โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SCB ยืนหนึ่งหุ้นแบงก์ปันผลสูง โบรกฯ ชูผลตอบแทน 9% ต่อปี

Wealthy Thai

อัพเดต 04 ก.พ. 2568 เวลา 05.48 น. • เผยแพร่ 05 ต.ค. 2567 เวลา 17.52 น.

หุ้นปันผลสัปดาห์นี้ Wealthy Thai ขอนำเสนอหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงที่สุดในกลุ่มแบงก์ นั่นคือ SCB หรือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าปี 2567 จะให้ Dividend Yield ในระดับ 8% ในขณะที่ปี 2568-2568 คาดว่าจะอยู่ในระดับสูงกว่า 9% ต่อเนื่อง
สำหรับธุรกิจของ SCB หรือ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เป็นเสมือนยานแม่ที่จะมีบริษัทลูกซึ่งดำเนินธุรกิจการเงิน ธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงิน และดิจิทัลแพลตฟอร์มอีกหลายบริษัท ซึ่งจะเติบโตควบคู่ไปกับธนาคารไทยพาณิชย์ที่เป็นธุรกิจหลักของกลุ่มฯ
โดยข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบัน SCB มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ 368,698.25 ล้านบาท และมี P/E อยู่ที่ระดับ 8.45 เท่า โดยราคาหุ้นวันที่ 3 ต.ค. 67 อยู่ที่ 109.50 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.30% จากช่วงต้นปี และมี Dividend Yield อยู่ที่ระดับ 9.44% (ข้อมูล ณ วันที่ 3 ต.ค. 67)
ส่วนการจ่ายปันผลในปีนี้ นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ว่า SCB จะจ่ายปันผลรวมทั้งสิ้น 9.55 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ระดับ 8.6% ซึ่งช่วงที่ผ่านมาได้ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตรา 2 บาทต่อหุ้น
ดังนั้นหากอ้างอิงคาดการณ์ของบล.กรุงศรี ในงวดผลประกอบการปี 2567 SCB จะจ่ายปันผลในอัตรา 7.55 บาท ส่วนปี 2568 และ 2569 คาดการณ์ว่าจะจ่ายปันผลที่ 10.17 บาท คิดเป็น Dividend Yield ที่ 9.16% และ 10.35 บาท และ Dividend Yield ที่ 9.32%
ขณะที่แนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาส 3/67 บล.กรุงศรี คาด SCB จะรายงานกำไรวันที่ 21 ต.ค. 67 ที่ระดับ 9.7 พันล้านบาท กำไรทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 3% จากไตรมาสก่อนหน้า เพราะค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) เพิ่มขึ้น 1% จากค่าใช้จ่าย Robinhood ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) เพิ่มขึ้น 5% เพราะคุณภาพสินทรัพย์อ่อนแอจากการตกชั้นของ EA จาก stage 1 ไป stage 2 และการตกชั้นของลูกหนี้สินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มบ้านและกลุ่มรถ
ด้านสินเชื่อลดลง 0.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.5% จากไตรมาสก่อนหน้า คิดเป็น 1.0% จากช่วงต้นปี 2567 โดยการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/67 มาจากสินเชื่อภาคธุรกิจ ด้านคุณภาพสินทรัพย์ NPL Ratio อยู่ที่ 3.40% เพิ่มจาก 3.34% จากการตกชั้นของลูกหนี้รายย่อย
ทั้งนี้ บล.กรุงศรี ปรับกำไรสุทธิปี 2568-2569 ขึ้นปีละ 2% มาอยู่ที่ระดับ 4.32 หมื่นล้านบาท และ 4.40 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ จากค่าใช้จ่ายสำรองที่ลดลง (credit cost) และมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทางภาครัฐ เช่น โครงการแจกเงิน 1 หมื่นล้านบาท และการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ เป็นต้น จะช่วยลดปัญหาการตกชั้นของลูกหนี้
อย่างไรก็ตาม ส่งผลให้ปรับราคาเป้าหมายปี 2568 ขึ้นเป็น 110 บาท โดยภาพรวมบล.กรุงศรี มอง SCB เป็นหุ้นปันผลเด่น dividend yield ประมาณ 9% ต่อปี สูงสุดในกลุ่มธนาคาร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...