ขนส่งไทย ฝ่าปัจจัยลบ สินค้าจีนทะลัก แต่แทบไม่ใช้โลจิสติกส์ไทย
ขนส่งไทย ความท้าทายเพียบ ทั้งราคา-ช่องทางเปลี่ยนเร็ว-ต้องปรับระบบขนส่ง เผยหวั่นสินค้าจีนทะลักไทย แต่ไม่ใช้โลจิสติกส์ไทย ทุบธุรกิจขนส่ง เร่งขยายขนส่งลูกค้าอีคอมเมิร์ซเพิ่ม
วันที่ 21 สิงหาคม 2567 ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2567 ธุรกิจโลจิสติกส์ยังคงเผชิญความท้าทายรอบด้าน หลัก ๆ มี 3 ด้าน ได้แก่
1. การแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะกับลูกค้ารายใหญ่
2. ช่องทางที่ค่อนข้างเปลี่ยนแปลงเร็ว อาทิ อีคอมเมิร์ซที่มีหลายเจ้า ทั้งช้อปปี้ ลาซาด้า ติ๊กต็อก
3. การปรับเปลี่ยนระบบขนส่ง
“ด้วยความที่ช่องทางขายถูกผูกกับขนส่ง ซึ่งอีคอมเมิร์ซหลายเจ้าจะตั้งมาตรฐานการขนส่งแตกต่างกันไป ขณะเดียวกันแพลตฟถ้าเราเชื่อมต่อกับทุกคน เราต้องปรับระบบให้ยืดหยุ่น”
เมื่อถามถึงการเข้ามาของอีคอมเมิร์ซรายใหม่อย่าง TEMU ส่งผลต่อภาพรวมอย่างไร ในภาพการขนส่ง พบว่า อีคอมเมิร์ซบางเจ้ามีการขนส่งลดลงราว ๆ 20-50% ต่อวัน และขณะนี้บริษัทฯ ได้ติดต่อ TEMU ไปก่อนจะเปิดตัวในไทย แต่ยังติดต่อไม่ได้ เนื่องจาก ไม่มีออฟฟิศในไทย
อย่างไรก็ดี สินค้าจีนส่วนมาก ก็ใช้ขนส่งจากจีนเช่นเดียวกัน ดังนั้น การที่สินค้าจีนทะลักเข้ามา ถ้าขนส่งไทยเจาะเข้าไปไม่ได้ ระบบขนส่งไทยจะถูกตัดออกซัพพลายเชน นั่นคือหายนะ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการเจาะเข้าอีคอมเมิร์ซต่างประเทศ ใช้เวลาเจรจาค่อนข้างนานราว ๆ 1-2 ปี และ การเข้าไป เป็นการเข้าไปรับส่วนแบ่งการขนส่งบางส่วน บางร้านค้า ไม่ใช่ได้เป็นเจ้าเดียวในการขนส่งในแพลตฟอร์มนั้น ๆ
“ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตระดับ Double Digit จากช่วงที่ผ่านมาบริการส่งด่วน EMS ในประเทศ โตโดดเด่นสุดที่ 12.92% (yoy) จากนี้ไปเราจะรักษาฐานลูกค้าเดิม รวมทั้งการเข้าไปเป็นผู้ขนส่งให้กับแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น แพลตฟอร์ม Tiktok Shopee และ Lazada เพิ่มเติม เพื่อทำเป้าหมายรายได้ 21,000 ล้านบาทในปีนี้”