AI จีนเขย่าฮอลลีวูด “Seedance 2.0” สร้างหนังคุณภาพจากคำสั่งไม่กี่บรรทัด
โมเดล AI จีนเขย่าฮอลลีวูด “Seedance 2.0” สร้างหนังคุณภาพโรงจากคำสั่งไม่กี่บรรทัด จุดชนวนคำถามใหญ่ต่ออุตสาหกรรมสร้างสรรค์
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 05.54 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ตัวใหม่จากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง ByteDance เจ้าของ TikTok กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วฮอลลีวูด ไม่ใช่เพียงเพราะความสามารถอันก้าวล้ำ แต่เพราะนัยสำคัญต่ออนาคตของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และงานสร้างสรรค์ทั่วโลก
โมเดลที่มีชื่อว่า Seedance 2.0 สามารถสร้างวิดีโอคุณภาพระดับภาพยนตร์ พร้อมเสียงประกอบและบทสนทนา จากเพียงคำสั่งเป็นตัวอักษรสั้น ๆ ไม่กี่บรรทัด คลิปจำนวนมากที่ระบุว่าใช้ Seedance สร้างขึ้น และมีตัวละครดังอย่าง Spider-Man หรือ Deadpool กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว
สตูดิโอรายใหญ่อย่าง Disney และ Paramount รีบออกมาแสดงความกังวล พร้อมกล่าวหาว่า ByteDance ละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ประเด็นที่อุตสาหกรรมกังวลนั้นลึกกว่าปัญหาทางกฎหมาย
Seedance คืออะไร และทำไมจึงเป็นที่จับตา
Seedance เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2568 โดยไม่หวือหวามากนัก แต่เวอร์ชันที่สองซึ่งเปิดตัวหลังจากนั้นราว 8 เดือน กลับสร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรง
ผู้เชี่ยวชาญด้านงานสร้างสรรค์จากสตูดิโอ Videostate ระบุว่า เป็นครั้งแรกที่เขามองผลงานจาก AI แล้วรู้สึกว่า “ดูเหมือนหลุดออกมาจากกระบวนการผลิตภาพยนตร์จริง ๆ”
แม้โมเดลฝั่งตะวันตกอย่าง Midjourney หรือ Sora ของ OpenAI จะพัฒนาไปไกลในการสร้างภาพและวิดีโอจากคำสั่ง แต่ Seedance ดูเหมือนจะเชื่อมข้อความ ภาพ และเสียง เข้าไว้ในระบบเดียวได้อย่างลงตัว
หนึ่งในตัวชี้วัดความก้าวหน้าของ AI วิดีโอในช่วงหลัง คือความสามารถในการสร้างคลิป “Will Smith กินสปาเกตตี” ซึ่ง Seedance ทำได้สมจริงอย่างมาก และยังต่อยอดเป็นฉากแอ็กชันต่อสู้กับมอนสเตอร์สปาเกตตีในสไตล์หนังฟอร์มยักษ์
ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมองว่า Seedance คือก้าวใหม่ของเทคโนโลยีสร้างวิดีโอด้วย AI โดยเฉพาะฉากแอ็กชันที่ดูสมจริงกว่าคู่แข่ง ราวกับมีผู้กำกับภาพหรือช่างภาพมืออาชีพช่วยควบคุมงาน
โอกาสมหาศาล vs. ความเสี่ยงด้านลิขสิทธิ์
Seedance เผชิญแรงต้านจากปัญหาลิขสิทธิ์อย่างรวดเร็ว หลังมีคลิปใช้ตัวละครที่มีเจ้าของสิทธิ์ชัดเจน เช่น Spider-Man, Darth Vader และตัวละครอนิเมะชื่อดัง
ด้าน Disney และ Paramount ส่งหนังสือสั่งหยุดใช้ (cease and desist) ไปยัง ByteDance ขณะที่ญี่ปุ่นเริ่มตรวจสอบกรณีวิดีโออนิเมะที่สร้างด้วย AI
ByteDance ระบุว่ากำลังเสริมมาตรการป้องกัน แต่กรณีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ในโลก AI
ก่อนหน้านี้ New York Times ฟ้อง OpenAI และ Microsoft, Reddit ฟ้อง Perplexity และ Disney เคยตั้งคำถามกับ Google ในลักษณะเดียวกัน
นักวิจัยด้านจริยธรรม AI ชี้ว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่วิดีโอที่สวยขึ้น แต่คือระบบจัดการลิขสิทธิ์ การจ่ายค่าตอบแทน และกลไกให้เจ้าของผลงานสามารถโต้แย้งการนำไปใช้ได้
ตัวอย่างเช่น Disney ลงนามข้อตกลงมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์กับ OpenAI เพื่ออนุญาตให้ใช้ตัวละครจาก Star Wars, Pixar และ Marvel อย่างถูกต้อง
นักวิชาการบางรายมองว่า ByteDance อาจยอมเสี่ยงฝ่ากติกา เพื่อสร้างกระแสและการยอมรับในตลาดก่อน
โอกาสของผู้เล่นรายเล็ก
แม้ค่ายใหญ่กังวล แต่สำหรับสตูดิโอขนาดเล็ก Seedance กลับเป็นโอกาสสำคัญ
ผู้บริหารสตูดิโอแอนิเมชันในสิงคโปร์ชี้ว่า AI ระดับนี้จะช่วยให้บริษัทเล็กสามารถสร้างหนังที่ปกติใช้งบสูงเกินเอื้อมได้
ในตลาดเอเชีย วิดีโอสั้นและไมโครดราม่ามักใช้งบประมาณจำกัด ทำให้ต้องเน้นแนวรักหรือครอบครัวที่ไม่ต้องใช้เอฟเฟกต์มาก แต่ AI อาจเปิดทางให้ขยายไปสู่ไซไฟ ดราม่าย้อนยุค และแอ็กชันได้
จีนกำลังเร่งเครื่อง AI แซงตะวันตกหรือไม่
Seedance ตอกย้ำบทบาทของจีนในเวที AI โลก หลังปีที่แล้วโมเดล DeepSeek สร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยต้นทุนต่ำและยอดดาวน์โหลดสูง
ตลอดปีที่ผ่านมา จีนวาง AI และหุ่นยนต์เป็นแกนหลักของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ลงทุนหนักด้านชิปขั้นสูง ระบบอัตโนมัติ และ Generative AI เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ
นักวิเคราะห์คาดว่า ปี 2569 อาจเป็นจุดเปลี่ยนของการใช้งาน AI ในวงกว้างของจีน ไม่เพียงแชตบอต แต่รวมถึง AI เอเจนต์ที่ทำธุรกรรม เขียนโค้ด และสร้างวิดีโอเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน
อ้างอิง : bbc.com