โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อค้างคาวหายไป เด็กก็เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1,300 คน วิจัยใหม่นย้ำความสำคัญท้องถิ่น

Environman

เผยแพร่ 10 ก.ย 2567 เวลา 01.00 น.

ค้างคาวที่หายไปทำให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 1 ขวบจำนวน 1,300 คนในสหรัฐอเมริกาเสียชีวิต เหตุผลก็เพราะค้างคาวกินแมลงศัตรูพืช และเมื่อมันหายไปผู้คนเลยต้องใช้ยาฆ่าแมลงเพิ่มเติม ซึ่งเชื่อมโยงกับอัตราการเสียชีวิตในเด็ก เน้นย้ำความสำคัญของ ‘ระบบนิเวศท้องถิ่น’

ในปี 2006 เชื้อราชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Pseudogymnoascus destructans ได้เดินทางจากยุโรปไปยังสหรัฐอเมริกา โดยมันมักจะเติบโตบนค้างค้าวที่จำศีลในฤดูหนาวงอกออกมาเป็นขนสีขาวบนจมูก จากนั้นก็กวาดล้างฝูงค้างคาวทั้งฝูงภายในเวลาเพียง 5 ปี

แต่ดูเหมือนว่านั่นจะยังเป็นปัญหาไม่มากพอ เมื่อ Eyal Frank ผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก ได้รู้จักโรคที่เกิดจากเชื้อราดังกล่าว เขาก็ตระหนักได้ว่าโรคนี้ได้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของ ‘ค้างคาว’ อย่างแท้จริง

“เป็นเรื่องที่ค่อนข้างหายากที่จะได้รับการประเมินที่ดีในเชิงประจักษ์ และให้เหตุผลว่าสายพันธุ์นี้มีคุณค่ามากเพียงใด” Charles Taylor นักเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมจาก Harvard Kennedy School ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการศึกษากล่าว

ตามรายงานล่าสุดที่เผยแพร่บนวารสาร Science ได้ให้รายละเอียดไว้ว่า ค้างคาวเป็นสัตว์กินแมลงราว 40% หรือมากกว่านั้นของน้ำหนักตัวทุกคืน ซึ่งรวมถึงแมลงศัตรูพืชหลายชนิด ดังนั้นเมื่อค้างคาวหายไป ทีมวิจัยพบว่าในพื้นที่ที่ติดเชื้อ เกษตรกรจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลงเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 31.1%

จากนั้น Frank ได้พิจารณาถึงอัตราการเสียชีวิตของทารก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ใช้กันทั่วไปในการบ่งบอกผลกระทบของสารพิษในสิ่งแวดล้อม พวกเขาพบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว เขตที่ติดเชื้อมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าพื้นที่ปกติถึง 7.9% ที่น่าแปลกใจก็คือแม้จะมีการใช้ยาฆ่าแมลงเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในขีดจำกัดตามกฎหมาย

ตัวเลขดังกล่าวเท่ากับทารกเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1,334 ราย นอกจากนี้ทีมวิจัยยังพยายามหาความเชื่อมโยงอื่น ๆ ที่อาจอธิบายจำนวนผู้เสียชีวิตได้ ไม่ว่าจะเป็น การว่างงาน สภาพอากาศ ความแตกต่างระหว่างพ่อกับแม่ในแต่ละคน หรืออื่น ๆ แต่ทว่าก็ไม่มีปัจจัยใด้เลยที่อธิบายการใช้ยาฆ่าแมลงเพิ่มขึ้นหรือการเสียชีวิตของทารกได้

“(นี่เป็น) หลักฐานที่น่าเชื่อถือ” Frank กล่าว “ที่ว่าเกษตรกรตอบสนองต่อค้างคาวกินแมลงที่ลดลง และการตอบสนองดังกล่าวก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพของทารก”

ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า ‘ทำไมการใช้ยาฆ่าแมลงที่เพิ่มขึ้นถึงทำให้มีทารกเสียชีวิตมากกว่าเดิม การวิจัยของ Frank ชี้ว่าดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการสัมผัสยาฆ่าแมลงผ่านอาหาร ดังนั้นการหายใจเข้าไปโดยตรงหรือสัมผัสกับแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด

“การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าค้างคาวสามารถช่วยชีวิตมนุษย์ได้เพียงแค่ทำในสิ่งที่พวกมันทำได้ดีที่สุด นั่นคือการกินแมลง” Jennifer Raynor จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซินแมดิสัน กล่าว

“สัตว์ป่าหลายชนิดมีความสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ และตอนนี้เราก็พึ่งจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าเทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนประโยชน์เหล่านี้ได้เสมอไปเมื่อต้องสูญฌสียมันไป”

ที่มา

https://www.science.org/doi/10.1126/science.adg0344

https://www.newscientist.com/…/2446715-bat-die-off-led…/

https://www.theguardian.com/…/loss-of-bats-to-lethal…

https://www.washingtonpost.com/…/bats-white-nose-syndrome/

Photo: harrycollinsphotography/Envato

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...