Sex Work is Work! เมื่อเวทีรูดเสากลายเป็นพื้นที่ทวงคืนสิทธิ 5 พรรคการเมืองจึงมาเล่านโยบายเรื่องพนักงานบริการ
“ทุกคนคะ พูดพร้อมกันนะคะ… Sex Work is Work! Sex Workers' rights are human rights!”
เสียงตะโกนก้องมาจากพนักงานบริการในชุดสีดำรัดรูป ผมหางม้ายาวสลวยที่สะบัดอยู่บนเวทีกลางร้านคาวบอย 2 ซอยคาวบอย นี่ไม่ใช่การแสดงโชว์รูดเสาเหมือนค่ำคืนปกติ แต่นี่คือเสียงเพรียกหาความยุติธรรมในงาน ‘การเมือง & คนกลางคืน Sex (Worker) and the City’ ที่จัดโดยมูลนิธิเพื่อนพนักงานบริการ (Swing Thailand) เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ดำเนินการสนทนาโดย ศ.ดร. ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ ประธานมูลนิธิ Swing Thailand
ท่ามกลางแสงไฟนีออนและกลิ่นอายฉูดฉาดของซอยที่ถูกจารึกเป็น ‘เขตคนบาป’ ในสายตาคนบางกลุ่ม มาวันนี้ ได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ตัวแทนจาก 5 พรรคการเมืองต้องมาเผชิญหน้าส่งเสียงถึงนโยบายเกี่ยวกับพนักงานบริการ ไปจนถึงความเห็นต่อ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 โซ่ตรวนที่ล่ามศักดิ์ศรีของพนักงานบริการไว้กับคำว่า ‘อาชญากร’ มานานเกือบ 3 ทศวรรษ
เหตุผลที่ต้องยกเรื่องนี้มาคุยกันในวันนี้ เพราะกฎหมายดังกล่าวเปลี่ยน ‘คนทำงาน’ ให้กลายเป็น ‘ผู้ทำผิด’ มานาน จนกลายเป็นอคติที่ฝังลึกในสังคม และการกำหนดให้เป็นความผิดทางอาญายังส่งผลให้พนักงานบริการทั้งหลายถูกตีตรา เข้าไม่ถึงการคุ้มครอง แม้กระทั่งในยามที่ถูกทำร้ายร่างกายหรือถูกโกงค่าจ้าง พวกเขาหลายคนก็ไม่กล้าแจ้งความเพราะกลัวโดนจับในข้อหาค้าประเวณีเสียเอง
ในสถานการณ์นี้ ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ ที่ภาคประชาชนร่วมกันล่ารายชื่อและผลักดันเข้าสภา จึงเป็นเสมือน ‘ทางออก’ เพราะหัวใจของมันคือการยกเลิกความผิดทางอาญา และเพื่อเปลี่ยนนิยามพนักงานบริการจากอาชญากรให้กลายเป็น ‘แรงงาน’ ที่ได้รับสิทธิสวัสดิการ มีความคุ้มครองความปลอดภัย และมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกับทุกอาชีพ
แล้วฝั่งการเมืองเขามองเรื่องนี้กันยังไงบ้าง? Mirror Thailand สรุปประเด็นเผ็ดๆ จาก 5 พรรคในเวทีคาวบอยมาให้แล้ว ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลวัต และพรรครวมไทยสร้างไทย
1. พรรคเพื่อไทย: “Sex Worker คือกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจท่องเที่ยว”
ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มองประเด็นเรื่อง Sex Worker เป็นเรื่องการต่อสู้กับความเหลื่อมล้ำในเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านสาธารณสุขและสวัสดิการ
และเพื่อตอบสนองประเด็นนี้ พรรคเพื่อไทยเสนอหลักการ Decriminalization หรือการลดทอนความเป็นอาชญากรรม โดยเน้นย้ำว่าพนักงานบริการต้องไม่ใช่อาชญากร
“Sex Worker ไม่ใช่อาชญากร เขาคือแรงงานที่ทำงาน คือแม่ คือพี่น้องของใครบางคน คือคนทำงานที่แบกภาระครอบครัวไว้บนบ่า เพราะฉะนั้นเราต้องให้ความสำคัญกับเขา…เราคุ้มครองแรงงานในศตวรรษที่ 21 แต่กฎหมายของเรายังอยู่ที่ปี 2539 มันต้องเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง และคุ้มครองสิทธิของผู้คนอย่างเท่าเทียมค่ะ”
ภัทร์ดารัสมิ์ยังตั้งคำถามบนเวทีว่า “Sex Worker ไม่เหมือนอาชีพอื่นยังไงคะ ในเมื่อเขาก็ทำงาน และที่สำคัญเขาทำงานหนัก คืออุตสาหกรรมหนึ่งที่ผลักดันเศรษฐกิจของเราให้เติบโต”
ก่อนจะเสนอการแก้ปัญหาเกี่ยวกับพนักงานบริการ ด้วยหลักการ 5 ท. ได้แก่ด้าน ทุน ทิศทาง ความเท่าเทียม ความทั่วถึง และธรรมาภิบาล ที่มีหัวใจอยู่ที่การลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ และมองว่าพนักงานบริการเป็นแรงงานที่ต้องการช่องทางทำมาหากิน คือแรงงานอิสระที่ต้องได้รับสวัสดิการและการคุ้มครองด้านสุขภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ส่วนในเรื่องธรรมาพิบาล พรรคเพื่อไทยเน้นย้ำการเปลี่ยนรัฐที่เน้นควบคุมมาเป็นรัฐที่ให้บริการประชาชน
“แทนที่จะควบคุมพนักงานบริการ รัฐต้องให้ความคุ้มครอง และมีการเดินหน้าสนับสนุน ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองพนักงานบริการทางเพศ เป็นหัวใจสำคัญที่เพื่อไทยทำมาก่อนหน้า และมีเจตจำนงที่จะทำต่อไปให้สำเร็จ”
2. พรรคประชาชน: “ปักธงสิทธิมนุษยชน ล้างระบบขูดรีดให้ Clean และ Lean”
ณัฐยา บุญภักดี ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และทีมบริหารรัฐบาลประชาชน
ย้ำจุดยืนเดิมตั้งแต่ยุคอนาคตใหม่ว่าประเด็นพนักงานบริการคือประเด็นสิทธิมนุษยชน และนโยบาย ‘สี่เสาหลัก’ ของพรรคก็เชื่อมโยงกับเรื่องนี้ ได้แก่เสาหลักการปฏิรูปภาครัฐให้ Clean (ปลอดคอร์รัปชัน) และ Lean (งบประมาณถึงมือประชาชนจริง) เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตแก่แรงงานทุกคนไม่เว้นแม้แต่แรงงานอกระบบหรือพนักงานบริการ
นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความต้องการจะผลักดันกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติในระยะยาว เพื่อเป็นประตูบานใหญ่ในการคืนความเท่าเทียมให้กับพนักงานบริการ และกลุ่มบุคคลต่างๆ ในสังคม
“การเลือกปฏิบัติต่อบุคคลเป็นเรื่องไม่ถูกต้องอยู่แล้วและถูกระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ (มาตรา 27: หลักความเสมอภาคและการห้ามเลือกปฏิบัติ) แต่ก็ยังขาดกฎหมายเฉพาะที่มีรายละเอียดเพียงพอ และการวางกลไก เพราะฉะนั้น ตัวกฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล เป็นทางเข้าที่สำคัญมากของหลายเรื่อง รวมถึงเรื่อง Sex Worker”
เมื่อถูกถามบนเวทีว่า Sex Woker ต้องรออีกนานไหม ณัฐยา กล่าว่าหากร่างพ.ร.บ.คุ้มครองพนักงานบริการทางเพศถูกผลักดันเข้าสภา ก็ยืนยันจะสนับสนุน รวมไปถึงเรื่องสวัสดิการต่างๆ ก็จะผลักดันทันทีหากได้เป็นรัฐบาล แต่แน่นอนว่ากฎหมายขจัดการเลือกปฏิบัติก็เป็นเรื่องใหญ่ ที่กว่าจะได้ข้อตกลงอันเป็นฉันทามติของสังคมก็คงต้องใช้เวลา
“เป็นความปวดใจของดิฉันมากๆ เมื่ออ่านนโยบายเรื่องสิทธิแรงงาน โดยที่รู้อยู่แก่ใจว่าเพื่อนที่ทำงานบริการทางเพศจะไม่ถูกนับรวมในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นความปวดใจนี้จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังในการทำงานเรื่องนี้ค่ะ”
3. พรรคประชาธิปัตย์: “พนักงานบริการไม่ใช่คนผิด คนที่รีดไถต่างหากคือคนผิด”
อิสรา สุนทรวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าในพรรคไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้กันโดยตรง และยังมีความเห็นต่างกันบ้างภายในพรรค แต่ถึงอย่างไรก็ตาม พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญเรื่องการคุ้มครองสิทธิแรงงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัท หรือแรงงานอิสระอย่างพนักงานบริการทางเพศ
จุดยืนของตัวแทนพรรคชัดเจนว่าพนักงานบริการไม่ใช่คนผิด และเสนอให้ปรับโฟกัสจากการลงโทษผู้ขายบริการ ไปเป็นการจัดการ ‘คนขูดรีด’ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่คอร์รัปต์ชัน นายจ้างที่เอารัดเอาเปรียบ ไปจนถึงจัดการกับกลุ่มค้ามนุษย์ที่บังคับให้มีการขายบริการโดยปราศจากความยินยอม
นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการสร้างมาตรฐานสัญญาจ้างแรงงานอิสระ เพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ Sex Worker ถูกรีดไถ และเป็นการคุ้มครอง
“พนักงานบริการไม่ใช่คนผิด พนักงานบริการคืออาชีพ แต่เรื่องที่ผิดคือการรีดไถข่มขู่ ไม่ว่าจะเป็นนายจ้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปจนถึงคนที่ค้ามนุษย์”
“เรื่องพนักงานบริการก็ประเด็นที่เราน่าจะทำงานร่วมกัน ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เพื่อทำให้พนักงานบริการได้รับสิทธิที่ควรจะได้รับ”
4. พรรคพลวัต: “กะหรี่ผิดตรงไหน? ในเมื่อเราทุกคนคือมนุษย์เหมือนกัน”
กัณวีร์ สืบแสง แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลวัต มาพร้อมถ้อยคำที่ฟาดกลางใจ เขาตั้งคำถามถึงความย้อนแย้งของสังคมที่ปากว่าตาขยิบ ยอมรับบริการแต่ไม่ยอมรับตัวตนคนทำ ไปจนถึงนโยบายเรือธงของพรรคพลวัตจึงเน้นไปที่การรับรองสถานะแรงงานอิสระและแรงงานนอกระบบ และการผลักดันให้เกิดการรวมกลุ่ม เพื่อให้พนักงานบริการมีอำนาจต่อรองและได้รับสิทธิสวัสดิการตามกฎหมาย
“ทำไมถึงเห็นว่าคนเหล่านี้เป็นแค่สิ่งของ และมีกฎหมายขึ้นมามากดทับมนุษย์ กะหรี่กู้ไม่ได้เหรอ กะหรี่ไม่หายใจเหรอ ถามสักคำได้ไหมว่ากะหรี่ผิดตรงไหน”
“เวลาบางคนต้องการบางอย่าง ก็เข้าไปหาพนักงานบริการ แต่เวลาที่พวกเขาถูกทำร้าย เขากลับไม่สามารถพูดได้”
กัณวีร์กล่าวว่าเขาเชื่อมันในแนวทางการยกเลิก พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539 เนื่องจากการทำให้อาชีพเหล่านี้เป็นสิ่งไม่ผิดกฎหมาย จะเป็นการรับรองความเป็นมนุษย์ และพูดด้วยเสียงชัดถ้อยชัดคำว่า “ยกเลิกแม่งไปเลย พ.ร.บ.ปี 39”
อีกประเด็นสำคัญที่เขากล่าวในนามพรรคคือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยต้องแก้ไขประเด็นของแรงงานในกฎหมายสูงสุดของประเทศ ไม่ให้ระบุไว้แต่แรงงานประจำ หรือแรงงานที่มีคู่สัญญาจ้าง แต่ต้องการให้แรงงานทุกแบบถูกนับรวมในกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วย
5. พรรคไทยสร้างไทย: “อย่าหลับตาข้างเดียว อุตสาหกรรมนี้ต้องอยู่บนดิน”
เบสท์ วงศ์ไพโรจน์กุล รองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ผู้สมัคร สส.เขต 27 บางขุนเทียน-บางบอน คือตัวแทนพรรรคที่มาชวนสังคม ‘ลืมตา’ และยอมรับความจริงว่าอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้มีแค่พนักงานบริการ แต่ยังรวมไปถึงคนที่ทำงานเกี่ยวกับ Sex Creator, Sex Toy และสถานบริการต่างๆ ซึ่งสร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศ
เบสท์ย้ำว่าการผลักดันกฎหมายคุ้มครองพนักงานบริการเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นประเด็นที่ทำให้ตนมาร่วมพรรคไทยสร้างไทยตั้งแต่แรก แถมยังกล่าวว่าตนและหัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ยืนยันสนับสนุนกฎหมายคุ้มครองพนักงานบริการกันทั้งคู่
“ก่อนผมเข้าพรรคนี้ ผมบอกว่าคุณหญิงครับ ประเด็นที่ผมจะผลักดันมีทั้งเรื่อง LGBTQ+ และ Sex Worker นะ คุณหญิงตอบว่าได้เลย มาเลย ยินดี ถ้าคุณหญิงตอบว่าไม่ได้วันนั้น วันนี้คงไม่มีผมในไทยสร้างไทย”
เบสท์ยังกล่าวถึงการแก้ไขกฎหมายว่า “พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 แต่มันปราบปรามอย่างเดียวเสียมากกว่า ไม่ได้ป้องกันหรือปกป้องพนักงานบริการทางเพศเลย” อีกทั้งยังมีประเด็นที่สังคมต้องถกเถียงกันในรายละเอียดอีกหลายเรื่องภายใต้ร่างกฎหมายคุ้มครองพนักงานบริการ เช่น เรื่องการขึ้นทะเบียนแรงงาน เป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามว่าเจะทำให้เกิดการตรีตราและเลือกปฏิบัติกับพนักงานบริการที่ต้องการจะเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่นหรือไม่
นอกจากนี้เบสท์ยังเน้นย้ำเรื่องการสร้างความเข้าใจกับสังคมวงกว้างไปพร้อมกับการผลักดันแก้ไขกฎหมาย ตัวอย่างที่ชัดเจนคือความสำเร็จของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ที่กว่าจะเดินทางจนถึงวันที่มีผลบังคับใช้ ก็ต้องผ่านการสร้างความเข้าใจ และลดอคติในสังคมเช่นกัน
“เราไม่ควรจะมองว่าอะไรพวกนี้ต้องอยู่ในมุมมืด เพราะทุกคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมล้วนเป็นคนที่ต้องทำงาน หาเลี้ยงตัวเองและคนรอบข้าง… เราไม่ได้กำลังส่งเสริมให้คนมาทำอาชีพนี้ เราแค่ต้องการรับรองและปกป้องคุ้มครองคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้เท่านั้น”
หัวข้อน่าจับตา: แต่ละพรรคจะยกมือโหวต ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ หรือไม่ในอนาคต?
ระหว่างเวทีเสวนากำลังดำเนินไป ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ ประธานมูลนิธิ SWING ผู้ดำเนินรายการได้กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ SWING และภาคประชาสังคมได้รวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อเสนอ ร่างพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ (ซึ่งมักถูกเรียกว่าร่างกฎหมายยกเลิก พ.ร.บ. ค้าประเวณี 2539)
กล่าวง่ายๆ คือร่างกฎหมายนี้ต้องการเปลี่ยนจาก "กฎหมายปราบ" ให้เป็น "กฎหมายคุ้มครอง" พนักงานบริการ เพื่อคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิสวัสดิการที่ควรได้รับในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง เช่น มีสิทธิต่อรองกับลูกค้าและนายจ้าง สามารถเรียกร้องค่าตอบแทนที่เป็นธรรมได้ ได้รับสวัสดิการดูแลสุขภาพ หรือมีกลไกรองรับคนที่อยากเลิกและไปประกอบอาชีพอื่น
ปัจจุบันร่างดังกล่าวตกค้างเนื่องจากการยุบสภา และยังรอการดึงกลับมาพิจารณาหลังการเลือกตั้ง ศ.ดร.ชลิดาภรณ์ จึงย้ำถามว่าแต่ละพรรคที่มาร่วมเวทีวันนี้ ยืนยันจะโหวตสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. นี้ในอนาคตหรือไม่
และต่อไปนี้คือคำตอบของแต่ละพรรค
เพื่อไทย: “นโยบายของเรามีเรื่อง Decriminalize เป็นหัวใจหลักอยู่แล้ว เราเห็นทุกคนเท่าเทียม ยังไงเราก็ต้องเดินหน้านโยบายเรื่องนี้”
ไทยสร้างไทย: “โดยหลักการแล้ว ร่างนี้ทำเพื่อการส่งเสริมให้อาชีพผู้ค้าบริการไม่ผิดกฎหมาย ผมคิดว่าเรื่องนี้พรรคไม่ติด ไม่ว่าจะเป็นตัวผมเองหรือตัวคุณสุดารัตน์ ก่อนผมเข้าพรรคนี้ ผมบอกว่าคุณหญิงครับ ประเด็นที่ผมจะผลักดันมีทั้งเรื่อง LGBTQ+ และ Sex Worker นะ คุณหญิงตอบว่าได้เลย มาเลย แม่ยินดี ถ้าคุณหญิงตอบว่าไม่ได้ วันนี้คงไม่มีผมในไทยสร้างไทย”
ประชาธิปัตย์: “ในพรรคไม่ได้ถึงกับแตกแยกในประเด็นนี้ แต่ก็มีความคิดสองทาง ก็เลยโต้เถียงกันเต็มที่ แต่สำหรับตัวผมเอง ผมสนับสนุนครับ”
ประชาชน: “แน่นอนที่สุด เรายังคงเดินหน้าตามเส้นทางเดิมที่เคยเดินหน้าไว้แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ คือจะต้องทำให้งานบริการทางเพศไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย ยืนยันค่ะ”
เมื่อได้รับคำตอบครบทุกพรรค อ.ชลิดาภรณ์ก็กล่าวตบท้ายซึ่งเรียกเสียงถูกอกถูกใจจากประชาชนที่มาฟังเวทีสาธารณะว่า “ถ้าเช่นนี้ SWING ก็ฝากร่าง พ.ร.บ. ของเราไว้ที่มือของทั้งห้าพรรคด้วย ท่านคงจะต้องไปฝ่าฟันกับพรรคที่ไม่ได้มาวันนี้อีกมาก…วันหนึ่งพลเมืองของรัฐไทยจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรของท่าน ท่านลืม เราทวง”
บทความต้นฉบับได้ที่ : Sex Work is Work! เมื่อเวทีรูดเสากลายเป็นพื้นที่ทวงคืนสิทธิ 5 พรรคการเมืองจึงมาเล่านโยบายเรื่องพนักงานบริการ
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com