”เอกนิติ“หาเสียงตลาดสามย่าน ช่วย “ส้ม-พัชรินทร์” ปลื้มกระแสตอบรับดี ปชช.รอคนละครึ่งพลัส
ที่ตลาดสามย่าน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะดรีมทีมเศรษฐกิจ พร้อมด้วยแกนนำพรรคภูมิใจไทย อาทิ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รวมทั้งกลุ่ม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก นายอนุชา บูรพชัยศรี และนางสาวศศิธร กิตติธรกุล ลงพื้นที่หาเสียงช่วย นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 2 พรรคภูมิใจไทย
ทันทีที่ นายเอกนิติ มาถึงตลาดสามย่าน ได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้า และผู้ที่มาจับจ่ายใช้สอย โดยเรื่องหลักที่ประชาชนได้เรียกร้องคือ นโยบายคนละครึ่งพลัสเฟสสอง ที่ต้องการให้กลับมาอีกครั้ง พร้อมสอบถามด้วยว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับมาเป็นแกนนำรัฐบาลอีกครั้ง โครงการคนละครึ่งพลัสจะเดินหน้าต่อหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีแม่ค้าได้ชูป้ายโครงการคนละครึ่งพลัส พร้อมกล่าวว่า ที่ร้านได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส และถ้าหากมีเฟสสอง ก็จะกลับมาเข้าร่วมด้วย นายเอกนิติ ได้พูดคุยกับแม่ค้าด้วยว่า คนละครึ่งเฟสสองมาแน่นอนถ้าพรรคภูมิใจไทยได้กลับมาเป็นรัฐบาล
จากนั้น นายเอกนิติ เผยว่า กระแสตอบรับค่อนข้างดี จริงๆ นอกจากมาเยี่ยมประชาชนแล้วยังได้รับฟังความคิดเห็นด้วย ถือว่าได้คอมเม้นต์ที่ดีๆ หลายอย่าง หลายคนก็รอคนละครึ่งพลัส ซึ่งตลาดสามย่านก็คึกคักตอนที่มีคนละครึ่งพลัสมาก ก็บอกหลายคนว่าอย่าเพิ่งเก็บป้าย ถือว่าได้รับความคิดเห็นที่ดี หากมีโอกาสได้กลับมาเป็นรัฐบาลก็ต้องออกแบบนโยบายให้มีความต่อเนื่อง จริงๆ นโยบายของพรรคก็เห็นอยู่แล้วว่าเราจะเอาโครงการบัตรสวัสดิการพลัส มารวมในคนละครึ่งพลัส ซึ่งจะทำให้มีความต่อเนื่อง และเป็นนโยบายในส่วนของไทยแลนด์พลัสอยู่แล้ว จะสามารถทำให้คึกคักได้ต่อเนื่อง คนมาซื้อต่อเนื่อง ตนคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ได้มาฟังความคิดเห็นในเรื่องของการลงทะเบียน โดยครั้งที่แล้วเราก็หยุดใช้มานาน จึงต้องลงทะเบียนใหม่ แต่ตนเชื่อว่าครั้งต่อไปหากมีโอกาสโครงการคนละครึ่งพลัสก็จะง่ายขึ้นเยอะ เพราะคนส่วนใหญ่ก็ลงทะเบียนไว้แล้ว
เมื่อถามว่า ประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ เกิดจากการลงทะเบียนไม่ทันใช่หรือไม่ นายเอกนิติ เผยว่า ก็มีส่วนทั้งที่ลงทะเบียนไม่ทัน เพราะครั้งที่แล้วเวลามันสั้น เข้ามาก็มีเวลาแค่ 2 เดือนครึ่ง ก่อนที่จะยุบสภา มีเวลาค่อนข้างน้อย แต่ก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี ร้านค้าตอบรับค่อนข้างมาก
ขณะที่เดินพบปะประชาชนมีการสะท้อนถึงปัญหาด้านเศรษฐกิจเรื่องอะไรบ้าง นายเอกนิติ ระบุว่า สิ่งหนึ่งที่คิดว่าเขาอยากให้กลับมา เพราะอยากได้รับความเชื่อมั่น เศรษฐกิจก็ค่อนข้างคึกคัก ซึ่งตนก็ดีใจที่ประชาชนให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย
ส่วนกรณีการลงพื้นที่ตามตลาดหลายแห่งแล้วประชาชนมีการเรียกร้องให้กลับมาทำโครงการคนละครึ่งพลัสนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า ต้องบอกว่าเป็นจุดที่ทุกคนจำพรรคภูมิใจไทยได้ค่อนข้างดี โดยคำว่าคนละครึ่งพลัส ซึ่งจริงจริงในพรรคภูมิใจไทยเรามีนโยบายอีกเยอะ ไม่ใช่แค่คนละครึ่งพลัสอย่างเดียว แต่เรายังมีบัตรสวัสดิการพลัส สำหรับคนที่มีมีรายได้น้อยก็ไม่ต้องจ่ายคนละครึ่ง ซึ่งเมื่อนำมารวมกันก็จะยิ่งง่ายขึ้น โดยผู้จะได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการก็จะสามารถนำมาใช้กับร้านค้าคนละครึ่งได้ด้วย ไม่ต้องไปใช้จ่ายแค่ร้านธงฟ้าอย่างเดียว และสะดวกขึ้น ร้านค้าต่างๆก็จะสามารถขายได้ตลอดโดยที่ไม่จำเป็นต้องรอเป็นช่วงๆ นี่คือความตั้งใจ และที่สำคัญก็พยายามบอกกับทุกคนว่าโครงการคนละครึ่งพลัส เรามีการสอนทักษะให้สามารถขายออนไลน์ได้ด้วย ก็จะช่วยให้ขายของได้มากขึ้นที่ไม่ใช่แค่ขายในตลาด แต่สามารถขายผ่านออนไลน์ได้ และจากการลงพื้นที่วันนี้ก็เจอร้านค้าที่มีมีคนมาต่อคิวจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นไรเดอร์ นั่นคือตัวอย่างของการเรามีคำว่าพลัสในคนละครึ่ง คือการที่เราเพิ่มทักษะให้เค้าขายของออนไลน์เป็น ขายได้มากขึ้น
เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับนโยบายประชานิยมของบางพรรคการเมืองที่ออกมาในช่วงโค้งสุดท้าย จะกระทบกับระบบโครงสร้างเศรษฐกิจหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยคิดนโยบายเศรษฐกิจออกมาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงวินัยการเงินการคลัง และจะพยายามไม่ออกนโยบายที่จะส่งผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลัง และระบบเศรษฐกิจของประเทศ นโยบายประชานิยมอาจจะได้เสียงของประชาชน แต่ไม่มีความรับผิดชอบ ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยเป็นนโยบายที่ทำได้ คิดถึงความคุ้มค่า และเกิดประโยชน์กับประชาชนจริงๆ โดยพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่เสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ใช้งบประมาณน้อยที่สุด เน้นการเพิ่มทักษะ
ส่วนการออกนโยบายประชานิยมในช่วงโค้งสุดท้ายจะทำให้ชนะใจประชาชนได้หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า เสียงตอบรับของพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมา จากประสิทธิภาพการทำนโยบายค่อนข้างชัดเจนมาก ตรงกลุ่มเป้าหมาย และตรงใจกับพ่อค้าแม่ค้า ตนเชื่อว่านโยบายนี้ จะเป็นการตอบโจทย์พ่อค้าแม่ค้าได้ดีที่สุด เพราะสิ่งที่ได้ตอบรับมาคือชอบนโยบายนี้และอยากให้กลับมาอีก
ส่วนการใช้เงินงบประมาณ 3,200 ล้านบาท กับ 1 นโยบายคุ้มค่าหรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า ในหนึ่งนโยบายมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ของพรรคอื่นตนไม่อยากจะไปออกความเห็น แต่ของภูมิใจไทยเราคิดถึงความคุ้มค่า เพราะงบประมาณคือเงินภาษีของประชาชนดังนั้นเราต้องใช้ให้คุ้มค่า และให้เกิดประโยชน์ ฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน
ขณะที่นักวิชาการออกความเห็นประชานิยมสุดโต่งทำให้โครงเศรษฐกิจวิบัติ นายเอกนิติ กล่าวว่า ขอไม่ออกความเห็นพรรคอื่น แต่ที่สำคัญพรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่า ทำให้เศรษฐกิจฟื้นได้ และทำให้คนไทยเก่งขึ้น เศรษฐกิจแข็งแกร่ง และนอกจากนี้ยังมีนโยบายอื่นๆ ทั้งดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศซึ่งจะทำให้เงินสะพัดในเมืองไทย เพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศแข่งขันได้ในระดับโลก