ไม่รอด! สารวัตรแจ๊ะ นำทีมเชิดสิงโต รวบ “โจโจ้ ย่องเบา” บุกบ้าน ผกก. 3 ครั้ง
สารวัตรแจ๊ะ นำทีมปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโต รวบ “โจโจ้ ย่องเบา” บุกบ้าน ผกก. 3 ครั้ง ขโมยพระเครื่อง มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท กอนหนียังเยาะเย้ยยิ้มให้กล้อง
เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 69 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ,พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 , พ.ต.อ.ศักดิเดช กัมพลานุวงศ์ ผกก.สน.ประชาชื่น และ พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.(สารวัตรแจ๊ะ) ร่วมกันจับกุม นายอดิศักดิ์ หรือ “โจโจ้” อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์และบุกรุกเคหสถาน ได้ที่วัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ไทรน้อย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี
ผู้ต้องหารายนี้มีประวัติก่อเหตุรวม 9 คดี ทั้งคดียาเสพติดและลักทรัพย์ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 4-7 ก.พ. 69 ก่อเหตุบุกบ้านนายตำรวจระดับ ผกก. สังกัด บช.น. ถึง 3 ครั้ง ได้ทรัพย์สินไปมูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท
สืบเนื่องเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 69 เวลา 22.00 น. ณ บ้านริม ถ.ประชาชื่น นายตำรวจระดับ ผกก. สังกัด บช.น. เป็นผู้เสียหาย ได้กลับมาถึงบ้านแล้วพบว่าทรัพย์สินภายในบ้านหายไปหลายรายการ เช่น พระเครื่องจำนวนมาก , พระบูชาขนาด 12 นิ้ว 2 องค์ และอีกหลายรายการ พบร่องรอยการถูกงัดแงะภาย จึงเดินทางไปแจ้งความที่ สน.ประชาชื่น โดยยังไม่ทันจะแจ้งความเสร็จ คนร้ายได้กลับมาก่อเหตุเป็นครั้งที่ 2 ทำให้ผู้เสียหายเชื่อว่าคนร้ายจะต้องกลับมาก่อเหตุอีก
จึงวางแผนที่จะจับกุมคนร้ายด้วยตัวเองโดยในช่วงเช้าของวันที่ 7 ก.พ. 69 คนร้ายได้กลับมาที่เกิดเหตุอีกครั้ง ทว่าคนร้ายเห็นฝ่ายผู้เสียหายกำลังซุ่มจึงไหวตัววิ่งหลบหนีโดยระหว่างวิ่งหลบหนี “ปั่นประสาท” ด้วยการยิ้มท้าทายให้กล้องวงจรปิด เยาะเย้ยผู้เสียหาย ก่อนหลบหนีเข้าไป ในชุมชนบ่อฝรั่ง ถ.ประชาชื่น แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
หลังเกิดเหตุ ผู้บังคับบัญชาสั่งระดมกำลังไล่ล่า แต่ผู้ต้องหาเป็นบุคคลไร้ทะเบียนราษฎร์ ใช้ชีวิตพเนจร และเกี่ยวข้องกับกลุ่มยาเสพติด ทำให้ติดตามตัวยาก เจ้าหน้าที่จึงเปลี่ยนแนวทางจากตามหาตัวคน มาแกะรอยของกลาง จนทราบว่าพระเครื่องที่ถูกขโมยถูกนำไปขาย โดยชายฉายา “โจโจ้” มักตระเวนตามวัดย่านบางบัวทอง
ต่อมา ชุดสืบสวนวางแผนจับกุม หลังทราบว่าผู้ต้องหานัดกลุ่มเพื่อนไปมั่วสุมเสพยาในงานวัดแห่งหนึ่ง จึงปลอมตัวเป็นคณะเชิดสิงโต แฝงตัวอยู่ในงาน กระทั่งพบชายต้องสงสัยลักษณะตรงกับเป้าหมาย
ทีมสืบสวนค่อย ๆ เชิดสิงโตเข้าใกล้ ก่อนเข้าล้อมจับได้สำเร็จในช่วงค่ำวันที่ 18 ก.พ. ผู้ต้องหาอยู่ในอาการงุนงง ไม่คาดคิดว่าตำรวจจะปลอมตัวมาในลักษณะดังกล่าว
จากการตรวจสอบพบว่า นายอดิศักดิ์ เคยต้องโทษคดียาเสพติดและลักทรัพย์หลายคดี และเป็นบุคคลไม่มีทะเบียนราษฎร์ เนื่องจากครอบครัวไม่ได้แจ้งเกิด ใช้ชีวิตเร่ร่อนตั้งแต่อายุ 11 ปี
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ อ้างว่าก่อเหตุเพราะอาการดีดยาบ้าหลังเสพ 3 เม็ด นำทรัพย์สินไปขายราคาถูกเพื่อนำเงินซื้อยาและเล่นการพนัน ส่วนที่ยิ้มให้กล้องวงจรปิด ไม่ได้เยาะเย้ย แต่เพราะเหนื่อยจากการวิ่งหนี
ภายหลังจับกุม เจ้าหน้าที่นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลติดตามทรัพย์สินคืนผู้เสียหายต่อไป