“ณัฐพงษ์” kick off แคมเปญ ‘เท้งทั่วไทย’ ลงพื้นที่พบปะ ปชช.
“ณัฐพงษ์” kick off แคมเปญ ‘เท้งทั่วไทย’ ลงพื้นที่พบปะ ปชช. - ไม่เสียกำลังใจ แม้ผลโพลตกอยู่อันดับ 3
วันที่ 29 ก.ย. 2567 ที่ ชุมชนรวมใจริมคลอง เขตบางแค นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล ส.ส.เขต 29 บางแค-บางไผ่ และนายอำนาจ ปานเผือก สก.เขตบางแค Kick off แคมเปญ "เท้งทั่วไทย" ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีการร้องขอความช่วยเหลือ 4 เรื่องหลักๆ ได้แก่ ทำทางเข้าชุมชน, เทพื้นลานกิจกรรม, สารสื่อสารที่ห้อยเกือบถึงพื้น หวั่นเกิดอันตรายต่อประชาชน และแสงสว่างภายในชุมชน รวมถึงต้นไม้ใหญ่ที่ขวางการสัญจร
เมื่อถามว่าทำไมถึงเลือกลงพื้นที่บางแค มีความพิเศษอย่างไรนั้น นายณัฐพงษ์ เปิดเผยว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสแรกหลังพรรคก้าวไกลถูกยุบและเดินทางต่อสู่พรรคประชาชน เป็นสิ่งที่ตนต้องเริ่มออกเดินทางทั่วประเทศ เพื่อเก็บเกี่ยวปัญหา สอบถามสารทุกข์สุขดิบของประชาชน และเนื่องจากบางแค เป็นจุดเริ่มต้นที่ประชาชนทำให้ตนได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมือง ด้วยการชนะเลือกตั้งเป็น สส.เขตบางแค ในสภาชุดที่แล้ว วันนี้จึงลงพื้นที่หลายจุดที่คิดว่ามีผลงานเป็นรูปธรรม เราทำหน้าที่ผลักดัน 4-5 ปี สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ประชาชนได้ รวมถึงที่ผ่านมาตั้งแต่วิกฤติโควิด-19 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็เคยมาช่วยเหลือในชุมชนนี้ จะเห็นว่าเวทีเสวนาในวันนี้ได้มีการฝากฝังปัญหาหลายๆ เรื่องที่ยังคั่งค้างอยู่ และพวกเราจะร่วมผลักดันกันต่อ เชื่อว่าการเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่โดยไม่ได้สนว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน จะเป็นบทพิสูจน์ที่ทำให้เห็นว่าการอาสามาเป็นผู้แทนราษฎร ทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนได้จริงๆ
เมื่อถามถึงกรณีที่นิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจความนิยมทางการเมืองไทยรายไตรมาสครั้งที่ 3/2567 นายณัฐพงษ์ได้คะแนนเป็นอันดับ 3 ร้อยละ 22.90 ขณะที่นางสาวแพทองธาร มีคะแนนเป็นอันดับ 1 จะมีนัยยะอะไรหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเรื่องของผลโพลเป็นเรื่องปกติ แน่นอนว่าเรารับรู้เพื่อนำมาปรับปรุงการทำงานให้ดียิ่งขึ้นและเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ต่อ คิดว่าไม่เป็นอุปสรรคและทำให้เสียกำลังใจ เชื่อว่าการจะทำให้คะแนนนิยมเราดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงการเลือกตั้งปี 2570 ได้คือการทำงานในพื้นที่อย่างเต็มที่ และมองว่าไม่เกี่ยวกับการอภิปรายในสภาฯ และเชื่อว่าการที่คะแนนนิยมลดลงนั้น มีสาเหตุมาจากการยุบพรรคการเมืองที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าหลายๆ พื้นที่ที่ตนไปลง หากไม่มีการเลือกตั้ง ไม่มีการรณรงค์อย่างแข็งขัน บางทีประชาชนอาจยังไม่รับทราบข่าวสาร บาวคนยังไม่รู้ว่าตนกลายมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาชนแล้ว จึงมองว่าผลโพลที่สะท้อนออกมานั้นน่าจะเกิดจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา ฉะนั้นหน้าที่หลังจากนี้คือการเข้าหาประชาชน การทำงานในพื้นที่ เพื่อทำให้ประชาชนรับรู้ข่าวสารอย่างทั่วถึง ส่วนตัวพร้อมทำงานอย่างเต็มที่ และพร้อมพิสูจน์ตัวเองหลังจากนี้อีก 2 ปีกว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคประชาชนจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน