“กลืนเลือด กลืนทุกอย่าง เพียงแต่สิ่งที่ต้องกลืนสารพัดอย่างนี้ มันเกิดขึ้นพร้อมกับการเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเป็นจริงทางการเมือง” VS “นี่น่ะเหรอ! เป็นคนที่อาจารย์เบน แอนเดอสัน เคยพูดว่าเป็นนักโต้วาทีแห่งศตวรรษ … ขนาดเมื่อตัวเองทิ้งหลักการ ตัวเองยังร้อยเรียงคำพูดแบบหน้าด้าน ๆ แบบนี้เหรอ?”
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2567 โดยในตอนหนึ่งถูกถามว่า การรับตำแหน่งในครั้งนี้ ถือเป็นการกลืนน้ำลายตัวเองหรือไม่ ?
“กลืนเลือด กลืนทุกอย่าง เพียงแต่สิ่งที่ต้องกลืนสารพัดอย่างนี้ มันเกิดขึ้นพร้อมกับการเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเป็นจริงทางการเมือง เพราะการเมืองนั้นเป็นการจัดสรรอำนาจ ซึ่งในเวลานี้ไม่สามารถทำไปได้มากกว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่ แม้มีสิ่งที่อยากทำ แต่สุดท้ายก็ต้องอยู่กับความเป็นจริงอยู่ดี
แต่ถ้าใครบอกณัฐวุฒิต้องรับคำนี้ไป ผมก็ไม่คิดจะตอบโต้ ผมมีเหตุผลของผมในสถานการณ์นี้ มันเป็นหมากล็อก ถ้าจะจัดตั้งรัฐบาล ตั้งจัดตั้งสูตรนี้”นายณัฐวุฒิกล่าว—ศ.ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโตให้สัมภาษณ์ในรายการ The Politics วิจารณ์นายณัฐวุฒิ และนายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า “แย่มาก”เพราะคนที่อยู่ในแวดวงการเมืองนั้น จะต้องยืนอยู่บนหลักการ ถึงจะไม่มีวันจม แต่คนพวกนี้เขากลืนหลักการไปหมด จะให้ตนต้องสาวไส้ออกมาหรือไม่ว่าคนพวกนี้เป็นคนอย่างไร
“จะต้องให้สาวไส้ออกมาเหรอว่าแต่ก่อนคุณณัฐวุฒิเป็นคนอย่างไร นี่น่ะเหรอ! เป็นคนที่อาจารย์เบน แอนเดอสัน (เบเนดิกต์ แอนเดอร์สันนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ และเอเชียศึกษา) เคยพูดว่าเป็นนักโต้วาทีแห่งศตวรรษ โห! เป็นคนที่สามารถที่จะเรียบเรียง เรียบร้อยคำพูดได้อย่างดี กินใจคน แล้วก็นำปวงชน นี่น่ะเหรอคนที่เคยถูกกล่าวถึงในแบบนั้น แล้ววันนี้ Common! (ให้ตายสิ)
ผมอยากจะเห็นคุณณัฐวุฒิยอมรับแบบเปลือย ๆ เลยว่า ใช่! วันนี้ผมกลืนน้ำลายเลย จบ! ไม่ต้องมานั่งสรรหาคำว่าที่ฉันกลืนน้ำลายวันนี้ เพราะว่านี่เป็นการเมืองของความจริง เราต้องอยู่กับการเมืองแห่งความจริงให้ได้ขนาดเมื่อตัวเองทิ้งหลักการ ตัวเองยังร้อยเรียงคำพูดแบบหน้าด้าน ๆ แบบนี้เหรอ? “ศ.ดร.ปวินกล่าว
ศ.ดร.ปวินกล่าวว่านี่คือคนที่เราเคยมองหรือ อีกทั้งยังตั้งคำถามว่า เหตุในนายณัฐวุฒิจึงไม่ยอมรับความจริงภายหลังการปฏิวัติ ซึ่งก็เป็นความจริงว่าทหารครองเมือง เหตุใดตอนนั้นนายณัฐวุฒิยอมรับความจริงแบบนั้นไม่ได้ แต่ตอนนี้กลับยอมรับได้ “ทั้งหมดเป็นเรื่อง Bull Shit (บัดซบ) ทั้งหมดเป็นเรื่องผลประโยชน์ทั้งหมด”เมื่อถามถึงการที่นายณัฐวุฒิกล่าวว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปแล้ว เพราะว่านายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีได้เป็นผู้นำรัฐบาลมา 1 ปี และได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ศ.ดร.ปวินกล่าวว่า “นี่ถึงได้บอกว่ามันคือการเรียบเรียง เรียบร้อยคำพูดที่มันสะท้อนความ Bull Shit ของคน สถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไปแล้วหลักการเราต้องเปลี่ยนหรือ ? สถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไปแล้วหลักการเราต้องเปลี่ยนหรือ ?
สถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไป ทำให้สถานการณ์ความยุติธรรมต่าง ๆ ที่คนเสื้อแดงควรจะได้เมื่อวันก่อนเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ต้องเอาแล้ววันนี้ เพราะฉะนั้น สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป หลักการที่ฉันเคยยืนอยู่ ต่อสู้เพื่อคนเสื้อแดงวันนี้ก็เปลี่ยนไปก็ได้ละ เสื้อแดงก็ไม่ต้องเอาแล้วเพราะสถานการณ์การเมืองเปลี่ยนไปแล้วเหรอ?”ศ.ดร.ปวินกล่าวเมื่อถามถึงคำพูดของนายณัฐวุฒิและนายจักรภพที่กล่าวว่า เป็นหลักการของ Pragmaticism (ปฎิบัตินิยม) เพื่อการรักษาประชาธิปไตย ศ.ดร.ปวินกล่าวว่า “คนพวกนี้เนี่ย ตั้งแต่ที่ผมรู้จักมาจนผมโตจนเป็นควายแล้วเนี่ย คนพวกนี้ไม่เคยยึดหลัก Pragmaticism เลย แล้วทำไมวันนี้ถึงมายึดหลัก Pragmaticism
คนพวกนี้แต่ก่อนที่ออกมาต่อสู้ เขายึดอย่างเดียวคือเขายึด Justice (ความยุติธรรม) แล้ววันนี้คำว่า Justice มันหายไปไหน? แล้วทำไมวันนี้ถึงมายึดคำว่า Pragmaticism ทำไมต้อง (ออกไป) อยู่นอกประเทศถ้าตัวเอง Pragmatic จริง ๆ? แล้วทำไมถึงต้องกลับมาตอนนี้?
ถ้าตัวเอง Pragmatic จริง ทำไมถึงนำคนเสื้อแดงแล้วเกิดความสูญเสีย ถ้า Pragmatic จริงๆ ต้องทำให้คนอยู่ได้ไม่ใช่เหรอ? ทำไมคุณถึงนำขบวนเสื้อแดงวันนั้น? คุณก็ไป Pragmatic วันนั้นสิ แล้วทำไมคุณถึงมา Pragmatic วันนี้? ทั้งหมดมันฟังไม่ได้เลย! ทั้งหมดมันฟังไม่ได้เลย!”ศ.ดร.ปวินกล่าว
ศ.ดร.ปวินกล่าวว่าตนเองรู้สึกเจ็บปวดที่เคยเห็นคนพวกนี้เป็นแสงสว่างทางด้านการเมือง แต่สิ่งที่พวกเขาทำในวันนี้คือเพื่อการรักษาผลประโยชน์ และพวกเขามีหน้าที่ในการสร้างความชอบธรรมให้แก่รัฐบาลชุดนี้ และความเปลี่ยนแปลงจุดยืนทางด้านการเมืองของรัฐบาลชุดนี้