โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Grab โชว์ยูสเคส ใช้ AI เดินหน้าช่วยองค์กร ในงาน Corporate Innovation Summit 2024

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ต.ค. 2567 เวลา 15.46 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2567 เวลา 08.46 น.

จบไปเป็นที่เรียบร้อยกับงาน Corporate Innovation Summit ประจำปี 2024 ที่รวบรวม Speaker ชั้นนำจากแวดวงธุรกิจที่หลากหลาย ซึ่งทีมงาน "การเงินธนาคาร" มีโอกาสได้เข้าร่วมงานครั้งนี้ด้วย โดย 1 ในหัวข้อที่ทีมงานคิดว่ามีความน่าสนใจและเข้ากับกระแสที่โลกกำลังจับตามองอยู่อย่าง Shaping Tomorrow: How AI is Transforming a Tech Unicorn to The New Frontier

โดยมี นายวรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย มาเป็น Speaker ใน หัวข้อนี้ด้วย

นายวรฉัตร์เริ่มเล่าถึงวิธีการที่ Grab มองไปที่เทคโนโลยีต้องย้อนกลับไปที่วิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจ ที่ต้องการยกระดับเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นการนำเทคโนโลยีมาใช้จะต้องมีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่วางไว้ และต้องเกิดประโยชน์กับผู้มีส่วนได้เสียกับ Grab ทุกภาคส่วนตั้งแต่ร้านอาหาร คนขับ รวมถึงสังคมในแต่ละที่ที่ Grab เข้าไปทำธุรกิจ

ซึ่งหากกล่าวถึงเทคโนโลยีที่เป็นกุญแจในการทำธุรกิจอย่างหนึ่งในปัจจุบัน คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาช่วยให้อีโคซิสเต็มของ Grab เป็นไปอย่างราบรื่น เช่นการเพิ่มรายได้ให้กับผู้ขับ ทำให้ผู้ขับรู้สึกว่าทุกนาทีมีคุณค่าและสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น

โดย Grab มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีAI และ Machine Learning (ML) มาช่วยในระบบจัดสรรงานสำหรับคนขับและวางแผนระบบปฏิบัติการหลังบ้าน ซึ่งรวมถึงนวัตกรรมล่าสุดอย่าง ระบบจัดสรรคำสั่งซื้อแบบทันเวลาพอดี (Just-in-Time Allocation) ที่ใช้ ML มาประเมินเวลาการเตรียมอาหารของร้านค้าก่อนจะส่งงานให้คนขับเพื่อลดระยะเวลาการรอรับอาหารให้สั้นที่สุด

“วิธีการที่ Grab ใช้คือการเก็บภาพการจราจรบนท้องถนน เก็บภาพบรรยากาศในพื้นที่ห้างสรรพสินค้าและพื้นที่โดยรอบ เพื่อนำไปประมวลผลด้วย AI/ ML มาประเมินในแบบเรียลไทม์”

นายวรฉัตรเล่าต่อว่า อีก 1 ตัวอย่างที่ Grab นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อส่งเสริมรายได้ให้คนขับคือการการพัฒนาแผนที่ในอาคาร (Indoor Map) ที่ช่วยแนะนำเส้นทางและบอกตำแหน่งของร้านอาหารภายในห้างหรืออาคาร ซึ่งจากสถิติที่ Grab ได้มีการเก็บบันทึกไว้พบว่า สามารถช่วยลดระยะเวลาในการค้นหาได้ถึง 20%

“ปัญหาในการหาร้านอาหารในอาคารนั้นถือเป็นสิ่งที่คนขับหลายคนต้องพบเจออยู่บ่อยครั้ง ทำให้เสียเวลาในการค้นหาร้านหากผู้ขับไม่คุ้นชินกับอาคารที่รับของ ในบางครั้งเพื่อที่จะหาร้านอาหารต้องใช้เวลาเดินหามากกว่า 15 นาที ดังนั้นการพัฒนาแผนที่ในอาคารจะเป็นส่วนช่วยให้ตัดปัญหานี้ไห้กับผู้ขับได้อย่างตรงจุด ช่วยลดเวลาค้นหาร้านค้าได้ ทำให้ผู้ขับสามารถรับงานอื่นเพิ่มได้มากขึ้นต่อวัน”

นอกจากนี้ หากพิจารณาถึงสภาพผังเมืองของประเทศ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปิน และ อินโดนีเชีย มีสภาพพื้นที่เป็นแยก ตรอก ซอยค่อนข้างมาก ทำให้แผนที่ที่ Grab พัฒนาขึ้นมานั้น ไม่เพียงช่วยตอบโจทย์ในการค้นหาร้านในอาคารเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผู้ขับสามารถหาเส้นทางตาม “แยก” หรือ “ซอย” ต่างๆ ได้ดีขึ้นอีกด้วย เพราะโดยส่วนใหญ่ แผนที่ที่พัฒนาโดยผู้ให้บริการอื่นในตลาด มักจะมองข้ามร้านค้ารวมถึงเส้นทางตามแยกซอยต่างๆ ซึ่งนี่คือตัวอย่างที่ Grab นำเทคโนโลยีมาใช้ในการช่วยเหลือผู้ขับ

นายวรฉัตรเล่าต่อว่า จากเทรนด์ความนิยมที่เพิ่มขึ้นสูงขึ้นในการใช้ GenerativeAI (Gen AI) ยังผลักดันให้ผู้ขับร้านค้าที่เป็นพาร์ทเนอร์ของ Grab รวมถึงพนักงานในองค์กร มีการปรับตัวและนำ Gen AIเข้ามาปรับใช้ในการทำงานมากขึ้นตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ Grab เองก็มีเครื่องมือในด้านของ Gen AIให้บริการพนักงานอยู่ไม่น้อย จากการที่ Grab เป็นพันธมิตรกับ Open AIจึงได้มีการพัฒนา GrabGPT ซึ่งเป็นการนำ Large Language Models (LLMs) เข้ามาพัฒนาเป็นเครื่องมือ Gen AIช่วยในการผลิตเนื้อหาและภาพประกอบ รวมถึง โปรแกรม Mystique เครื่องมือที่ช่วยในการเขียนคำโฆษณา ซึ่งจะช่วยย่นเวลาการทำงานของฝ่ายการตลาดและครีเอทีฟได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

📌 อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...