โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ญี่ปุ่น’ ประชากรลดฮวบ เก็บภาษีแก้ปัญหา ‘บ้านร้าง’ เต็มเมือง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.พ. 2565 เวลา 01.54 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2565 เวลา 01.54 น.
ภาพจาก Pixabay

ปัญหาสังคมสูงวัยของ “ญี่ปุ่น” กำลังปรากฏให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมในหลายด้าน หนึ่งในนั้นคือ ปัญหาที่พักอาศัยถูกทิ้งร้างหลังจากที่ผู้พักอาศัยเดิมเสียชีวิตลง และไม่มีผู้เข้ามาจัดการดูแล ปล่อยให้กลายเป็นบ้านร้าง แหล่งสกปรกและเสี่ยงต่อการพังทลาย ซึ่งเป็นปัญหาที่ญี่ปุ่นกำลังเผชิญท่ามกลางการลดลงของจำนวนประชากรราว 1,500 คน/วัน

ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า รัฐบาลท้องถิ่นในหลายเมืองของญี่ปุ่นกำลังพิจารณาจัดการปัญหา “บ้านร้าง” ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยใช้มาตรการทางภาษีในการกระตุ้นให้ผู้เป็นเจ้าของกลับมาจัดการที่พักอาศัย ไม่ให้ปล่อยทิ้งไว้เป็นบ้านร้าง

โดยปัญหาบ้านร้างหรือ “อากิยะ” (akiya) ในภาษาญี่ปุ่น หมายถึงบ้านที่ถูกปล่อยทิ้งร้างเป็นเวลานาน หลังจากผู้สูงอายุที่เป็นเจ้าของบ้านเสียชีวิตลงและทายาทปฏิเสธที่จะเข้ามาอยู่อาศัยหรือเข้ามาจัดการ กำลังเป็นปัญหาที่ปรากฏให้เห็นในหลายเมืองพร้อมกับสภาวะสังคมผู้สูงอายุของญี่ปุ่น

ข้อมูลของกระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสารญี่ปุ่นระบุว่า ในปี 2018 มีที่พักอาศัยในญี่ปุ่นราว 14% หรือประมาณ 8.5 ล้านยูนิตทั่วประเทศถูกทิ้งร้าง ขณะที่สถาบันวิจัยโนมูระคาดการณ์ว่า หากยังไม่มีการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จำนวนบ้านร้างของญี่ปุ่นจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 31% หรือประมาณ 22 ล้านยูนิตภายในปี 2038

ทั้งนี้ ปัญหาบ้านร้างส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการทางภาษีของญี่ปุ่นที่ใช้มาอย่างยาวนาน โดยที่ดินสำหรับการอยู่อาศัยจะถูกเก็บภาษีต่ำกว่าที่ดินประเภทอื่นประมาณ 3-4 เท่า ตามนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจของรัฐบาลญี่ปุ่นในยุค “ปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจ” (economic miracle) ทศวรรษ 1960-70

มาตรการดังกล่าวส่งผลให้หลังจากที่ผู้อยู่อาศัยซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยเสียชีวิตลง ทายาทที่พักอาศัยอยู่ต่างถิ่นมักจะคงสภาพที่พักอาศัยไว้เช่นเดิมเพื่อประโยชน์ทางภาษี แต่ขาดการจัดการปรับปรุงดูแลกระทั่งที่พักอาศัยจำนวนมากมีสภาพทรุดโทรม

ในปัจจุบันรัฐบาลท้องถิ่นของญี่ปุ่นหลายแห่งจึงกำลังพิจารณามาตรการจัดการกับบ้านร้างเหล่านั้น โดยเฉพาะ “เกียวโต” ที่มีบ้านร้างอยู่ภายในเมืองราว 15,000 หลัง เป็นเมืองแรกของญี่ปุ่นที่เตรียมจะประกาศใช้อัตราภาษีใหม่สำหรับบ้านร้างโดยเฉพาะ

โดยอัตราภาษีจะขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งที่ตั้งของบ้านร้างแต่ละหลัง แต่มาตรการนี้ยังต้องผ่านการเห็นชอบของกระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสาร รวมถึงสภาเมืองภายในสิ้นเดือน ก.พ.นี้ ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะเป็นต้นแบบให้กับรัฐบาลท้องถิ่นอื่น ๆ ในการจัดการปัญหาบ้านร้าง

“ฮิโรยูกิ นาคากามิ” ผู้จัดการระบบภาษีบ้านร้างของเมืองเกียวโต ระบุว่า “ภาษีดังกล่าวจะเพิ่มทางเลือกในตลาดที่อยู่อาศัยมากขึ้น เพื่อที่คนญี่ปุ่นจะได้ไม่ทอดทิ้งทรัพย์สินเหล่านั้น แต่ส่งมอบให้กับคนรุ่นถัดไป”

ขณะที่นิกเคอิ เอเชียรายงานว่า รัฐบาลท้องถิ่นของ “อามางาซากิ” เป็นอีกเมืองที่เตรียมพิจารณาให้ที่ดินที่มีบ้านร้างทรุดโทรมเสี่ยงต่อการพังทลาย ไม่จัดเป็นที่ดินสำหรับการอยู่อาศัยและจัดเก็บภาษีด้วยอัตราที่สูงขึ้น เช่นเดียวกันกับ “โกเบ” ที่ตัดสินให้ที่ดินที่มีบ้านร้าง 70 แห่งภายในเมืองไม่เข้าข่ายที่ดินสำหรับการอยู่อาศัยแล้วเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อถกเถียงถึงมาตรฐานในการพิจารณาตัดสินว่า บ้านที่ถูกทิ้งร้างแต่ละหลังจัดเป็นที่พักอาศัยหรือไม่ ส่งผลให้รัฐบาลท้องถิ่นหลายแห่งหลีกเลี่ยงที่จะใช้มาตรการดังกล่าว นอกจากนี้ แม้ว่ารัฐบาลท้องถิ่น
จะมีอำนาจตามกฎหมายในการรื้อถอนบ้านร้างที่เสี่ยงต่อการพังทลาย แต่ก็ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินการ

การจัดการปัญหาบ้านร้างจึงยังคงเป็นความท้าทายที่ทางการญี่ปุ่นต้องเร่งหาทางออก ท่ามกลางจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทั่งปริมาณที่พักอาศัยอาจสูงเกินความต้องการของประชากรภายในประเทศ

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...