์เกต” เขาตัดสินใจที่จะติดตามเหตุการนี้ทันที
วันรุ่งขึ้น เขาโทรศัพท์ไปถามโต๊ะข่าวท้องถิ่นว่า เมื่อคืนมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ คำตอบคือสำนักงานใหญ่ของคณะกรรมการพรรคดีโมแครท ที่อาคารวอเตอร์เกต ถูกบุกรุก เวลาต่อมา การทำข่าวสืบส่วนคดีวอเตอร์เกตของ WP ทำให้ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสันต้องลาออกจากตำแหน่ง และ WP กลายเป็นหนังสือพิมพ์อันดับหนึ่ง ในเขตนครหลวงวอชิงตันดีซี
การปรับตัวที่ทิ้งอดีตที่เคยรุ่งเรือง
หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานว่า เมื่อวันพุธ 4 กุมภาพันธ์ 2026 หนังสือพิมพ์ WP ประกาศแผนงาน ที่ทิ้งมรดกของความรุ่งเรืองในอดีต ด้วยการปลดนักข่าวกว่า 300 คน จากจำนวนทั้งหมด 800 คน โต๊ะข่าวท้องถิ่นได้รับผลกระทบมากที่สุด ที่มาร์ติน เวลทำงานมาแผนกนี้มาตั้งแต่ปี 1965 เขาเป็นนักข่าวที่ถูกปลดด้วย และเป็นนักข่าวคนสุดท้าย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “ยุควอเตอร์เกต” ของ WP
เมื่อต้นทศวรรษ 2000 แผนกข่าวนครหลวงของ WP มีนักข่าวประมาณ 200 คน เมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น นักข่าวแผนกนี้เปรียบเหมือน “ทหารราบ” ของ WP ที่บุกออกไปทุกทิศทาง ในเขตพื้นที่นครหลวง หลายครั้ง สร้างผลงานที่ได้รับรางวัลจากการรายงานข่าว เช่น การก่อการจลาจลที่รัฐสภาสหรัฐฯในวันที่ 6 มกราคม 2021 ที่ผู้ประท้วงสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ และเหตุการณ์ก่อการร้ายกันยายน 2001 ที่ WP ทำรายงานพิเศษ และมาร์ติน เวลเขียนเรื่องตึกเพนตากอนถูกโจมตี มาถึงตอนนี้ โต๊ข่าวท้องถิ่นมีนักข่าวเหลือไม่ถึง 20 คน
การตกต่ำเกิดจากเจ้าของ Amazon
Ruth Marcus อดีตบรรณาธิการหน้าบทบรรณาธิการและทัศนะของ WP เขียนบทความลงในนิตยสาร The New Yorker อธิบายการตกต่ำของ WP ในสมัยของ Jeff Bezos เจ้าของ Amazon ที่มาซื้อกิจการ WP ในปี 2013 ว่า เจ้าของ Amazon เข้ามาซื้อกิจการ WP เพื่อรักษาหนังสือพิมพ์ชั้นนำของสหรัฐฯแห่งนี้ แต่การปลดนักข่าวครั้งใหญ่ คือการกดดันให้ WP เข้าสู่ช่วงการตกต่ำที่รุนแรง
วันที่ 4 กันยายน 2013 ในการพบปะกับทีมงานของ WP หลังจากเข้ามาซื้อกิจการจากตระกูล Graham ที่มีความผูกพันมายาวนานกับ WP Jeff Bezos กล่าวถึงยุคทองใหม่ของ WP Bob Woodward ที่โด่งดังจากการทำข่าวคดีวอเตอร์เกตถามเขาว่า ทำไมมาซื้อหนังสือพิมพ์ Jeff Bezos ตอบว่า“ผมได้ข้อสรุปว่า ผมสามารถเป็นลานวิ่งทางการเงิน (financial runway) เพราะผมไม่คิดว่า พวกคุณจะสามารถรักษาธุรกิจ ที่กำลังหดตัวเล็กลง”
ในยุคที่ Jeff Bezos เป็นเจ้าของ บางปี WP มีผลกำไร โดยเฉพาะในช่วงการเลือกตั้งปี 2016 และรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก แต่เริ่มขาดทุนในปี 2023 เป็นเงิน 77 ล้านดอลลาร์ และ 100 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ทำให้มีการลดจำนวนนักข่าว จากกว่าพันคนเหลือ 800 คน เพราะเจ้าของที่เคยประกาศว่า จะเป็นทางวิ่งทางการเงิน ไม่ยอมรับการขาดทุนระดับดังกล่าว วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นักข่าวทุกคนถูกสั่งให้อยู่กับบ้าน เพื่อฟังประกาศครั้งสำคัญ ที่ทุกคนรู้ว่า คือการปลดนักข่าวครั้งใหญ่
จำนวนนักข่าวที่ถูกปลด 300 กว่าคน สร้างความประหลาดใจมาก Matt Murray บรรณาธิการบริหารเป็นคนประกาศข่าว และใช้คำว่า “การปรับตัวใหม่ทางยุทธศาสตร์แบบกว้าง” (broad strategic reset) ปิดแผนกข่าวกีฬาในรูปแบบที่เป็นอยู่ นักข่าวจะรายงานข่าวกีฬา ในแบบเหตุการณ์ทางสังคมและวัฒนธรรม สำนักงานข่าวในต่างประเทศจากเดิมมี 20 แห่งทั่วโลก ลดเหลือ 12 แห่ง WP จะหันไปเน้นเรื่องการเมืองและความมั่นคงแห่งชาติ
สัญญาณที่จะมีการปลดนักข่าวครั้งใหญ่ เกิดขึ้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เมื่อมีการแจ้งนักข่าวสายกีฬาว่า ได้ยกเลิกแผนงานที่จะส่งไปทำข่าว การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่อิตาลี เวลาต่อมาจึงมีข่าวแพร่ระบาดว่า จะมีการปลดนักข่าวจำนวนมาก นักข่าวจึงเริ่มส่งข้อความทางโซเชียลมีเดียถึง Jeff Bezos บางคนเขียนบอกว่า โต๊ข่าวท้องถิ่นลดคนกว่าครึ่งมาแล้ว “คดีวอเตอร์เกตเริ่มต้นจากข่าวท้องถิ่น ที่มีการบุกรุกอาคาร”
ส่วน Martin Baron อดีตบรรณาธิการบริหารนาน 8 ปี และ WP ได้รางวัลพูลิเซอร์ 11 ครั้งในสมัยของเขาออกแถลงการณ์ว่า “สิ่งนี้คือวันที่มืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ของหนึ่งในองค์กรข่าวที่ยิ่งใหญ่สุดของโลก เป้าหมายของ WP คงจะถูกบั่นทอนลงอย่างมาก พนักงานที่มีทักษะและความกล้าหาญ จะลดน้อยลงไปอีก สังคมจะขาดการรายงานข่าว ที่มีพื้นฐานบนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเรื่องชุมชนและทั่วโลก ในยามที่เราต้องการสิ่งนี้มากกว่าที่ผ่านมา”
Martin Baron เห็นว่า “ปัญหาของ WP มาจากการตัดสินใจผิดพลาดของคนระดับสูง Jeff Bezos ตัดสินใจไม่ให้ WP สนับสนุนกมลา แฮร์ริส ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ทำให้คนอ่านที่เป็นสมาชิกกว่า 250,000 บอกเลิกเป็นสมาชิก WP เพราะเห็นว่าเจ้าของ Jeff Bezos ทรยศต่อค่านิยม ในสิ่งที่ตัวเองควรจะปกป้อง นี่คือตัวอย่างกรณีศึกษา การทำลายตราสินค้าของผลิตภัณฑ์ ที่ตัวเองจงใจทำขึ้นมา”
Ruth Marcus บอกว่า ตัวเธอเองทำงานกับ WP นานกว่า 40 ปี เป็นทั้งนักข่าว บรรณาธิการ คนเขียนบทบรรณาธิการ และคอลัมนิสต์ ลาออกเมื่อมีนาคมปีที่แล้ว หลังจาก Jeff Bezos ประกาศว่า แผนกบทความทัศนะความเห็น ที่เธอทำงานนั้น ให้เน้นเรื่อง “เสรีภาพส่วนบุคคลและตลาดเสรี” ส่วนความเห็นที่คัดค้าน 2 สิ่งนี้ ให้ไปพิมพ์ที่อื่น แสดงให้เห็นว่า ทัศนะของคนเป็นเจ้าของสื่อ มุ่งไปในทิศทางที่ผิดพลาด
คนเขียนบอกว่า Jeff Bezos อาจเบื่อหน่ายกับหนังสือพิมพ์ แต่ยังไม่แสดงออกมาว่าอยากจะขายกิจการ หนังสือพิมพ์ทั่วสหรัฐฯถูกซื้อ โดยบริษัทจัดการการลงทุน (private-equity firm) ที่ระดมเงินจากคนมีฐานะมั่งคั่ง แล้วแยกส่วนที่ดีมีค่าขายออกไป
แต่ก็มีอีกโมเดลหนึ่งที่ Jeff Bezos ควรพิจารณาคือเปลี่ยน WP ให้เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร โดยได้รับเงินทุนจาก Jeff Bezos แต่ให้มีการบริหารงานอย่างอิสระ การมีเงินทุนพอเพียงเปรียบเหมือนลานวิ่งของสนามบิน ในเมืองฟิลาเดลเฟีย นักธุรกิจฐานะมั่งคั่งชื่อ H F Lenfest ซื้อกิจการหนังสือพิมพ์ Inquirer และ Daily News ต่อมา บริจาคสิ่งพิมพ์ทั้งสองให้องค์กรการกุศล เขาบอกว่า
เมืองฟิลาเดลเฟียจะเป็นไปอย่างไร หากไม่มีหนังสือพิมพ์ Inquirer และ Daily News
ปี 2024 นักหนังสือพิมพ์อเมริกันชื่อ Steven Waldman เขียนบทความใน Columbia Journalism Review เสนอให้ Jeff Bezos ใช้แนวทางดังกล่าวกับ WP “การไม่แสวงหากำไร ไม่ได้หมายถึงการขาดทุน องค์กรข่าวที่ไม่แสวงหากำไร ยังสามารถขายโฆษณา รับสมัครสมาชิก และรับเงินบริจาค หากดำเนินการได้ดี จะเป็นโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง เพราะสามารถมีรายได้เพิ่ม และยังฝังตัวลึกในการรับใช้ชุมชน”
เอกสารประกอบ
He Was Laid Off at The Washington Post After Working There 60 Years, Feb 5, 2026, The New York Times
How Jeff Bezos Brought Down the Washington Post, Ruth Marcus, Feb 4, 2026, The New Yorker