โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เรื่องของคนรัก ‘เขา’

The Bangkok Insight

อัพเดต 30 ก.ย 2567 เวลา 05.26 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย 2567 เวลา 05.25 น. • The Bangkok Insight

ภูชี้ฟ้า ม่อนแจ่ม ดอยอินทนนท์ ภูกระดึง ม่อนจอง ภูป่าเปาะ ดอยลังกาหลวง ม่อนทูเล ที่ผู้เขียนเอ่ยชื่อมานี้ ล้วนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่บนความสูงระดับเหนือน้ำทะเลล้วน ๆ

แล้วทุกคนเคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ทำไมไม่เรียกสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ว่า"ภูเขา" ทั้งหมดไปเลยง่ายดี วันนี้เราจะมาไขคำตอบให้กระจ่างกันดีกว่า

เรามาทำความเข้าใจกับคำทั้ง 3 คำนี้กันก่อน

"ภู" เป็นคำใช้เรียกภูเขาในพื้นที่ภาคอีสาน หรือจังหวัด ที่มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศลาว แปลตามพจนานุกรม แปลว่า ดิน แผ่นดิน โลก หรืออีกความหมายคือ "เนินหินที่สูงขึ้นเป็นจอม" ชื่อเต็มของคำนี้ก็คือ ภูเขา นั่นเอง

ถ้าศึกษากันต่อไปยาว ๆ คำว่า ภู ใช้กันมานานมาก ตั้งแต่เมื่อครั้งพระสงฆ์จากอินเดียนำพุทธศาสนาเข้ามาเผยแผ่ในดินแดนไทย ภาษาที่มากับคัมภีร์ พระไตรปิฎก ก็มาถึงแผ่นดินไทยของเราด้วย เราเลยพบการใช้คำบาลี-สันสกฤตปะปนอยู่ในภาษาไทย จนได้กลายเป็นภาษาของเราเอง

สรุปคือ ภู เป็นคำบาลี-สันสกฤต ไม่ใช่ไทยแท้ เข้าใจตรงกันนะคะ แต่หากจะมองในแง่ของการสร้างคำใหม่ คำว่า "ภูเขา" ในภาษาไทยเป็นลักษณะของคำซ้อนเพื่อความหมาย ประเภทนำคำที่มีความหมายเดียวกันมาซ้อนกัน เพราะ ภู และ เขา มีความหมายเหมือนกันเลย

"ม่อน" เป็นคำเป็นภาษาเหนือ แปลว่าภูเขา อาจจะเป็นภูเขาที่ไม่สูงมาก ถ้าเรียกแบบเข้าใจง่าย ๆ น่าจะหมายถึง เนินเขา เทียบกับภาษาอังกฤษจะตรงกับคำว่า Hill ค่ะ

"ดอย" เป็นคำใช้เรียกภูเขาในพื้นที่ภาคเหนือภาษาอังกฤษก็คือคำว่า Mountain นั่นเอง

จริง ๆ แล้ว ถ้าพวกเราลองให้ความสำคัญกับชื่อของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ดูบ้าง จะช่วยทำให้ทราบถึงลักษณะของสถานที่เหล่านั้นได้เป็นอย่างดี เพราะตามปกติแล้ว การตั้งชื่อสถานที่ใดก็ตาม ก็มักจะผูกโยงเข้ากับลักษณะเฉพาะของสถานที่นั้นไปด้วย เช่น "ม่อนจอง" สถานที่ท่องเที่ยวแห่งทิวเขาถนนธงชัย ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอสามเงา จังหวัดตาก

เพียงแค่เราทำความเข้าใจกับชื่อ เราก็สามารถคาดเดาสถานที่แห่งนั้นได้ว่ามีหน้าตาเช่นไร เพราะในเมื่อเราทราบความหมายของคำว่า "ม่อน" อยู่แล้ว ทันทีที่มารวมเข้ากับคำว่า "จอง" (ภาษาคำเมืองอาจจะออกเสียงว่า จ่อง / จ๋อง ) ซึ่งหมายถึง "ลักษณะจั่วสามเหลี่ยมที่อยู่สูงที่สุด" ก็พอจะจินตนาการได้ว่า สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จะต้องมีลักษณะของภูมิประเทศที่เป็นยอดเขา และมีหน้าผาสูงชันแน่นอน

เห็นไหมว่า การท่องเที่ยวไม่ได้ให้แค่ความสนุกสนานเบิกบานกับวิวทิวทัศน์รอบ ๆ ตัวเท่านั้น แต่ยังได้ความรู้หรือข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งเรื่องราวเหล่านั้น อาจไม่มีในสิ่งที่ร่ำเรียนมาก็ได้ (แต่ผู้เขียนก็พยายามสอดแทรกสาระน่ารู้เหล่านี้ในการสอนที่วิทยาลัยดุสิตธานีเสมอนะคะ)

ว่าแล้วก็จัดกระเป๋าออกเดินทางกันเถอะค่ะ… Just go!!!

ผู้เขียน: นิศา บูรณภวังค์ อาจารย์ประจำสังกัดศูนย์ภาษา วิทยาลัยดุสิตธานี

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...