โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"พันธ์ศักดิ์" ชี้บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งช่วยกันโกง เตือนสังคมมีสติอย่าหลงทฤษฎีสมคบคิด

PostToday

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 19.36 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. เวลา 02.31 น.

จากกรณีการพบบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569 จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความลับของผู้ใช้สิทธินั้น อาจารย์พันธ์ศักดิ์ อาภาขจร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและโซเชียลมีเดีย ให้ความเห็นผ่าน “ข่าวข้นคนข่าว” เนชั่นทีวี ว่า บาร์โค้ดดังกล่าวทำหน้าที่เสมือน ID ของบัตร เพื่อรับประกันว่าเป็นบัตรจริงไม่ใช่บัตรปลอม ซึ่งมีความน่าเชื่อถือกว่าบัตรเปล่าที่ไม่มีระบบระบุตัวตน

อาจารย์พันธ์ศักดิ์ มองว่าเจตนาของ กกต. มุ่งเน้นไปที่การป้องกันการทุจริตมากกว่าการละเมิดความเป็นส่วนตัว โดยระบุว่าสังคมไทยกำลังอยู่ในภาวะ "Defend Mode" หรือการจับโยงเรื่องราวเป็นทฤษฎีสมคบคิด ซึ่งในความเป็นจริง ระบบบาร์โค้ดจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการตรวจสอบย้อนกลับ (Tracking) หากมีการร้องเรียนเรื่องการสวมสิทธิ์ในภายหลัง

ส่วนการล้วงความลับผู้ลงคะแนนนั้นมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและ กกต. คงไม่ยอมเสี่ยงกับประเด็นดังกล่าว

"บาร์โค้ดช่วยให้มั่นใจว่าเป็นบัตรของ กกต. จริง และเมื่อเกิดปัญหาจะสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ แต่ต้องทำเพื่อพิสูจน์การทุจริต ไม่ใช่เพื่อล้วงความลับ" อาจารย์พันธ์ศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งเตือนถึงสถานการณ์การเมืองไทยหลังเลือกตั้งที่เริ่มมีลักษณะคล้ายแคมเปญ #StopTheSteal ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2020 ซึ่งเป็นการปั่นกระแสบนโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างความเชื่อว่าผลเลือกตั้งถูกขโมยไป จนนำไปสู่เหตุจลาจลและความรุนแรง

จึงขอให้สังคมไทยพิจารณาข้อมูลอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มคนที่ต้องการสร้างความวุ่นวายหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้ง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...