โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ภูมิใจไทย” กวาด 194 ที่นั่ง - “ประชาชน-เพื่อไทย” จับมือกันปิ๋ว ไปไม่ถึงฝัน

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 03.06 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(9 ก.พ. 69) กลายเป็น 1 ในมหกรรมหักปากกาเซียนครั้งใหญ่ กับการเลือกตั้งทั่วไป 8 ก.พ. 2569 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ผลโพลหลายสำนัก รวมถึงการวิเคราะห์ของเหล่ากูรูการเมือง ให้น้ำหนักกับ 3 พรรคหลักในการเลือกตั้งครั้ง คือ ประชาชน เพื่อไทย และภูมิใจไทย น่าจะมีผลการเลือกตั้งออกมาสูสีกัน ทิ้งหากไม่มากนัก

.

แต่แล้วต้องอ้าปากค้างกับผลคะแนนที่ทยอยออกมาตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ ที่พรรคภูมิใจไทยนำโด่งแบบไม่ทิ้งฝุ่น โดยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเช้านี้ นับคะแนนแล้ว 92.83% พบว่าพรรคภูมิใจไทยได้ที่นั่งทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อไปสูงถึง 194 ที่นั่ง เพิ่มขึ้นถึง 123 ที่นั่ง ส่วนพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยก็พยายามรักษาพื้นที่เดิมกันอย่างหืดจับ แต่ไม่เป็นผล ได้เก้าอี้ไปแค่ 116 และ 76 ที่นั่งตามลำดับ

.

เมื่อเจาะดูที่ผลคะแนนป๊อปปูลาร์โหวต หรือคะแนนเลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พบว่าพรรคภูมิใจไทยได้เพิ่มมาถึง 4 ล้านกว่าเสียง จาก 1.1 ล้าน เพิ่มกระโดดเป็น 5.9 ล้าน ส่วนพรรคประชาชนจากเดิมมี 14 ล้านเสียง ลดลงไปเหลือแค่ 9.7 ล้าน ขณะที่เพื่อไทยเจ็บหนัก จากอดีตพรรคแลนด์สไลด์ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้คะแนนบัญชีรายชื่อไปแค่ 5.1 ล้านเสียง น้อยกว่าปี 2566 ที่ได้ไป 10.9 ล้านเสียงเกือบครึ่ง!

.

ความช้ำของเพื่อไทยนอกจากเรื่องคะแนนแล้ว พื้นที่อีสานกับเหนือที่เคยเป็นฐานที่มั่นขุมกำลังสำคัญของพรรคก็ถูกตีแตกกระจุยหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.เชียงใหม่ อดีตเมืองหลวงคนเสื้อแดง รากฐานสำคัญของตระกูล “ชินวัตร” มาคราวนี้ สส.พรรคแดงกลับไม่ได้สักเก้าอี้ ไม่เพียงแต่เสียให้คู่แข่งทางอุดมการณ์อย่างพรรคส้ม แต่เจอพรรคน้องใหม่หน้าคุ้น อย่างพรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เข้ามาแชร์ส่วนแบ่งด้วย

.

พรรคกล้าธรรมเองก็เป็นที่น่าจับตา จาก 20 เสียงที่แตกออกมาจากพรรคพลังประชารัฐในวันนั้น มาวันนี้กวาดไปเหนาะ 55 เขต กับอีก 2 บัญชีรายชื่อ รวม 57 เสียง ขึ้นแท่นเป็น Kingmaker ของการจัดตั้งรัฐบาลทันที

.

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ที่พยายามพลิกฟื้น Good Old Days ช่วงเวลาดีๆ อันแสนหวานในอดีต ด้วยการกลับมาของอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เหมือนกระแสจะมาแรง แต่สุดท้ายได้ สส.เขตลดลงจาก 22 เขต เหลือแค่ 10 เขต แม้จะได้คะแนนบัญชีรายชื่อเพิ่มจาก 9.2 แสนคะแนนในปี 2566 เป็น 3.6 ล้านในปีนี้ แต่จำนวน สส.รวม 2 ระบบก็มีเพียง 22 ที่นั่ง น้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนถึง 3 ที่นั่ง

.

และสำหรับผลประชามติแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ฝ่ายเห็นชอบชนะไปด้วยคะแนนเสียง 19,857,202 เสียง ขณะที่ฝ่ายไม่เห็นชอบมีสัดส่วนเกินครึ่งที่ 10,486,451 เสียง

.

ขณะเดียวกันอีกเรื่องที่น่ากังวลมากคือการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในปีนี้ ลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย จากยอดผู้ออกมาใช้สิทธิ 39,514,973 คน คิดเป็น 75.71% เมื่อปี 2566 ในปีนี้ตัวเลขล่าสุดที่มีการรายงานขณะที่ยังนับคะแนนไม่จบ อยู่ที่ราว 34 ล้านคน หรือ 64.90% เท่านั้น ซึ่งนี่เป็นอีกปัญหาใหญ่ที่ฝ่ายการเมือง รวมถึงองค์กรอิสระที่มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งอย่าง กกต. ต้องหาคำตอบว่าเป็นเพราะอะไรแน่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...