โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ทบ.โต้เดือด! ‘ฮุน มาเนต’บิดเบือนข้อเท็จจริง ยันไทยปกป้องอธิปไตยตามสิทธิ์สากล

Khaosod

อัพเดต 19 ก.พ. เวลา 03.34 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. เวลา 03.34 น.
ทบ.โต้เดือด! ‘ฮุน มาเนต’บิดเบือนข้อเท็จจริง ยันไทยปกป้องอธิปไตยตามสิทธิ์สากล

ทบ. โต้ ‘ฮุน มาเนต’ บิดเบือนข้อเท็จจริง ยันไทยป้องกันอธิปไตยตามสิทธิ์สากล ซัดไม่ใช่ผู้พลัดถิ่น แต่รุกล้ำเขตแดน ยันไทยทำตามข้อตกลงหยุดยิงเคร่งครัด ขอกัมพูชาเคารพ Joint Statement ลั่นพร้อมหารือทวิภาคี เมื่อสถานการณ์ลดความตึงเครียดและพื้นที่มีความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2569 พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีสำนักข่าว Fresh News ของกัมพูชา ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ เมื่อ 17 ก.พ.2569 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกองทัพไทยและข้อตกลงหยุดยิง ในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ที่ไทยและกัมพูชาได้ลงนามร่วมกันไว้ เมื่อ 27 ธ.ค. 68 ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ดังนี้

ประเด็นแรกกรณี นายฮุน มาเนต ระบุว่า “กองทัพไทยกำลังยึดครองดินแดนกัมพูชาอยู่ พร้อมทั้งได้ติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนาม ส่งผลให้ผู้พลัดถิ่นราว 80,000 คน ไม่สามารถกลับบ้านได้”

โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กัมพูชาทราบอยู่แล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของประเทศไทย ที่ในอดีตไทยเคยได้ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากการสู้รบของกัมพูชาเข้ามาพักพิง แต่เมื่อสงครามเสร็จสิ้น ประชาชนและทหารกัมพูชากลับไม่เดินทางกลับประเทศของตน

ซ้ำยังมีการขยายชุมชนรุกล้ำเขตอธิปไตยของไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายไทยเองก็ได้มีการเรียกร้องหรือประท้วงผ่านกลไกคณะทำงานต่างๆ มาตลอด แต่กัมพูชากลับเพิกเฉย และไม่ยอมแก้ไขปัญหาในการนำประชาชนกลับไป ยังพื้นที่ฝั่งประเทศกัมพูชา

ดังนั้น กลุ่มคนดังกล่าวจึงไม่ได้เรียกว่าเป็นผู้พลัดถิ่น ดังที่นายกฯของกัมพูชาได้กล่าวอ้าง แต่ถือเป็นกลุ่มบุคคลที่กระทำผิดกฎหมาย และกระทำการรุกล้ำอธิปไตยของไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนทำให้ประชาชนชาวไทยเสียประโยชน์ในการเข้าใช้พื้นที่ดังกล่าว

ประเด็นต่อมาที่นายกฯกัมพูชา ได้กล่าวอ้างถึงการยึดครองดินแดนของไทย รวมถึงการติดตั้งตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามในพื้นที่ควบคุมอยู่นั้น โฆษกกองทัพบก กล่าวยืนยันว่า ฝ่ายไทยได้ดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อ 2 ที่ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ให้ทั้งสองฝ่ายคงวางกำลังที่มีอยู่ในพื้นที่ปัจจุบันหลังการสู้รบ โดยไม่มีการเคลื่อนย้ายกำลังที่ตั้งอยู่เพิ่มเติม

ข้อเท็จจริงคือ ทุกพื้นที่เหล่านั้น กองทัพไทยจำเป็นต้องเข้าปฏิบัติการทางทหารเพื่อยับยั้งการถูกโจมตี การถูกคุกคามต่อชีวิตของทหารและประชาชนคนไทย จึงถือเป็นสิทธิป้องกันตนเองตามหลักสากล มิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะละเมิดอธิปไตยหรือบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศใด สุดท้ายเมื่อมีการตกลงหยุดยิงเกิดขึ้น การคงกำลังทหารในพื้นที่ดังกล่าว จึงชอบธรรมตามข้อตกลงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ที่กัมพูชาก็ทราบและเข้าใจดี

ส่วนการวางตู้คอนเทนเนอร์ และลวดหนาม เพื่อใช้เป็นเครื่องกีดขวางสำหรับในบางพื้นที่นั้น เป็นหนึ่งในมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ชั่วคราว ในการรักษาความปลอดภัยให้กับพื้นที่ ช่วยลดความเสี่ยงในการเผชิญหน้า และการกระทบกระทั่งกันได้ ทั้งในส่วนทหารและประชาชน เพราะที่ผ่านมา ในพื้นที่บริเวณนั้น กัมพูชามักจะใช้ประชาชนให้มาออกหน้า แสดงการยั่วยุ ด้วยท่าทีที่แข็งกร้าวต่อฝ่ายไทย”

ประเด็นสุดท้าย สำหรับประเด็นที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เรียกร้องให้ไทยเปิดโอกาสให้คณะกรรมาธิการชายแดนกัมพูชา-ไทย (JBC) เริ่มดำเนินการแก้ไขข้อพิพาทชายแดนนั้น โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ฝ่ายไทยโดยกระทรวงการต่างประเทศได้มีจุดยืนชัดเจน ที่พร้อมดำเนินการและยินดีที่จะใช้กลไกทวิภาคีทุกระดับมาแก้ไขปัญหาข้อพิพาทและเสริมสร้างความร่วมมือในพื้นที่

เมื่อทั้งสองฝ่ายมีความพร้อม ซึ่งประกอบด้วยหลายปัจจัย ทั้งการลดระดับความตึงเครียดด้านทางทหาร ความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนจากทุ่นระเบิด รวมถึงความพร้อมของรัฐบาลไทยที่อยู่ในระหว่างจัดตั้งรัฐบาลใหม่

กองทัพบกขอยืนยันในความพร้อมเข้าสู่กระบวนการหารือร่วมกันโดยสันติวิธี ควบคู่ไปกับการเตรียมพร้อมต่อทุกสถานการณ์ เพื่อพิทักษ์อธิปไตยและดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน พร้อมขอให้ฝ่ายกัมพูชาทบทวนข้อกำหนดในถ้อยแถลงร่วมและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด อันจะนำไปสู่ทิศทางการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและส่งเสริมความสงบสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทบ.โต้เดือด! ‘ฮุน มาเนต’บิดเบือนข้อเท็จจริง ยันไทยปกป้องอธิปไตยตามสิทธิ์สากล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...