โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รัฐคุมเข้มโรงงาน ปล่อยฝุ่น PM2.5 เพื่อสุขภาพประชาชน

สวพ.FM91

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 09.53 น.

วันที่ 26 มกราคม 2569 นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า จากมาตรการที่รัฐบาลได้กำหนดและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแล พัฒนากลไกในการป้องกัน ควบคุม และติดตามกำกับ ตรวจสอบแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 ทุกชนิดทั้งภาคเกษตรกรรม คมนาคม และอุตสาหกรรม ทุกหน่วยงานได้ดำเนินงานติดตาม กำกับอย่างเข้มงวดและจริงจัง โดยในส่วนของภาคอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการทั้งมาตรการตรวจบังคับใช้กฎหมาย การสนับสนุนและส่งเสริม การยกระดับกฎหมาย การควบคุมฝุ่นละอองเข้มงวด และมาตรการการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีโรงงานหลายประเภทที่ระบายฝุ่นละอองออกสู่บรรยากาศและเป็นแหล่งปล่อย PM2.5 ที่สำคัญ

นายสุรินทร์ กล่าวว่า มาตรการตรวจบังคับใช้กฎหมาย : คพ. ได้เข้าตรวจสอบการระบายฝุ่นละอองจากปล่องโรงงานเพื่อเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เช่น การตรวจโรงงานปูนซีเมนต์ และโรงงานปูนขาวในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ตรวจโรงงานผลิตน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล พร้อมให้คำแนะนำ และทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ เพื่อลดการปล่อยมลพิษอย่างมีประสิทธิภาพ โดยตั้งเป้าตรวจแนะนำครอบคลุมโรงงานผลิตน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลรวม 58 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมยังมีแผนตรวจโรงงานเชิงรุก โดยในปี 2568/2569 มีการตรวจโรงงานในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และ 17 จังหวัดภาคเหนือ แล้วทั้งสิ้น 519 โรง และมีการสั่งการ 14 โรง
มาตรการสนับสนุนและส่งเสริม : รัฐบาลสนับสนุนและส่งเสริมให้โรงงานอุตสาหกรรมใช้เชื้อเพลิงจากเศษวัสดุการเกษตร เช่น การส่งเสริมโรงไฟฟ้าใช้เชื้อเพลิงชีวมวลจากเศษวัสดุทางการเกษตร โรงงานน้ำตาลรับซื้ออ้อยสดและใช้เชื้อเพลิงจากชานอ้อยเพื่อลดการเผา เป็นต้น

มาตรการยกระดับกฎหมาย : กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดทำร่างกฎหมายกำหนดให้โรงงานติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดมลพิษแบบอัตโนมัติที่ปล่องระบายมลพิษ (CEMS): เพื่อเป็นเครื่องมือในการเฝ้าระวังมลพิษและติดตามตรวจสอบการระบายมลพิษทางอากาศจากปล่องแบบ Real time ซึ่งสามารถติดตามการระบายมลพิษทางอากาศจากปล่องโรงงานได้ตลอดเวลา โดยบังคับใช้กับโรงงานที่มีการระบายมลพิษสูงทั่วประเทศ ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดให้โรงงาน 11 หน่วยการผลิต ต้องติดตั้ง CEMs ปัจจุบันมีโรงงานทั่วประเทศที่ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบและเชื่อมข้อมูลแล้ว 405 โรงงาน รวม 823 ปล่อง และจะเพิ่มโรงงานในพื้นที่กรุงเทพฯ อีก 148 ปล่อง โดยพารามิเตอร์พื้นฐานที่กำหนดให้มีการตรวจวัดได้แก่ ฝุ่นละอองรวม (TSP) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และ ไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) เป็นต้น

มาตรการควบคุมฝุ่นละอองเข้มงวดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร : กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดทำร่างค่ามาตรฐานปล่องระบายหม้อน้ำและหม้อต้ม ซึ่งจะบังคับใช้กับโรงงานจำพวกที่ 3 ที่มีการใช้หม้อน้ำและหม้อต้มในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยกระดับค่ามาตรฐาน TSP SO2 และ NOx ที่ระบายออกจากปล่องหม้อน้ำและหม้อต้มของโรงงานที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าฝุ่นละอองจากปล่องที่มีการใช้เชื้อเพลิงแข็งและเชื้อเพลิงเหลวจะปรับลดค่ามาตรฐานจากเดิมที่กำหนดไว้ 320 และ 240 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มก./ลบ.ม.) เป็น 90 มก./ลบ.ม. ส่วนเชื้อเพลิงก๊าซปรับลดค่าจากเดิม 320 มก./ลบ.ม. เป็น 60 มก./ลบ.ม. เป็นต้น

นอกจากนี้กรุงเทพมหานครมีแผนจะปรับปรุงมาตรฐานค่าความทึบแสงของเขม่าควันจากปล่องให้เข้มงวดมากขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่ง คพ. ได้สนับสนุนพร้อมทั้งอบรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการตรวจวัดค่าความทึบแสงของเขม่าควันด้วยสายตาเพื่อใช้ตรวจวัดปล่องโรงงาน เตาเผา และแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ทั้ง 50 เขตเพื่อเตรียมความพร้อมให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตการการมีส่วนร่วม : ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนโรงงานที่มีการระบายมลพิษสูงอันจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยแจ้งสายด่วนกรมควบคุมมลพิษ 1650 สายด่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรม 1564 รวมทั้งช่องทางออนไลน์ของกรุงเทพมหานครผ่านแอปพลิเคชันไลน์ Traffy Fondue และสายด่วนอื่นๆ เป็นต้น

นายสุรินทร์ กล่าวเน้นย้ำ รัฐบาลมีทั้งมาตรการส่งเสริม และการบังคับใช้กฎหมาย ในการควบคุมแหล่งกำเนิด ฝุ่น PM2.5 ทั้งภาคเกษตรกรรม คมนาคม และอุตสาหกรรม อย่างเท่าเทียม เพื่อมุ่งหวังในการป้องกันสุขภาพของประชาชนเป็นหลัก รวมทั้งเศรษฐกิจและสังคมที่ดี ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...