โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คนไทยยืนหนึ่ง ใช้โมบายแบงกิ้งมากสุดในอาเซียน อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ต.ค. 2567 เวลา 11.03 น. • เผยแพร่ 07 ต.ค. 2567 เวลา 10.47 น.

เปิดผลการศึกษา พบคนไทยใช้โมบายแบงกิ้งมากที่สุดในอาเซียน 97% ใช้แอปธนาคารอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และคนไทย 47% พกเงินสดน้อยลง

ปัจจุบันนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าแอปพลิเคชั่นธนาคาร หรือโมบายแบงกิ้งเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของผู้คนอย่างมาก ทั้งการใช้จ่ายที่สะดวกขึ้น สแกนจ่ายตามร้านค้าต่าง ๆ ได้ และไม่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนเยอะเหมือนในอดีตแล้ว

และการเติบโตของโมบายแบงกิ้งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สะท้อนออกมาผ่านการศึกษาที่เห็นได้ชัด ว่าผู้คนในแถบพื้นที่ดังกล่าวเลือกใช้จ่ายตามร้านค้าผ่านช่องทางดิจิทัลมากขึ้นกว่าการพกเงินสด และประเทศไทยยืนหนึ่งในการใช้งานโมบายแบงกิ้ง

คนไทย 97% ใช้แอปธนาคารอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

ข้อมูลจากการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปีฉบับล่าสุดของวีซ่า (Visa Consumer Payment Attitudes Study) ซึ่งศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภคประจำปี 2566 เมื่อเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2566 ใน 7 ประเทศทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม กับกลุ่มตัวอย่างจำนวน 6,550 คน รวมทั้งผู้บริโภคในประเทศไทยจำนวน 1,050 ราย ที่มีอายุระหว่าง 18-65 ปี ครอบคลุมทุกระดับการศึกษา และมีรายได้ขั้นต่ำต่อคนที่ 15,000 บาท

ผลสำรวจพบว่าประเทศไทยเป็นผู้นำด้านความถี่ในการใช้แอปพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้งมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยอ้างอิงจากการศึกษาล่าสุดพบว่า 97% ของผู้บริโภคชาวไทยบอกว่าพวกเขาใช้งานแอปพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้งอย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ หรือมากกว่านั้น ตามมาด้วยผู้บริโภคชาวเวียดนาม (95%) และชาวอินโดนีเซีย (90%)

โดยเฉลี่ยเกือบเก้าในสิบ (89%) ของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้แอปพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้งอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งแอปพลิเคชั่นโมบายแบงกิ้งยังเป็นการทำธุรกรรมออนไลน์ที่คนเลือกใช้มากที่สุดในทุกประเทศที่ทำการสำรวจ โดยประเทศไทยมีผู้บริโภค 96% ที่ระบุว่านิยมใช้แอปพลิเคชั่นธนาคารบนมือถือมากกว่าบริการบนเว็บไซต์ ตามด้วยผู้บริโภคชาวอินโดนีเซีย (95%) และชาวเวียดนาม (92%)

ยิ่งผู้บริโภคในภูมิภาคใช้จ่ายแบบดิจิทัลมากขึ้นเท่าใด พวกเขาก็พกเงินสดน้อยลงเท่านั้น โดยการศึกษาของวีซ่าระบุว่า 46% ของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พกเงินสดน้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นำโดยชาวเวียดนาม (56%) มาเลเซีย (49%) และไทย (47%) ซึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาพกเงินสดน้อยลง คือใช้จ่ายผ่านการชำระเงินแบบดิจิทัลในรูปแบบคอนแท็กต์เลส หรือไร้สัมผัสมากขึ้น มีสถานที่รับชำระเงินแบบดิจิทัลมากขึ้น และกังวลว่าเงินสดจะสูญหายหรือถูกขโมย

ผู้บริโภคมองหา Gen AI ช่วยเตือนธุรกรรมฉ้อโกง

ในส่วนของเทคโนโลยี Generative AI หรือ Gen AI ก็ค่อย ๆ เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดย 75 เปอร์เซ็นต์เคยได้ยินเกี่ยวกับคอนเซ็ปต์ หรือรู้ว่ามันคืออะไร

สำหรับ Gen AI ในบริบทของการให้บริการทางการเงินนั้น หนึ่งในสามของผู้บริโภคชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (32%) ระบุว่าเคยใช้งาน Gen AI มาแล้ว ขณะที่ 38% รู้จักแต่ไม่เคยใช้งานมาก่อน และหากจำแนกตามกลุ่มผู้บริโภคจะพบว่าผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูง (51%) จะคุ้นเคยกับ Gen AI มากกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป (37%)

อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจจากการศึกษาฉบับนี้คือ นอกจากอัตราการรับรู้ที่สูงแล้ว บริการที่ผู้บริโภคในภูมิภาคนี้กำลังมองหาจาก Gen AI ในการทำธุรกรรมมากที่สุดสามอันดับแรกคือ การแจ้งเตือนธุรกรรมที่อาจเกิดการฉ้อโกง หรือตรวจจับการฉ้อโกง (79%) การโต้ตอบกับลูกค้าที่สอบถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ (73%) และการแนะนำผลิตภัณฑ์ด้านการเงินแบบเฉพาะบุคคล (71%)

ชำระเงินเรียลไทม์ เป็นที่รู้จัก แต่ยังลังเลเรื่องความปลอดภัย

การชำระเงินแบบเรียลไทม์ (Real-Time Payments หรือ RTP) ก็เป็นอีกทางเลือกที่กำลังแพร่หลายอย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยมีผู้บริโภคชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึง 76% รู้จักวิธีการชำระเงินในรูปแบบนี้ และ 47% เคยใช้บริการโอนเงินแบบเรียลไทม์มาก่อน ประเทศไทยอยู่อันดับแรกของภูมิภาคในด้านความถี่ของการใช้บริการชำระเงินแบบเรียลไทม์ โดย 86% ของผู้ตอบแบบสอบถามทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์อย่างน้อยหนึ่งครั้งต่อสัปดาห์ ตามด้วยเวียดนามที่ 84% และอินโดนีเซียที่ 69%

แม้การชำระเงินแบบเรียลไทม์จะเป็นที่รู้จักและมีอัตราการยอมรับสูง แต่ผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ยังคงสงวนท่าทีในการเลือกชำระเงินในรูปแบบนี้ โดยข้อกังวลลำดับต้น ๆ ที่ทำให้พวกเขาลังเล คือความเสี่ยงด้านความปลอดภัย (44%) ชอบชำระเงินดิจิทัลรูปแบบอื่นมากกว่า เช่น บัตรเครดิต/บัตรเดบิต (42%) และขาดความเข้าใจในการใช้งาน (41%)

นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า “การชำระเงินแบบดิจิทัลกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะผู้บริโภคมีทางเลือกในการชำระเงินมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านบัตรคอนแท็กต์เลส สมาร์ทโฟน และการสแกนคิวอาร์โค้ด รวมทั้งเรายังเห็นการชำระเงินแบบดิจิทัลได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ตั้งแต่ร้านอาหารขนาดย่อมไปจนถึงผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ”

ทั้งนี้ ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อกรกฎาคม 2567 พบว่ามีจำนวนบัญชีลูกค้าที่ใช้บริการโมบายแบงกิ้งมากถึง 111,221,417 บัญชี ปริมาณรายการ 3,032 ล้านรายการ มูลค่ารายการรวม 6,186 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นธุรกรรมการโอนเงินและชำระเงิน 2,966 ล้านรายการ มูลค่ารายการรวม 6,042 ล้านล้านบาท

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนไทยยืนหนึ่ง ใช้โมบายแบงกิ้งมากสุดในอาเซียน อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...