คนไทยยืนหนึ่ง ใช้โมบายแบงกิ้งมากสุดในอาเซียน อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง
เปิดผลการศึกษา พบคนไทยใช้โมบายแบงกิ้งมากที่สุดในอาเซียน 97% ใช้แอปธนาคารอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และคนไทย 47% พกเงินสดน้อยลง
ปัจจุบันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าแอปพลิเคชั่นธนาคาร หรือโมบายแบงกิ้งเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของผู้คนอย่างมาก ทั้งการใช้จ่ายที่สะดวกขึ้น สแกนจ่ายตามร้านค้าต่าง ๆ ได้ และไม่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนเยอะเหมือนในอดีตแล้ว
และการเติบโตของโมบายแบงกิ้งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนออกมาผ่านการศึกษาที่เห็นได้ชัด ว่าผู้คนในแถบพื้นที่ดังกล่าวเลือกใช้จ่ายตามร้านค้าผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้นกว่าการพกเงินสด และประเทศไทยยืนหนึ่งในการใช้งานโมบายแบงกิ้ง
คนไทย 97% ใช้แอปธนาคารอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
ข้อมูลจากการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปีฉบับล่าสุดของวีซ่า (Visa Consumer Payment Attitudes Study) ซึ่งศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปี 2566 เมื่อเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2566 ใน 7 ประเทศทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 6,550 คน รวมทั้งผู้บริโภคในประเทศไทยจำนวน 1,050 ราย ที่มีอายุระหว่าง 18-65 ปี ครอบคลุมทุกระดับการศึกษา และมีรายได้ขั้นต่ำต่อคนที่ 15,000 บาท
ผลสำรวจพบว่าประเทศไทยเป็นผู้นำด้านความถี่ในการใช้แอปพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้งมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยอ้างอิงจากการศึกษาล่าสุดพบว่า 97% ของผู้บริโภคชาวไทยบอกว่าพวกเขาใช้งานแอปพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้งอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ หรือมากกว่านั้น ตามมาด้วยผู้บริโภคชาวเวียดนาม (95%) และชาวอินโดนีเซีย (90%)
โดยเฉลี่ยเกือบเก้าในสิบ (89%) ของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้แอปพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้งอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งแอปพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้งยังเป็นการทำธุรกรรมออนไลน์ที่คนเลือกใช้มากที่สุดในทุกประเทศที่ทำการสำรวจ โดยประเทศไทยมีผู้บริโภค 96% ที่ระบุว่านิยมใช้แอปพลิเคชั่นธนาคารบนมือถือมากกว่าบริการบนเว็บไซต์ ตามด้วยผู้บริโภคชาวอินโดนีเซีย (95%) และชาวเวียดนาม (92%)
ยิ่งผู้บริโภคในภูมิภาคใช้จ่ายแบบดิจิทัลมากขึ้นเท่าใด พวกเขาก็พกเงินสดน้อยลงเท่านั้น โดยการศึกษาของวีซ่าระบุว่า 46% ของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พกเงินสดน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นำโดยชาวเวียดนาม (56%) มาเลเซีย (49%) และไทย (47%) ซึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาพกเงินสดน้อยลง คือใช้จ่ายผ่านการชำระเงินแบบดิจิทัลในรูปแบบคอนแท็กต์เลส หรือไร้สัมผัสมากขึ้น มีสถานที่รับชำระเงินแบบดิจิทัลมากขึ้น และกังวลว่าเงินสดจะสูญหายหรือถูกขโมย
ผู้บริโภคมองหา Gen AI ช่วยเตือนธุรกรรมฉ้อโกง
ในส่วนของเทคโนโลยี Generative AI หรือ Gen AI ก็ค่อย ๆ เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย 75 เปอร์เซ็นต์เคยได้ยินเกี่ยวกับคอนเซ็ปต์ หรือรู้ว่ามันคืออะไร
สำหรับ Gen AI ในบริบทของการให้บริการทางการเงินนั้น หนึ่งในสามของผู้บริโภคชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (32%) ระบุว่าเคยใช้งาน Gen AI มาแล้ว ขณะที่ 38% รู้จักแต่ไม่เคยใช้งานมาก่อน และหากจำแนกตามกลุ่มผู้บริโภคจะพบว่าผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง (51%) จะคุ้นเคยกับ Gen AI มากกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป (37%)
อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจจากการศึกษาฉบับนี้คือ นอกจากอัตราการรับรู้ที่สูงแล้ว บริการที่ผู้บริโภคในภูมิภาคนี้กำลังมองหาจาก Gen AI ในการทำธุรกรรมมากที่สุดสามอันดับแรกคือ การแจ้งเตือนธุรกรรมที่อาจเกิดการฉ้อโกง หรือตรวจจับการฉ้อโกง (79%) การโต้ตอบกับลูกค้าที่สอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ (73%) และการแนะนำผลิตภัณฑ์ด้านการเงินแบบเฉพาะบุคคล (71%)
ชำระเงินเรียลไทม์ เป็นที่รู้จัก แต่ยังลังเลเรื่องความปลอดภัย
การชำระเงินแบบเรียลไทม์ (Real-Time Payments หรือ RTP) ก็เป็นอีกทางเลือกที่กำลังแพร่หลายอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยมีผู้บริโภคชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 76% รู้จักวิธีการชำระเงินในรูปแบบนี้ และ 47% เคยใช้บริการโอนเงินแบบเรียลไทม์มาก่อน ประเทศไทยอยู่อันดับแรกของภูมิภาคในด้านความถี่ของการใช้บริการชำระเงินแบบเรียลไทม์ โดย 86% ของผู้ตอบแบบสอบถามทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์อย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ ตามด้วยเวียดนามที่ 84% และอินโดนีเซียที่ 69%
แม้การชำระเงินแบบเรียลไทม์จะเป็นที่รู้จักและมีอัตราการยอมรับสูง แต่ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ยังคงสงวนท่าทีในการเลือกชำระเงินในรูปแบบนี้ โดยข้อกังวลลำดับต้น ๆ ที่ทำให้พวกเขาลังเล คือความเสี่ยงด้านความปลอดภัย (44%) ชอบชำระเงินดิจิทัลรูปแบบอื่นมากกว่า เช่น บัตรเครดิต/บัตรเดบิต (42%) และขาดความเข้าใจในการใช้งาน (41%)
นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “การชำระเงินแบบดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะผู้บริโภคมีทางเลือกในการชำระเงินมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านบัตรคอนแท็กต์เลส สมาร์ทโฟน และการสแกนคิวอาร์โค้ด รวมทั้งเรายังเห็นการชำระเงินแบบดิจิทัลได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ตั้งแต่ร้านอาหารขนาดย่อมไปจนถึงผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ”
ทั้งนี้ ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อกรกฎาคม 2567 พบว่ามีจำนวนบัญชีลูกค้าที่ใช้บริการโมบายแบงกิ้งมากถึง 111,221,417 บัญชี ปริมาณรายการ 3,032 ล้านรายการ มูลค่ารายการรวม 6,186 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นธุรกรรมการโอนเงินและชำระเงิน 2,966 ล้านรายการ มูลค่ารายการรวม 6,042 ล้านล้านบาท
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนไทยยืนหนึ่ง ใช้โมบายแบงกิ้งมากสุดในอาเซียน อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net