โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เครดิตบูโร ชี้เฝ้าระวังเอสเอ็มอีรายเล็ก จุดเสี่ยงหนี้เสียพุ่งสูง แนะเพิ่มรายได้ควบคู่แก้หนี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 03.04 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 03.04 น.

เครดิตบูโร เผยสถานการณ์หนี้ครัวเรือนปี’68 ทรงตัว เหตุแบงก์ชะลอปล่อยสินเชื่อ จับตาหนี้ Stage 2 ขยับสูงขึ้น แต่ยังไม่ไหลเป็นหนี้หลังมีมาตรการปรับโครงสร้างหนี้เป็นเขื่อนกั้น ชี้เฝ้าระวังกลุ่มไมโครเอสเอ็มอี-รายเล็ก เสี่ยงหนี้เสียงพุ่งสูง แนะแก้หนี้ไม่พอ ต้องเร่งสร้างรายได้ควบคู่

ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (NCB) กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์หนี้ครัวเรือนในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2567 พบว่ามูลค่าหนี้ครัวเรือนของไทยมีการเติบโตขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยมูลค่าหนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่ถึง 1% ซึ่งสอดคล้องกับสภาวะที่สถาบันการเงินหรือธนาคารต่าง ๆ มีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ทำให้ภาพรวมของสินเชื่อไม่ขยายตัว

อย่างไรก็ตาม แม้มูลค่าหนี้ครัวเรือนจะทรงตัว แต่สถานการณ์ของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) กลับมีทิศทางขาขึ้นอย่างชัดเจน โดยสัดส่วนเอ็นพีแอลของหนี้ครัวเรือนที่ค้างชำระเกิน 90 วันในปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 9.6% ถือเป็นระดับที่สูงกว่าปีที่ผ่านมาที่อยู่ประมาณ 9% ต้น ๆ

“หากพิจารณาจากข้อมูลจะพบว่ากราฟของเอ็นพีแอลยังคงมีลักษณะไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ใช่การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงแบบชันมาก แต่ก็เป็นการเพิ่มขึ้นทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอ ในขณะที่กราฟของหนี้ครัวเรือนในภาพรวมของประเทศมีลักษณะเป็นเหมือน “ที่ราบสูง” คือไม่มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี เครดิตบูโรกำลังอยู่ในระหว่างการจัดทำข้อมูลเชิงลึกแยกตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จและเห็นรายละเอียดที่ชัดเจนขึ้นภายใน 1 สัปดาห์หลังจากนี้”

ขณะเดียวกัน ประเด็นที่น่ากังวล คือ กลุ่มหนี้ที่เรียกว่า สินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM หรือ Stage 2) ซึ่งในภาพรวมเริ่มเห็นสัญญาณการขยับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ดี หากพิจารณาการไหลเป็นหนี้เสียจากกลุ่ม SM มากน้อยขนาดใดนั้น อาจจะทำได้ยาก เนื่องจากมีมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งเป็นเหมือน “เขื่อนกั้น” ที่เข้ามาช่วยตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่สนับสนุนให้สถาบันการเงินเร่งปรับโครงสร้างหนี้ทันทีที่เริ่มเห็นสัญญาณไม่ดี เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหนี้กลายเป็นหนี้เสียหรือเอ็นพีแอล

“แต่ถึงแม้จะมีมาตรการช่วยเหลือ เส้นกราฟเอ็นพีแอลยังคงไต่ระดับขึ้นอยู่ดี สะท้อนให้เห็นว่าในบางกรณี ปริมาณหนี้เสียอาจมีมากจนทะลัก “เขื่อน” ที่กั้นไว้ นอกจากนี้ยังมีปรากฏการณ์ที่ลูกหนี้บางรายแม้จะผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังกลับมามีปัญหาซ้ำจนต้องปรับโครงสร้างหนี้ใหม่เป็นรอบที่ 2 หรือ 3 ซึ่งสถาบันการเงินแต่ละแห่งจะเห็นภาพลูกหนี้กลุ่มนี้ชัดเจนกว่าข้อมูลในภาพรวมขนาดใหญ่ของเครดิตบูโร”

สำหรับสถานการณ์หนี้ครัวเรือนในปี 2569 คาดการณ์น่าจะใกล้เคียงเดิม โดยหนี้ครัวเรือนจะไม่ได้พุ่งสูงขึ้นมาก ส่วนหนึ่งมาจากสถาบันการเงินยังคงระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ อย่างไรก็ดี คุณภาพหนี้เอ็นพีแอลอาจจะเห็นการปรับเพิ่มขึ้นต่อ หากเศรษฐกิจไทยเติบโตได้มากกว่าการเพิ่มขึ้นของหนี้ สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพี อาจจะดูดีขึ้นหรือลดลงในเชิงตัวเลข แต่ในชีวิตจริง ประชาชนยังคงต้องพึ่งพาสินเชื่อส่วนบุคคลในระดับที่สูงมาก เพราะรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ

ทั้งนี้ จุดที่น่ากังวลที่สุดคือกลุ่ม คือ สินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะ ซึ่งสะท้อนถึงเครื่องมือทำมาหากินของประชาชน หากกลุ่มนี้มีปัญหาเอ็นพีแอลสูง จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการหารายได้ และเมื่อระบบธนาคารมีความเข้มงวดมากขึ้น มีความกังวลว่าลูกหนี้ที่เคยอยู่ในระบบจะไหลออกสู่หนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นส่วนที่มองไม่เห็นข้อมูล (Invisible) และมีอัตราดอกเบี้ยที่แพงมากจนซ้ำเติมชีวิตผู้คน

นอกจากนี้ ในกลุ่มภาคธุรกิจ โดยเฉพาะเอ็นพีแอลในกลุ่ม Micro-SME และกลุ่ม Small SME ยังคงมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นและเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ต่างจากกลุ่มธุรกิจขนาดกลาง และขนาดใหญ่ที่สถานการณ์เอ็นพีแอลยังคงทรงตัว แต่สำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ สิ่งที่ต้องติดตามเพิ่มคือสภาวะในตลาดหนี้ (Bond Market) แทน

“การแก้ปัญหาหนี้ภายใต้โครงการ ”ปิดหนี้ไว ไปต่อได้“ ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม เป็นความตั้งใจที่ดีในการช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีศักยภาพสามารถเข้าโครงการได้ราว 3 ล้านราย และมีความตั้งใจที่จะขยายผลไปยังกลุ่ม Non-bank ในอนาคตเพื่อให้ครอบคลุมลูกหนี้มากขึ้น อย่างไรก็ดี มองว่าการแก้หนี้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องมีการ “เติมเงิน” หรือเพิ่มรายได้ควบคู่ไปด้วย ซึ่งรายได้ของประชาชนจะกลับมาได้นั้นต้องพึ่งพาการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคการเกษตรและการท่องเที่ยวที่ต้องเร่งผลักดัน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เครดิตบูโร ชี้เฝ้าระวังเอสเอ็มอีรายเล็ก จุดเสี่ยงหนี้เสียพุ่งสูง แนะเพิ่มรายได้ควบคู่แก้หนี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...