โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Sex Work is Work! เมื่อเวทีรูดเสากลายเป็นพื้นที่ทวงคืนสิทธิ 5 พรรคการเมืองจึงมาเล่านโยบายเรื่องพนักงานบริการ

Mirror Thailand

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 12.23 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 12.23 น.
ภาพไฮไลต์

“ทุกคนคะ พูดพร้อมกันนะคะ… Sex Work is Work! Sex Workers' rights are human rights!”

เสียงตะโกนก้องมาจากพนักงานบริการในชุดสีดำรัดรูป ผมหางม้ายาวสลวยที่สะบัดอยู่บนเวทีกลางร้านคาวบอย 2 ซอยคาวบอย นี่ไม่ใช่การแสดงโชว์รูดเสาเหมือนค่ำคืนปกติ แต่นี่คือเสียงเพรียกหาความยุติธรรมในงาน ‘การเมือง & คนกลางคืน Sex (Worker) and the City’ ที่จัดโดยมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (Swing Thailand) เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ดำเนินการสนทนาโดย ศ.ดร. ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ ประธานมูลนิธิ Swing Thailand

ท่ามกลางแสงไฟนีออนและกลิ่นอายฉูดฉาดของซอยที่ถูกจารึกเป็น ‘เขตคนบาป’ ในสายตาคนบางกลุ่ม มาวันนี้ ได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ตัวแทนจาก 5 พรรคการเมืองต้องมาเผชิญหน้าส่งเสียงถึงนโยบายเกี่ยวกับพนักงานบริการ ไปจนถึงความเห็นต่อ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 โซ่ตรวนที่ล่ามศักดิ์ศรีของพนักงานบริการไว้กับคำว่า ‘อาชญากร’ มานานเกือบ 3 ทศวรรษ

เหตุผลที่ต้องยกเรื่องนี้มาคุยกันในวันนี้ เพราะกฎหมายดังกล่าวเปลี่ยน ‘คนทำงาน’ ให้กลายเป็น ‘ผู้ทำผิด’ มานาน จนกลายเป็นอคติที่ฝังลึกในสังคม และการกำหนดให้เป็นความผิดทางอาญายังส่งผลให้พนักงานบริการทั้งหลายถูกตีตรา เข้าไม่ถึงการคุ้มครอง แม้กระทั่งในยามที่ถูกทำร้ายร่างกายหรือถูกโกงค่าจ้าง พวกเขาหลายคนก็ไม่กล้าแจ้งความเพราะกลัวโดนจับในข้อหาค้าประเวณีเสียเอง

ในสถานการณ์นี้ ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ ที่ภาคประชาชนร่วมกันล่ารายชื่อและผลักดันเข้าสภา จึงเป็นเสมือน ‘ทางออก’ เพราะหัวใจของมันคือการยกเลิกความผิดทางอาญา และเพื่อเปลี่ยนนิยามพนักงานบริการจากอาชญากรให้กลายเป็น ‘แรงงาน’ ที่ได้รับสิทธิสวัสดิการ มีความคุ้มครองความปลอดภัย และมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับทุกอาชีพ

แล้วฝั่งการเมืองเขามองเรื่องนี้กันยังไงบ้าง? Mirror Thailand สรุปประเด็นเผ็ดๆ จาก 5 พรรคในเวทีคาวบอยมาให้แล้ว ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลวัต และพรรครวมไทยสร้างไทย

1. พรรคเพื่อไทย: “Sex Worker คือกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจท่องเที่ยว”

ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มองประเด็นเรื่อง Sex Worker เป็นเรื่องการต่อสู้กับความเหลื่อมล้ำในเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านสาธารณสุขและสวัสดิการ

และเพื่อตอบสนองประเด็นนี้ พรรคเพื่อไทยเสนอหลักการ Decriminalization หรือการลดทอนความเป็นอาชญากรรม โดยเน้นย้ำว่าพนักงานบริการต้องไม่ใช่อาชญากร

“Sex Worker ไม่ใช่อาชญากร เขาคือแรงงานที่ทำงาน คือแม่ คือพี่น้องของใครบางคน คือคนทำงานที่แบกภาระครอบครัวไว้บนบ่า เพราะฉะนั้นเราต้องให้ความสำคัญกับเขา…เราคุ้มครองแรงงานในศตวรรษที่ 21 แต่กฎหมายของเรายังอยู่ที่ปี 2539 มันต้องเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง และคุ้มครองสิทธิของผู้คนอย่างเท่าเทียมค่ะ”

ภัทร์ดารัสมิ์ยังตั้งคำถามบนเวทีว่า “Sex Worker ไม่เหมือนอาชีพอื่นยังไงคะ ในเมื่อเขาก็ทำงาน และที่สำคัญเขาทำงานหนัก คืออุตสาหกรรมหนึ่งที่ผลักดันเศรษฐกิจของเราให้เติบโต”

ก่อนจะเสนอการแก้ปัญหาเกี่ยวกับพนักงานบริการ ด้วยหลักการ 5 ท. ได้แก่ด้าน ทุน ทิศทาง ความเท่าเทียม ความทั่วถึง และธรรมาภิบาล ที่มีหัวใจอยู่ที่การลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ และมองว่าพนักงานบริการเป็นแรงงานที่ต้องการช่องทางทำมาหากิน คือแรงงานอิสระที่ต้องได้รับสวัสดิการและการคุ้มครองด้านสุขภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ส่วนในเรื่องธรรมาพิบาล พรรคเพื่อไทยเน้นย้ำการเปลี่ยนรัฐที่เน้นควบคุมมาเป็นรัฐที่ให้บริการประชาชน

“แทนที่จะควบคุมพนักงานบริการ รัฐต้องให้ความคุ้มครอง และมีการเดินหน้าสนับสนุน ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองพนักงานบริการทางเพศ เป็นหัวใจสำคัญที่เพื่อไทยทำมาก่อนหน้า และมีเจตจำนงที่จะทำต่อไปให้สำเร็จ”

2. พรรคประชาชน: “ปักธงสิทธิมนุษยชน ล้างระบบขูดรีดให้ Clean และ Lean”

ณัฐยา บุญภักดี ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และทีมบริหารรัฐบาลประชาชน

ย้ำจุดยืนเดิมตั้งแต่ยุคอนาคตใหม่ว่าประเด็นพนักงานบริการคือประเด็นสิทธิมนุษยชน และนโยบาย ‘สี่เสาหลัก’ ของพรรคก็เชื่อมโยงกับเรื่องนี้ ได้แก่เสาหลักการปฏิรูปภาครัฐให้ Clean (ปลอดคอร์รัปชัน) และ Lean (งบประมาณถึงมือประชาชนจริง) เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตแก่แรงงานทุกคนไม่เว้นแม้แต่แรงงานอกระบบหรือพนักงานบริการ

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความต้องการจะผลักดันกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติในระยะยาว เพื่อเป็นประตูบานใหญ่ในการคืนความเท่าเทียมให้กับพนักงานบริการ และกลุ่มบุคคลต่างๆ ในสังคม

“การเลือกปฏิบัติต่อบุคคลเป็นเรื่องไม่ถูกต้องอยู่แล้วและถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ (มาตรา 27: หลักความเสมอภาคและการห้ามเลือกปฏิบัติ) แต่ก็ยังขาดกฎหมายเฉพาะที่มีรายละเอียดเพียงพอ และการวางกลไก เพราะฉะนั้น ตัวกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล เป็นทางเข้าที่สำคัญมากของหลายเรื่อง รวมถึงเรื่อง Sex Worker”

เมื่อถูกถามบนเวทีว่า Sex Woker ต้องรออีกนานไหม ณัฐยา กล่าว่าหากร่างพ.ร.บ.คุ้มครองพนักงานบริการทางเพศถูกผลักดันเข้าสภา ก็ยืนยันจะสนับสนุน รวมไปถึงเรื่องสวัสดิการต่างๆ ก็จะผลักดันทันทีหากได้เป็นรัฐบาล แต่แน่นอนว่ากฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติก็เป็นเรื่องใหญ่ ที่กว่าจะได้ข้อตกลงอันเป็นฉันทามติของสังคมก็คงต้องใช้เวลา

“เป็นความปวดใจของดิฉันมากๆ เมื่ออ่านนโยบายเรื่องสิทธิแรงงาน โดยที่รู้อยู่แก่ใจว่าเพื่อนที่ทำงานบริการทางเพศจะไม่ถูกนับรวมในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นความปวดใจนี้จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังในการทำงานเรื่องนี้ค่ะ”

3. พรรคประชาธิปัตย์: “พนักงานบริการไม่ใช่คนผิด คนที่รีดไถต่างหากคือคนผิด”

อิสรา สุนทรวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าในพรรคไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้กันโดยตรง และยังมีความเห็นต่างกันบ้างภายในพรรค แต่ถึงอย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญเรื่องการคุ้มครองสิทธิแรงงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัท หรือแรงงานอิสระอย่างพนักงานบริการทางเพศ

จุดยืนของตัวแทนพรรคชัดเจนว่าพนักงานบริการไม่ใช่คนผิด และเสนอให้ปรับโฟกัสจากการลงโทษผู้ขายบริการ ไปเป็นการจัดการ ‘คนขูดรีด’ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่คอร์รัปต์ชัน นายจ้างที่เอารัดเอาเปรียบ ไปจนถึงจัดการกับกลุ่มค้ามนุษย์ที่บังคับให้มีการขายบริการโดยปราศจากความยินยอม

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างมาตรฐานสัญญาจ้างแรงงานอิสระ เพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ Sex Worker ถูกรีดไถ และเป็นการคุ้มครอง

“พนักงานบริการไม่ใช่คนผิด พนักงานบริการคืออาชีพ แต่เรื่องที่ผิดคือการรีดไถข่มขู่ ไม่ว่าจะเป็นนายจ้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปจนถึงคนที่ค้ามนุษย์”

“เรื่องพนักงานบริการก็ประเด็นที่เราน่าจะทำงานร่วมกัน ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เพื่อทำให้พนักงานบริการได้รับสิทธิที่ควรจะได้รับ”

4. พรรคพลวัต: “กะหรี่ผิดตรงไหน? ในเมื่อเราทุกคนคือมนุษย์เหมือนกัน”

กัณวีร์ สืบแสง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลวัต มาพร้อมถ้อยคำที่ฟาดกลางใจ เขาตั้งคำถามถึงความย้อนแย้งของสังคมที่ปากว่าตาขยิบ ยอมรับบริการแต่ไม่ยอมรับตัวตนคนทำ ไปจนถึงนโยบายเรือธงของพรรคพลวัตจึงเน้นไปที่การรับรองสถานะแรงงานอิสระและแรงงานนอกระบบ และการผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่ม เพื่อให้พนักงานบริการมีอำนาจต่อรองและได้รับสิทธิสวัสดิการตามกฎหมาย

“ทำไมถึงเห็นว่าคนเหล่านี้เป็นแค่สิ่งของ และมีกฎหมายขึ้นมามากดทับมนุษย์ กะหรี่กู้ไม่ได้เหรอ กะหรี่ไม่หายใจเหรอ ถามสักคำได้ไหมว่ากะหรี่ผิดตรงไหน”

“เวลาบางคนต้องการบางอย่าง ก็เข้าไปหาพนักงานบริการ แต่เวลาที่พวกเขาถูกทำร้าย เขากลับไม่สามารถพูดได้”

กัณวีร์กล่าวว่าเขาเชื่อมันในแนวทางการยกเลิก พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 เนื่องจากการทำให้อาชีพเหล่านี้เป็นสิ่งไม่ผิดกฎหมาย จะเป็นการรับรองความเป็นมนุษย์ และพูดด้วยเสียงชัดถ้อยชัดคำว่า “ยกเลิกแม่งไปเลย พ.ร.บ.ปี 39”

อีกประเด็นสำคัญที่เขากล่าวในนามพรรคคือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยต้องแก้ไขประเด็นของแรงงานในกฎหมายสูงสุดของประเทศ ไม่ให้ระบุไว้แต่แรงงานประจำ หรือแรงงานที่มีคู่สัญญาจ้าง แต่ต้องการให้แรงงานทุกแบบถูกนับรวมในกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วย

5. พรรคไทยสร้างไทย: “อย่าหลับตาข้างเดียว อุตสาหกรรมนี้ต้องอยู่บนดิน”

เบสท์ วงศ์ไพโรจน์กุล รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ผู้สมัคร สส.เขต 27 บางขุนเทียน-บางบอน คือตัวแทนพรรรคที่มาชวนสังคม ‘ลืมตา’ และยอมรับความจริงว่าอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้มีแค่พนักงานบริการ แต่ยังรวมไปถึงคนที่ทำงานเกี่ยวกับ Sex Creator, Sex Toy และสถานบริการต่างๆ ซึ่งสร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศ

เบสท์ย้ำว่าการผลักดันกฎหมายคุ้มครองพนักงานบริการเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นประเด็นที่ทำให้ตนมาร่วมพรรคไทยสร้างไทยตั้งแต่แรก แถมยังกล่าวว่าตนและหัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยืนยันสนับสนุนกฎหมายคุ้มครองพนักงานบริการกันทั้งคู่

“ก่อนผมเข้าพรรคนี้ ผมบอกว่าคุณหญิงครับ ประเด็นที่ผมจะผลักดันมีทั้งเรื่อง LGBTQ+ และ Sex Worker นะ คุณหญิงตอบว่าได้เลย มาเลย ยินดี ถ้าคุณหญิงตอบว่าไม่ได้วันนั้น วันนี้คงไม่มีผมในไทยสร้างไทย”

เบสท์ยังกล่าวถึงการแก้ไขกฎหมายว่า “พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 แต่มันปราบปรามอย่างเดียวเสียมากกว่า ไม่ได้ป้องกันหรือปกป้องพนักงานบริการทางเพศเลย” อีกทั้งยังมีประเด็นที่สังคมต้องถกเถียงกันในรายละเอียดอีกหลายเรื่องภายใต้ร่างกฎหมายคุ้มครองพนักงานบริการ เช่น เรื่องการขึ้นทะเบียนแรงงาน เป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามว่าเจะทำให้เกิดการตรีตราและเลือกปฏิบัติกับพนักงานบริการที่ต้องการจะเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่นหรือไม่

นอกจากนี้เบสท์ยังเน้นย้ำเรื่องการสร้างความเข้าใจกับสังคมวงกว้างไปพร้อมกับการผลักดันแก้ไขกฎหมาย ตัวอย่างที่ชัดเจนคือความสำเร็จของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ที่กว่าจะเดินทางจนถึงวันที่มีผลบังคับใช้ ก็ต้องผ่านการสร้างความเข้าใจ และลดอคติในสังคมเช่นกัน

“เราไม่ควรจะมองว่าอะไรพวกนี้ต้องอยู่ในมุมมืด เพราะทุกคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมล้วนเป็นคนที่ต้องทำงาน หาเลี้ยงตัวเองและคนรอบข้าง… เราไม่ได้กำลังส่งเสริมให้คนมาทำอาชีพนี้ เราแค่ต้องการรับรองและปกป้องคุ้มครองคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้เท่านั้น”

หัวข้อน่าจับตา: แต่ละพรรคจะยกมือโหวต ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ หรือไม่ในอนาคต?

ระหว่างเวทีเสวนากำลังดำเนินไป ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ ประธานมูลนิธิ SWING ผู้ดำเนินรายการได้กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ SWING และภาคประชาสังคมได้รวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อเสนอ ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ (ซึ่งมักถูกเรียกว่าร่างกฎหมายยกเลิก พ.ร.บ. ค้าประเวณี 2539)

กล่าวง่ายๆ คือร่างกฎหมายนี้ต้องการเปลี่ยนจาก "กฎหมายปราบ" ให้เป็น "กฎหมายคุ้มครอง" พนักงานบริการ เพื่อคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิสวัสดิการที่ควรได้รับในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง เช่น มีสิทธิต่อรองกับลูกค้าและนายจ้าง สามารถเรียกร้องค่าตอบแทนที่เป็นธรรมได้ ได้รับสวัสดิการดูแลสุขภาพ หรือมีกลไกรองรับคนที่อยากเลิกและไปประกอบอาชีพอื่น

ปัจจุบันร่างดังกล่าวตกค้างเนื่องจากการยุบสภา และยังรอการดึงกลับมาพิจารณาหลังการเลือกตั้ง ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ จึงย้ำถามว่าแต่ละพรรคที่มาร่วมเวทีวันนี้ ยืนยันจะโหวตสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. นี้ในอนาคตหรือไม่

และต่อไปนี้คือคำตอบของแต่ละพรรค

เพื่อไทย: “นโยบายของเรามีเรื่อง Decriminalize เป็นหัวใจหลักอยู่แล้ว เราเห็นทุกคนเท่าเทียม ยังไงเราก็ต้องเดินหน้านโยบายเรื่องนี้”

ไทยสร้างไทย: “โดยหลักการแล้ว ร่างนี้ทำเพื่อการส่งเสริมให้อาชีพผู้ค้าบริการไม่ผิดกฎหมาย ผมคิดว่าเรื่องนี้พรรคไม่ติด ไม่ว่าจะเป็นตัวผมเองหรือตัวคุณสุดารัตน์ ก่อนผมเข้าพรรคนี้ ผมบอกว่าคุณหญิงครับ ประเด็นที่ผมจะผลักดันมีทั้งเรื่อง LGBTQ+ และ Sex Worker นะ คุณหญิงตอบว่าได้เลย มาเลย แม่ยินดี ถ้าคุณหญิงตอบว่าไม่ได้ วันนี้คงไม่มีผมในไทยสร้างไทย”

ประชาธิปัตย์: “ในพรรคไม่ได้ถึงกับแตกแยกในประเด็นนี้ แต่ก็มีความคิดสองทาง ก็เลยโต้เถียงกันเต็มที่ แต่สำหรับตัวผมเอง ผมสนับสนุนครับ”

ประชาชน: “แน่นอนที่สุด เรายังคงเดินหน้าตามเส้นทางเดิมที่เคยเดินหน้าไว้แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ คือจะต้องทำให้งานบริการทางเพศไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย ยืนยันค่ะ”

เมื่อได้รับคำตอบครบทุกพรรค อ.ชลิดาภรณ์ก็กล่าวตบท้ายซึ่งเรียกเสียงถูกอกถูกใจจากประชาชนที่มาฟังเวทีสาธารณะว่า “ถ้าเช่นนี้ SWING ก็ฝากร่าง พ.ร.บ. ของเราไว้ที่มือของทั้งห้าพรรคด้วย ท่านคงจะต้องไปฝ่าฟันกับพรรคที่ไม่ได้มาวันนี้อีกมาก…วันหนึ่งพลเมืองของรัฐไทยจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรของท่าน ท่านลืม เราทวง”

บทความต้นฉบับได้ที่ : Sex Work is Work! เมื่อเวทีรูดเสากลายเป็นพื้นที่ทวงคืนสิทธิ 5 พรรคการเมืองจึงมาเล่านโยบายเรื่องพนักงานบริการ

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...