โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทัพเรือ ในความเงียบงัน ยุค 'บิ๊กแมว' 'บิ๊กดุง' สวมบท โค้ช 5 พลเรือเอก คึกคัก ชิง แม่ทัพเรือ 'บิ๊กเดี่ยว-เสธ.เฟื่อง' เบียด

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 17 ต.ค. 2567 เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 15 ต.ค. 2567 เวลา 02.28 น.
พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์,พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม…

ขณะที่ กองทัพเรือ แม้ “แมว เมอร์วิค” พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผบ.ทร.คนใหม่ จะถูกจับตามองมากแค่ไหน แต่ พล.ร.อ.จิรพล ก็ดูจะเก็บตัวอยู่ในความเงียบ เพื่อลดการตกเป็นเป้า

หลังจากที่เคยให้สัมภาษณ์สื่อ ในวันที่รับมอบหน้าที่ ผบ.ทร. แบบที่เรียกว่า รอบอุ่นเครื่อง เท่านั้น รวมทั้งการให้สัมภาษณ์พิเศษสื่อบางสำนัก และได้แถลงนโยบาย ต่อ ผบ.หน่วยขึ้นตรง ทร.ไปแล้ว

และประกาศมอตโต้ที่ว่า “เทิดทูนสถาบัน ป้องกันรัฐ พัฒนาชาติ ราษฎร์ศรัทธา” Monarchy – Country – Government – People ก็ตาม

ด้วยเพราะข้อมูลต่างๆ พล.ร.อ.จิรพล จะต้องใช้เวลาในการอ่าน หรือรับฟังรายงาน เนื่องจากขึ้นมาจากที่ปรึกษาพิเศษ ทร. ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งหลักของ ทร.มาก่อน

จึงไม่แปลกที่เมื่อ พล.ร.อ.จิรพล ไปชี้แจงเรื่องเรือดำน้ำจีน ที่ค้างคาอยู่ บิ๊กอ้วน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม จึงต้องขอให้มาชี้แจงอีกครั้ง พร้อมคนที่รู้และมีข้อมูลที่ครบถ้วน เพราะยังมีคำถามที่ต้องการคำตอบ

แม้รู้ตัวว่าโดนจ้องจับตาอยู่ แต่ พล.ร.อ.จิรพล ก็พยายามไม่เครียด ไม่ใส่ใจ ด้วยการมองมุมบวกว่า ทุกอย่างคงจบ เพราะมีโปรดเกล้าฯ ออกมาแล้ว

ไม่ห่วงว่าจะมีปัญหาเรื่องความกลมเกลียวภายใน ทร. เพราะกำลังพลหลากหลาย ทุกคนรู้หน้าที่อย่างชัดเจน ไม่เห็นจะต้องมีกังวลอะไรเลย เพราะความเห็นที่แตกต่างกันเป็นเรื่องดี และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็น ความคิดเห็นแตกต่างไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แม้แต่ในสภาก็มีการวิพากษ์วิจารณ์

ยิ่งเรื่องแหกกฎ ฝ่าม่านประเพณี เป็นนักเรียนนอกคนแรกที่ขึ้นเป็น ผบ.ทร.ได้ “อย่าไปคิดมากครับ” และเป็นคนที่คิดบวก ไม่เอาเรื่องเครียดมาคิด

จึงไม่แปลกที่ พล.ร.อ.จิรพล จะยิ้มได้เสมอ แม้ว่ากว่าที่จะขึ้นมาเป็น ผบ.ทร.ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องฝ่าด่านความขัดแย้ง เสียงวิจารณ์ จนเกิดวาทกรรมที่ว่า กองทัพเรือจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

อย่างน้อย ธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติของทหารเรือ ก็เปลี่ยนแปลงไป จากนี้ไม่ว่านักเรียนนายเรือสามสมอ หรือนายเรือต่างประเทศ ก็เป็น ผบ.ทร.ได้

ไม่จำเป็นต้องผ่านตำแหน่งหลัก ผบ.หน่วย หรือไม่ต้องเป็น ผช.ทูตทหารเรือมา ก็เป็น ผบ.ทร.ได้

ที่สำคัญคือ ส่งผลให้ พลเรือเอก ทุกคนที่ยังไม่เกษียณ ก็ล้วนเป็นแคนดิเดตชิง ผบ.ทร.ได้ทุกคน ไม่จำเป็นต้องมาจาก 5 ฉลามทัพเรือ

จึงทำให้หลังโผ ทร.ประกาศออกมาแล้ว จึงมีแคนดิเดตมากกว่า 5 คน เพราะนับรวมพลเรือเอกที่เป็นที่ปรึกษาพิเศษ ทร. ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทร.ด้วย

หากสแกนดูใน 5 ฉลามทัพเรือ ที่บิ๊กดุง พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร.คนก่อนแต่งตั้ง วางตัวเอาไว้ ที่เป็นเต็งหนึ่งคือบิ๊กเดี่ยว พล.ร.อ.ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ที่พาสชั้นจากเจ้ากรมข่าวทหารเรือ ขึ้น เป็นผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ (ผบ.กร.) คุมกำลังรบทางเรือเลย

ซึ่งโยกย้ายกันยายน 2566 พล.ร.อ.อะดุงก็เคยขยับจาก ผบ.กร. ขึ้นเป็น ผบ.ทร.มาแล้ว

พล.ร.อ.ณัฏฐพล เติบโตมาในกองเรือยุทธการ เคยเป็น ผบ.เรือหลวงอ่างทอง กองเรือยกพลขึ้นบก เคยเป็นผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือประจำกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย และรักษาการ ผช.ทูต ทร.ประจำบรูไนด้วย จากนั้นกลับมาเติบโตในกรมข่าวทหารเรือ ก่อนถูกส่งข้ามไปตำแหน่งแลกเปลี่ยนเหล่าทัพ ไปเป็นรองเจ้ากรมข่าวทหาร บก.ทัพไทย ก่อนได้กลับมาเป็นรองเจ้ากรมข่าว ทร. และเจ้ากรมข่าว ทร. และเป็น ผบ.กร.

กลายเป็นความหวังของเพื่อน ตท.25 หลังจากที่พลาดหวังจากการที่บิ๊กวิน พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข แกนนำรุ่นพี่เคยเป็นความหวังของรุ่นมานาน ชิงเก้าอี้ ผบ.ทร.มา 3 ปี แต่ถูกเตะสกัด จนก้าวไม่ถึงฝั่งฝัน บนเก้าอี้ ผบ.ทร. ต้องถูกเตะพ้น ทร. ไปอยู่ไกลบ้าน จากเหล่าทัพกำเนิด ไป บก.ทัพไทย นั่งเป็นรอง ผบ.ทหารสูงสุด

เพราะก่อนหน้านี้ พล.ร.อ.สุวิน เส้นทางโดดเด่น และโตเร็ว เป็นความหวังของหมู่บ้าน ผองเพื่อน ตท.25 จนบดบังความเด่นของ พล.ร.อ.ณัฏฐพล ที่เติบโตตามไลน์มาอย่างเงียบๆ แต่มั่นคง จนมาเข้าตา พล.ร.อ.อะดุง จนวางตัว พล.ร.อ.ณัฏฐพล ที่มีอายุราชการถึงตุลาคม 2569 ไว้ชิง ผบ.ทร.

ถึงขนาดที่นายทหารเรือที่รู้ใจ พล.ร.อ.อะดุง ฟันธงว่า ผบ.ทร. คนต่อจาก พล.ร.อ.จิรพล คือ พล.ร.อ.ณัฏฐพล

ยิ่งหากย้อนดูคำชี้แจงของ พล.ร.อ.อะดุง ในไลน์ ผบ.หน่วย หลังมีโปรดเกล้าฯ คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารเมื่อ 21 กันยายน 2567 ว่า การที่ได้ไปอยู่กองเรือยุทธการ ทำให้รู้ว่า การที่จะเป็น ผบ.ทร.นั้น นอกจากควรจะผ่านกรมฝ่ายอำนวยการแล้ว ยังมีความจำเป็นที่จะต้องเป็นผู้บังคับหน่วยขนาดใหญ่ เพื่อที่จะไปฝึกการบังคับบัญชา, การบริหารการใช้งบประมาณ การดูแลสวัสดิการผู้ใต้บังคับบัญชา, การนำนโยบาย ทร.ไปปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม

จะเห็นได้ว่า ในบัญชีโยกย้ายครั้งนี้ พล.ร.อ.อะดุง ได้สลับคนที่อยู่กรมฝ่ายอำนวยการมานานแล้ว ก็ให้ย้ายเขาได้ไปอยู่ในหน่วยกำลัง ใครอยู่หน่วยกำลังและทำได้ดีก็ให้เข้ามายัง บก.ทร.ส่วนกลาง เพื่อสร้างคนให้เหมาะสมเพื่อมารับหน้าที่บริหารกองทัพเรือในอนาคตต่อไป

เช่น การส่ง พล.ร.ท.นเรศ วงศ์ตระกูล รอง เสธ.ทร. ไปวนระนาบเป็น ผบ.ทัพเรือภาค 2 ก่อน แทนที่จะดันขึ้น 5 ฉลาม ทร.เลย เพราะต้องดึงสเต็ปให้แคนดิเดต ผบ.ทร.ในล็อตนี้เป็น ตท.24 และ ตท.25 ก่อน

ล็อตต่อไปจะเป็น ตท.26 ที่มี พล.ร.ท.นเรศ เป็นความหวังของรุ่น และ ตท.27 มีบิ๊กต้น พล.ร.ท.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล ที่ยังไม่ได้ขึ้น 5 ฉลาม แต่ย่ำเท้าเป็นรอง เสธ.ทร.ไปก่อน

ขณะที่ยังมี ตท.25 ระลอกสุดท้าย อย่าง พล.ร.อ.สุชาติ ธรรมพิทักษ์ ที่ขยับจาก ผบ.ทัพเรือภาค 3 ขึ้นที่ปรึกษาพิเศษ ทร. หรือแม้แต่บิ๊กเบิร์ด พล.ร.อ.พาสุกรี วิลัยรักษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทร. แม้จะเติบโตมาในสายกิจการพลเรือน ไม่ใช่สายกำลังรบ ก็ตาม

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องไม่มองข้าม ตท.25 อีกคน ที่มาแบบเงียบๆ อย่าง พล.ร.อ.พิจิตต ศรีรุ่งเรือง ที่ขยับขึ้นจาก ผบ.ทัพเรือภาค 2 ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ทร.

ทั้งๆ ที่ใน ทร.คาดหมายกันว่า พล.ร.อ.วิจิตร ตันประภา รอง เสธ.ทร. ที่รับผิดชอบ เป็นกำลังหลักในการเตรียมพระราชพิธีพยุหยาตราทางชลมารค จะได้เป็น ผช.ผบ.ทร.

แต่ก็มีชื่อ พล.ร.อ.พิจิตตมาเสียบแทน ท่ามกลางกระแสข่าวว่า มีความใกล้ชิดกับ ครอบครัวของ พล.ร.อ.อะดุง

แต่ที่นายทหารเรือในสายยุทธการสนับสนุนคือ บิ๊กเฟื่อง พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เป็น เสนาธิการทหารเรือ ที่เติบโตมาจากสายยุทธการ และเคยเป็นเจ้ากรมยุทธการ ทร. ก่อนขึ้นรอง เสธ.ทร.

เป็นความหวังที่เหลืออยู่ของ ตท.24 หลังจากที่ผิดหวังในการผลักดันบิ๊กน้อย พล.ร.อ.วรวุธ พฤกษารุ่งเรือง จากเสธ.ทร.ชิง ผบ.ทร.มา แต่ก็พลาด ต้องถูกแขวน เป็นประธานที่ปรึกษากองทัพเรือ

แม้ พล.ร.อ.จิรพลจะเป็น ผบ.ทร. แต่ก็ถูกมองว่าเป็นยุคที่มี ผบ.ทร.คอยโค้ชชิ่ง ให้คำแนะนำ เป็นที่ปรึกษาอยู่ ด้วยเพราะ พล.ร.อ.อะดุงนอกจากจะเป็นเพื่อน ตท.23 แล้ว ยังถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของ พล.ร.อ.จิรพล เพราะเป็นผู้เนรมิตให้ได้เป็น ผบ.ทร.

อีกทั้งไม่ได้เติบโตมาในตำแหน่งหลักมากนัก จึงจำเป็นที่อดีต ผบ.ทร. อย่าง พล.ร.อ.อะดุง ต้องคอยอยู่ใกล้ๆ ผบ.ทร.มือใหม่

จึงอาจเป็นเหตุผลหนึ่งของ พล.ร.อ.อะดุง ที่ยังไม่ได้ย้ายออกจากบ้านพักรับรองผู้บัญชาการทหารเรือ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

หรือที่รู้จักกันในนามคฤหาสน์ 112 ล้าน ที่อนุมัติสร้างในยุคบิ๊กลือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ เป็น ผบ.ทร. ด้วยเหตุผลที่ว่าบ้านส่วนตัวของ พล.ร.อ.อะดุงที่กำลังสร้าง ยังไม่เสร็จเรียบร้อย อาจใช้เวลาถึง 3 เดือน จึงต้องพำนักที่นี่

ส่วน พล.ร.อ.จิรพลก็ต้องรอไปก่อน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสิ่งที่ พล.ร.อ.อะดุงได้ต่อสู้ฟาดฟันมาเพื่อให้ พล.ร.อ.จิรพลได้เป็น ผบ.ทร. แม้แต่น้ำตา พล.ร.อ.อะดุงก็ยังต้องไหลหลั่งท่วมกองทัพเรือ

เพราะหากย้อนไปถึงการประชุมบอร์ด 6 เสือกลาโหม ในยุคนายสุทิน คลังแสง เป็น รมว.กลาโหม เมื่อ 3 กันยายน 2567 และมาประชุมบอร์ด 7 เสือกลาโหม ในยุคนายภูมิธรรม เวชยชัย เป็น รมว.กลาโหม เมื่อ 12 กันยายน 2567 นั้น มีเสียงท้วงติงและเสนอแนะจากทั้ง รมว.กลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่ให้ พล.ร.อ.อะดุงทบทวน หากจะไม่เอาคนที่อาวุโสที่สุด หรือเหมาะสมที่สุดเป็น ผบ.ทร. แต่ก็ควรพิจารณาเลือกจากคนที่อยู่ในตำแหน่งหลัก ใน 5 ฉลามทัพเรือ

แต่ พล.ร.อ.อะดุงไม่รับฟังเนื่องจากรู้ดีว่า ผบ.เหล่าทัพสนับสนุนแคนดิเดตคนใด หากเพียงแต่ผู้บัญชาการเหล่าทัพจะรักษามารยาทด้วยการไม่ให้มีการเปิดโหวต

ด้วยรูปการณ์เช่นนี้จึงทำให้ พล.ร.อ.อะดุงยืนกรานในข้อเสนอเดิม และไม่มีใครสามารถบังคับให้เปลี่ยนชื่อ ผบ.ทร.ใหม่ได้

นายทหารเรือที่ขึ้นมาแบบฟาสท์แทร็ก ตามนโยบายของ พล.ร.อ.อะดุง มีหลายคน

โดยได้ชี้แจงในไลน์ที่ พล.ร.อ.อะดุงส่งไปถึงกำลังพล หลังมีโปรดเกล้าฯ 21 กันยายน 2567 ว่าให้ความสำคัญกับนายพลในกลุ่มระบบ Fast track ซึ่งเป็นระบบที่ ทร.กำหนดขึ้น ประมาณ 10% เพราะพิจารณาแล้วเห็นว่าถ้าให้เลื่อนไหลขึ้นตามอาวุโส น้องๆ จะโตไม่ทันขึ้นมาเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูง

ส่วนที่เหลือจะบรรจุตามอาวุโส 60% และกลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่ม reward ที่มอบเป็นรางวัลให้ผู้ที่ขยันและตั้งใจทำงาน หรือกลุ่ม นร.นอกที่ช้าโดยตัวไม่ได้ทำผิดอะไร อีกประมาณ 30%

ในจำนวนนี้ ใน ทร. จับตามาที่ พล.ร.ต.สยุมภู ศิริรังษี ที่โผนี้ขยับจากนายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บัญชาการทหารเรือ ขึ้นพลเรือตรี เป็นผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือน ทร. ซึ่งถือว่าได้นายพลในตำแหน่งหลัก แม้จะเป็น ตท.31 ก็ตาม จนถูกจับตามองว่า นี่เป็นดาวรุ่งที่บิ๊กดุงวางเอาไว้ให้เติบโตได้ทัน รับไม้ต่อ และก้าวเข้าสู่ยุคจี้ ผบ.ทร. มีอายุราชการมากกว่า 2-3 ปี เพื่อการสานต่องานและทำงานได้ต่อเนื่อง

ตราบใดที่ยังมี พ.ร.บ.กลาโหม มีกลไกของบอร์ด 7 เสือกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพไม่แทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายกันและกัน เมื่อนั้นการเมือง หรือขั้วอำนาจตรงข้ามในกองทัพ ก็ไม่สามารถแทรกใดๆ ได้

โดยมีตัวอย่างให้เห็นจากการแต่งตั้ง ผบ.ทร.มาแล้ว 3 คน จากบิ๊กเฒ่า พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ตั้งบิ๊กจ๊อด พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ และต่อโดย พล.ร.อ.อะดุง และมา พล.ร.อ.จิรพล

และจะตั้งต่อไปได้อีก แบบยาวๆ เลยทีเดียว

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทัพเรือ ในความเงียบงัน ยุค ‘บิ๊กแมว’ ‘บิ๊กดุง’ สวมบท โค้ช 5 พลเรือเอก คึกคัก ชิง แม่ทัพเรือ ‘บิ๊กเดี่ยว-เสธ.เฟื่อง’ เบียด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...