เส้นทาง ‘โตชิบา’ ชิงเบอร์ 1 เครื่องใช้ไฟฟ้าอาเซียนปี’71
ในปี 2569 นี้ “โตชิบา” ยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเดิมพันครั้งสำคัญ ด้วยการทุ่มงบฯการตลาดสูงเป็นประวัติการณ์ เพื่อเดินแผนชิงส่วนแบ่งตลาดและสร้างการเติบโต 30% สูงสุดในรอบ 57 ปี พร้อมก้าวขึ้นแท่นเบอร์ 1 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยและอาเซียนภายในปี 2571
“เสาวณีย์ สิราริยกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด กล่าวว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย ไม่รวมทีวี มีแนวโน้มกลับมาเติบโตอีกครั้ง ในระดับ 3-4% ด้วยแรงหนุนหลักจากกลุ่มทำความเย็นอย่าง เครื่องปรับอากาศ, พัดลม ฯลฯ ซึ่งจะมีดีมานด์สูงจากสภาพอากาศที่กลับมาร้อนจัดอีกครั้ง
เช่นเดียวกับฐานเปรียบเทียบที่ต่ำหลังปี 2568 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยไม่รวมทีวีมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 70,000 ล้านบาท ลดลงจากปี 2567 ประมาณ 7.1% มีสาเหตุหลักจากการหดตัวของยอดขายเครื่องปรับอากาศ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เป็นใจ
อย่างไรก็ตาม ในปี 2568 โตชิบา ไทยแลนด์ สามารถเติบโตสวนทางกับตลาดโดยรายได้เติบโตถึง 22% หลังผู้บริโภคให้การตอบรับสินค้าพรีเมี่ยม โดยเฉพาะตู้เย็นมัลติดอร์ซึ่งเติบโตถึง 60% เครื่องซักผ้าฝาหน้าเพิ่มขึ้น 61% หม้อหุงข้าวเพิ่มขึ้น 11% ไมโครเวฟเพิ่มขึ้น 17% พัดลมเพิ่มขึ้น 166% และเครื่องทำน้ำอุ่นเพิ่มขึ้น 60%
นอกจากนี้ยังเป็นปีที่บริษัทสามารถทำยอดขายรวมได้สูงถึง 2.4 ล้านเครื่องอีกด้วย รวมถึงยังรักษาอัตราเติบโตต่อปีแบบทบต้น หรือ CAGR ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยเติบโตเฉลี่ย 16% ตัวเลขนี้สะท้อนความแข็งแกร่งของกลยุทธ์สร้างแบรนด์, พอร์ตโฟลิโอสินค้า และการทำตลาดที่พัฒนาให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคไทยได้ชัดเจน
ลั่นเบอร์ 1 ไทย-อาเซียนใน 3 ปี
จากความสำเร็จดังกล่าว ในปี 2569 นี้ โตชิบาเตรียมยกระดับกลยุทธ์สร้างแบรนด์, พอร์ตโฟลิโอสินค้า และการทำตลาดขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการทุ่มงบฯการตลาดสูงเป็นประวัติการณ์ พร้อมเป้าการเติบโตสูงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ เช่นเดียวกับการชิงเบอร์ 1 ทั้งในไทยและอาเซียน
“เสาวณีย์” อธิบายว่า ปี’69 นี้จะเดินหน้าแผนขยายผลิตภัณฑ์ทั้งในเชิงกว้างด้วยการเพิ่มกลุ่มสินค้าประเภทใหม่ ๆ และเชิงลึกอย่างขยายไลน์อัพในกลุ่มสินค้าเดิม โดยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี, ดีไซน์, ขนาด และความหลากหลาย พร้อมสื่อสารสร้างแบรนด์ให้เด็กลง และเจาะกลุ่มตลาดพรีเมี่ยมมากขึ้น
รวมถึงเสริมแกร่งการจัดจำหน่ายและการให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ ณ จุดขาย ด้วยการเพิ่มช่องทางการจำหน่าย, พัฒนา-ปรับโฉมหน้าร้านค้าใหม่ให้ทันสมัย, เพิ่มพนักงานขาย ฯลฯ เพื่อนำสินค้ากว่า 300 SKUs ผ่าน 2,000 ร้านค้าไปถึงผู้บริโภค เช่นเดียวกับการสื่อสารโฟกัสไปยัง Gen Z ที่เป็นเป้าหมายสำคัญทั้งด้วยภาพยนตร์โฆษณาจากผู้กำกับดัง ป้ายบิลบอร์ดทั่วประเทศและทัพ KOL
ทั้งนี้ จะทุ่มงบฯการตลาดในสัดส่วน 12.5% ของยอดขาย ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงเป็นประวัติการณ์ เพื่อผลักดันรายได้ให้โต 30% สูงที่สุดในรอบกว่า 20 ปี พร้อมเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยและอาเซียนใน 3 ปี หรือภายในปี 2028
สปีดอนุมัติสินค้าใหม่
“อรุณพงศ์ ทองสุทธิ” ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ เสริมว่า ยุทธศาสตร์ด้านสินค้าของโตชิบาตั้งแต่ปี’69 นี้ จะต่อยอดจุดแข็งด้านความหลากหลายของไลน์อัพด้วยการเร่งสปีดการอนุมัติเปิดตัวสินค้าใหม่ให้เร็วยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับการขนส่งและกระจายสินค้า
เริ่มจากปีนี้ที่เปิดสินค้าใหม่เพิ่มอีกกว่า 60 รุ่น เพื่อชิงดีมานด์ในทุกกลุ่มตั้งแต่ตู้เย็น, เครื่องซัก-อบผ้า ที่เทรนด์การอัพเกรดไปไซซ์ใหญ่ยังมาแรง ไปจนถึงชิ้นเล็กอย่าง พัดลมและหม้อทอดไร้น้ำมันซึ่งแต่ละครัวเรือนมักต้องการมากกว่า 1 ชิ้น และอัพเกรดบ่อย ทำให้มีดีมานด์สูงและต่อเนื่อง
ชิงเค้กตู้เย็น 20%
โดยกลุ่มตู้เย็น ตั้งเป้าโต 25% ด้วยการชิงส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มตู้เย็น 2 ประตู, ตู้เย็นไซด์บายไซด์ และตู้เย็นมัลติดอร์ ให้ได้ 20% โดยเตรียมเปิดตัวตู้เย็นเจแปนดิ เจน 2 ในชื่อ “KUMO Series” ส่วนกลุ่มเครื่องซักผ้าตั้งเป้าโต 30% เน้นเครื่องซักผ้าและอบผ้าฝาหน้าซีรีส์ใหม่ ด้านกลุ่มเครื่องครัว ตั้งเป้าโต 30%มีไฮไลต์เป็น ไมโครเวฟซีรีส์ใหม่แบบไร้จานหมุน หม้อหุงข้าวดีไซน์ปิ่นโตและระบบทำความร้อนแบบกระจายทั่วหม้อ, หม้อทอดไร้น้ำมันขนาดใหญ่ถึง 5 ลิตร ตอบโจทย์ครอบครัว
สำหรับผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องใช้ในบ้าน ตั้งเป้าโต 30% มีสินค้าไฮไลต์เป็นพัดลมที่ตั้งเป้าเติบโตเท่าตัวจากการเพิ่ม 3 สีใหม่ คือ สีดำ สีครีม สีฟ้าและเขียว ส่วนเครื่องทำน้ำอุ่น ตั้งเป้าโต 30% อีก 2 รุ่นใหม่กำลังไฟ 3,500 วัตต์ และ 4,500 วัตต์ และเครื่องกรองน้ำที่สามารถทำน้ำร้อน น้ำเย็น และน้ำอุณหภูมิห้องได้ในเครื่องเดียว และระบบทำความสะอาดตัวเองด้วยความร้อน 75 องศา
ต่อยอดขุมพลัง Gen Z
ความเก่าแก่ของแบรนด์นับเป็นดาบ 2 คม ที่ด้านหนึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าและผู้บริโภค แต่ขณะเดียวกันภาพลักษณ์เก่าแก่และฐานลูกค้าที่อายุเยอะ เป็นโจทย์สำคัญที่ต้องแก้ไขเพื่อให้แบรนด์สามารถเติบโตได้ในระยะยาว ซึ่งในปี’69 นี้ โตชิบามุ่งเดินหน้าลดอายุแบรนด์ พร้อมขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่
“ธัญปภัสส์ อริยะวรวัฒน์” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กล่าวว่า โตชิบา นับเป็นหนึ่งในแบรนด์เก่าแก่ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดย โตชิบา ไทยแลนด์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2512 หรือกว่า 57 ปีมาแล้ว ส่วนในญี่ปุ่น โตชิบา คอร์ปอเรชัน จดทะเบียนในปี พ.ศ. 2418 (ค.ศ. 1875) หรือกว่า 151 ปี ทำให้ที่ผ่านมาฐานลูกค้าหรือผู้ที่รู้จัก-เชื่อมั่นในแบรนด์โตชิบาในไทยจึงเป็นผู้บริโภคอายุ 35 ปีขึ้นไป
แต่ในปี’69 นี้ บริษัทจะมุ่งเจาะผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z อายุ 28 ปีขึ้นไปเนื่องจากเป็นในวัยทำงานมีรายได้มั่นคงในระดับหนึ่ง และเริ่มจับจ่ายใช้สอยกับข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย
ทั้งนี้ จากการศึกษาพฤติกรรมของเหล่า Gen Z พบว่า Gen Z มองหาและพร้อมจ่ายเพิ่มกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่เพียงมี “คุณภาพและเทคโนโลยี” แต่ยังต้อง “ดีต่อใจ” หรือสร้างความพึงพอใจด้วย โดยความ “ดีต่อใจ” นั้น อาทิ ความภูมิใจอย่างได้ใช้ทำอาหารให้คนในครอบครัวทาน หรือสามารถนำไปอวดได้ เป็นต้น ขณะเดียวกันเทคโนโลยีในสินค้าต้องสามารถสร้างประโยชน์ได้จริง เพราะ Gen Z เน้นตัดสินใจด้วยตนเองมากกว่าตามกระแส
จับมือผู้กำกับ-ขึ้น 5 พันบิลบอร์ด
เพื่อเจาะกลุ่ม Gen Z พร้อมกับขยายฐานลูกค้ากลุ่มเดิม รวมถึงสร้างยอดขายต้นปี’69 นี้ โตชิบาจัดใหญ่โดยทุ่มงบฯการตลาดในสัดส่วน 12.5% ของยอดขาย ประเดิมด้วยการจัดแคมเปญ #GoodforBetterLife
โดยมีไฮไลต์เป็นการร่วมมือกับ “เต๋อ นวพล” ผู้กำกับคนดัง มาสร้างคอนเทนต์และภาพยนตร์โฆษณา ตามด้วยปูพรมสื่อบิลบอร์ดกว่า 5,000 สกรีน ทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด รวมถึงในออฟฟิศสำนักงานต่าง ๆ พร้อมสื่อดิจิทัล โซเชียลมาร์เก็ตติ้ง และทัพ KOLs
พาเศรษฐกิจไทยโตไปด้วยกัน
“กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ย้ำว่า วิกฤตเป็นเรื่องปกติของธุรกิจ แต่การที่โตชิบาสามารถยืนหยัดผ่านวิกฤตต่าง ๆ มาได้ถึง 57 ปีในไทย และกว่า 151 ปีในญี่ปุ่นนั้น เพราะความแตกต่าง การนำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต ด้วยการผสานความเป็นไทยเข้ากับสปิริตความเป็นญี่ปุ่น นำไปสู่ความรับผิดชอบในคุณภาพสินค้า ความใส่ใจความคิดความรู้สึกของผู้ใช้ และความเชื่อมั่นในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยที่ช่วยให้มองเห็นโอกาสใหม่ ๆ อยู่เสมอ เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นของบริษัทโรงงาน และร้านค้าทั่วประเทศ ร่วมกับแรงหนุนจากไมเดียที่เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และความหลากหลายของไลน์สินค้าทั้งแนวกว้างและลึก
ดังนั้นจึงมั่นใจว่า โตชิบา จะสามารถสร้างการเติบโต 30% ในปี 2569 ซึ่งจะทำให้มีมูลค่ายอดขายสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในไทย ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยและอาเซียน ภายในปี 2571 โดยที่ยังยืนหยัดอยู่ในประเทศไทยเพื่อเป็นอีกขาหนึ่งที่พาเศรษฐกิจไทยเติบโตไปด้วยกัน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เส้นทาง ‘โตชิบา’ ชิงเบอร์ 1 เครื่องใช้ไฟฟ้าอาเซียนปี’71
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net