KKP เตรียมส่ง KKP Propify รุกตลาดบ้านมือสอง รับกระแสนิยม “รีโนเวทบ้านเก่า”
รับกระแสคนนิยมรีโนเวทบ้านเก่าในเมือง KKP กางแผนปี 2569 ส่งแพลตฟอร์ม KKP Propify รุกตลาดสินเชื่อบ้านมือสอง-ตึกแถว ชูจุดเด่น ทำเลดีมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าคอนโด รู้วงเงินกู้ คาดเพิ่มส่วนแบ่งตลาดแตะ 5%
18 ก.พ. 2569 นายกัมพล จันทวิบูลย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) เปิดเผยว่า ผลกำไรในปีที่ผ่านมาส่วนหนึ่งมาจากคุณภาพเครดิตที่ดีขึ้น ทำให้ไม่ต้องตั้งสำรองมากเท่าเดิม ในปี 2569 KKPวางเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อแบบระมัดระวัง โดยเน้นการรักษาคุณภาพหนี้มากกว่าการขยายตัวในปริมาณมาก และจะมุ่งเน้นการสร้างรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-Interest Income) โดยเฉพาะจากค่าธรรมเนียมในธุรกิจ Wealth และผลิตภัณฑ์ประกัน
ขณะที่จุดแข็งด้านธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยมีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) รวมทุกกลุ่มทะลุ 1 ล้านล้านบาท โดยจะต่อยอดกลุ่ม "EDGES" มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีสินทรัพย์ 2 - 50 ล้านบาท โดยตั้งเป้าขยายฐานลูกค้ากลุ่ม 10 - 50 ล้านบาท ให้ถึง 100,000 ราย จากปัจจุบันที่มีอยู่ในระดับหลักหมื่นราย
นายกัมพล กล่าวอีกว่า ขณะที่ธุรกิจสินเชื่อนั้น ในสินเชื่อรถยนต์ที่ธนาคารมีกลุ่มรถใช้แล้ว (Used Car) เป็นส่วนหลักของพอร์ตสินเชื่อรถยนต์ โดยมีสัดส่วนอยู่ประมาณ 60% ของพอร์ตรวม การเติบโตของสินเชื่อรถยนต์ในปี 2569 นี้จะมุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อรถใหม่ ที่เน้นกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คุณภาพสูง เช่น ในกลุ่มราคา 1 ล้านบาทขึ้นไป และเลือกแบรนด์ที่เน้นคุณภาพเพื่อความมั่นใจในราคาขายต่อ โดยตั้งเป้ายอด New Booking รถยนต์ในปี 2569 ที่ 3.8 หมื่นล้านบาท
ด้านการเติบโตของสินเชื่อบ้านในปีนี้คาดว่าจะคงที่ เนื่องจากความต้องการในตลาดลดลงตามธรรมชาติ จากปัจจัยด้านประชากรที่มีอัตราการเกิดน้อยลง และหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งธนาคารมองว่า การปล่อยสินเชื่อบ้านที่ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาททำได้ยากขึ้น และสถาบันการเงินส่วนใหญ่เริ่มมีความระมัดระวังในการปล่อยกู้กลุ่มนี้มากขึ้นด้วย
“KKPเลือกที่จะบุกตลาด บ้านมือสอง อย่างจริงจังในปี 2569 เพราะมองว่าเป็นการสนับสนุนการหมุนเวียนของสินทรัพย์ที่มีอยู่เดิม และเริ่มเห็นเทรนด์คนอยากกลับมาอยู่ในเมือง โดยเฉพาะการซื้อตึกแถวหรือบ้านมือสองมารีโนเวทเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งให้พื้นที่ใช้สอยมากกว่าคอนโดมิเนียมออ ซึ่ง KKPตั้งเป้าที่จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อบ้านมือสองจากต่ำกว่า 1% ขึ้นไปอยู่ที่ 5%”
นายกัมพล กล่าวอีกว่า เพื่อสนับสนุนกลยุทธ์บ้านมือสอง ธนาคารเตรียมเปิดตัวแพลตฟอร์ม ชื่อ KKP Propify คาดว่าจะเปิดได้ในเดือนเมษายน เพื่อแก้ปัญหา Pain Point ของตลาดบ้านมือสอง ที่มักจะลงขายซ้ำซ้อนและราคาไม่ตรงความจริงจากเอเจนซี่ต่างๆ โดยจะรวบรวมเฉพาะประกาศขายบ้านที่ตรวจสอบแล้ว (Verified) และเป็นราคาจริง
“ในแพลตฟอร์มจะมีฟีเจอร์การค้นหาที่แม่นยำ และระบบจะช่วยคำนวณวงเงินกู้ที่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจก่อนตัดสินใจจองบ้าน ลดปัญหาการกู้ไม่ผ่านหลังจากวางเงินจองไปแล้ว ในช่วงเริ่มต้นตั้งเป้าจะมีบ้านเข้าระบบประมาณ 3,000 - 4,000 หลัง เน้นในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก”